พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 มีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 90 วันนับแต่วันประกาศฯ
โดยกฎหมายใหม่จะเริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจหลายประการ ดังนี้
1.เปลี่ยนตัวผู้มีอำนาจออกประกาศกำหนดเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นใด ๆ ตามพระราชบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติมนี้ จากเดิมที่ “นายกรัฐมนตรี” เป็นผู้มีอำนาจออกประกาศเปลี่ยนเป็น “คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” เป็นผู้มีอำนาจออกประกาศแทน ตามมาตรา 10 ถึง 22/2
2.ห้ามขายและห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกช่วงเวลาที่กำหนด มาตรา 28 ที่แก้ไขใหม่ กำหนด ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกช่วงเวลาที่กำหนด โดยคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้มีประกาศ เรื่อง กำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2568 (เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568) ว่า ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาอื่น ยกเว้นเป็นการขายตามเวลา ดังต่อไปนี้
(1) ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึงเวลา 14.00 น. (2) ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ถึงเวลา 17.00 น. โดยให้ขายได้เป็นระยะเวลา 180 วัน นับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ (เป็นการทดลอง 6 เดือน) ซึ่งตามประกาศนายกรัฐมนตรี (เดิม) ห้ามขายในช่วงเวลาดังกล่าวนี้
(3) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึงเวลา 24.00 น. แต่การห้ามขายดังกล่าวไม่ใช้บังคับแก่การขายในกรณี ดังต่อไปนี้ (1) การขายในอาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ (2) การขายในสถานบริการซึ่งเป็นไปตามกำหนดเวลาเปิดปิดของสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ (3) การขายในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
มาตรา 32 ที่แก้ไขใหม่ เรื่อง กำหนดเวลาห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2568 ว่า ห้ามผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสถานที่หรือบริเวณที่จัดบริการเพื่อให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อประโยชน์ในทางการค้า ในเวลาที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามมาตรา 28
เว้นแต่ ผู้นั้นได้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนเริ่มต้นเวลาห้ามขาย และได้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นต่อเนื่องไปเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงนับแต่เริ่มต้นเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
3.ผู้ขายต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อบุคคลอื่นด้วย หากฝ่าฝืนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่กฎหมายกำหนดห้ามไว้ถือว่าผู้ขายกระทำละเมิด มาตรา 29 ที่แก้ไขใหม่ กำหนด ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลดังต่อไปนี้
(1) บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และ (2) บุคคลที่มีอาการมึนเมา (เดิมกำหนด/ใช้คำว่า “บุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้”) โดยกำหนดให้ผู้ขายมีหน้าที่ต้องตรวจสอบอายุของผู้ซื้อในกรณีสงสัย โดยให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานทางราชการอื่น และให้ตรวจสอบอาการมึนเมาของบุคคลเท่าที่จำเป็นและสมควร
หากผู้ขายจงใจหรือประมาทเลินเล่อกระทำโดยฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าว เป็นเหตุเกี่ยวเนื่องโดยตรงที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัยทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดของบุคคลอื่นผู้นั้นกระทำละเมิดต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นด้วย
4.ควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามชักจูงใจ ห้ามใช้ชื่อ/โลโก้แฝงโฆษณาเหล้า ในสินค้าอื่น กฎหมายใหม่ ได้ยกเลิกมาตรา 32 เดิม และได้เพิ่มหมวด 4/1 การโฆษณา แยกไว้โดยเฉพาะ โดยมีบทบัญญัติ 5 มาตรา คือ มาตรา 32/1 ถึง 32/5 ที่กำหนดเงื่อนไขเรื่องการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คุมเข้มมากขึ้น ไว้ดังนี้
1) ห้ามผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เว้นแต่เป็นการให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ หรือประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ (นายกรัฐมนตรี) กำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (มาตรา 32/1) หมายความว่า หากจะประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูล ก็สามารถทำได้เท่าที่ไม่ขัดกับประกาศ
2) ห้ามผู้ใดใช้ชื่อเสียงเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน สื่อสารข้อมูลต่อสาธารณชน แสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมุ่งหมายชักจูงใจให้ผู้อื่นบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เว้นแต่เป็นการสื่อสารทางวิชาการให้แก่สมาชิกในวงจำกัด (มาตรา 32/2)
เช่น อินฟลูเอนเซอร์ที่รับสปอนเซอร์มาโฆษณาแฝงจูงใจ หรือผู้ประกอบการหรือสถานบริการที่โพสต์ตามโซเชียลมีเดียเพื่อจูงใจให้คนมาดื่มเพื่อให้ยอดขายในร้านเพิ่มขึ้น ก็เข้าข่ายฝ่าฝืนเงื่อนไขนี้
3) ห้ามผู้ใดโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใด ที่ใช้ชื่อ หรือเครื่องหมาย (โลโก้) ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นชื่อหรือโลโก้ของผลิตภัณฑ์ตัวเอง หรือโฆษณาโดยการนำชื่อ เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาตัด ต่อเติม หรือดัดแปลงข้อความให้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อหรือโลโก้ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นๆ
ในลักษณะที่ทำให้เข้าใจว่าหมายความถึงการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (มาตรา 32/3) หรือพูดง่ายๆ ก็คือห้าม “เนียน” โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปในผลิตภัณฑ์หรือสินค้าอื่น ผ่านการใช้ชื่อหรือโลโก้เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน
4) ห้ามผู้ใดให้การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมหรือสาธารณประโยชน์แก่บุคคล กลุ่มบุคคล หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ในลักษณะที่ส่งเสริมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (มาตรา 32/4)
หากผู้ใดฝ่าฝืน กฎหมายใหม่ระบุบทกำหนดโทษจากการโฆษณาตามมาตรา 32/1 และ 32/3 ไว้ที่จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนหากฝ่าฝืนมาตรา 32/2 มาตรา 32/4 และมาตรา 32/5 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังต้องโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 50,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
5.เพิ่มอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ขอดูบัตรประชาชน ตักเตือน ปิดร้าน เพิกถอนใบอนุญาต ฯลฯ ซึ่งตามกฎหมายใหม่ มาตรา 34 ได้เพิ่มอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพิ่มเติมอีก 6 ข้อ แจ้งให้ผู้ออกใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต สั่งพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตผลิตสุรา ใบอนุญาตขายสุรา หรือใบอนุญาตนำเข้าสุรา
6.ขยายมาตรการบำบัด-ฟื้นฟู รวมผู้มีปัญหาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กฎหมายใหม่ได้ขยายมาตรการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพให้ครอบคลุมผู้มีปัญหาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากเดิมที่มาตรการดังกล่าวใช้เฉพาะกับผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Alcoholic) เท่านั้น
โดยให้คำนิยาม “ผู้มีปัญหาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ไว้ว่า เป็นบุคคลซึ่งมีพฤติกรรมการบริโภคแอลกอฮอล์ที่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพทางร่างกาย จิตใจหรือสังคม หรือเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งควรได้รับการบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสภาพ





