วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2569

Login
Login

การเติบโตภายใต้ความซับซ้อน: บททดสอบธุรกิจเอกชนไทยในปี 2569

การเติบโตภายใต้ความซับซ้อน: บททดสอบธุรกิจเอกชนไทยในปี 2569

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เห็นผู้ประกอบการไทยจำนวนมากตัดสินใจอย่างรวดเร็ว กล้าเดินเกม และขยายธุรกิจได้อย่างน่าชื่นชม

แต่เมื่อองค์กรเติบโตขึ้น คำถามที่ท้าทายอาจไม่ใช่ “จะหาโอกาสใหม่จากที่ใด” หากเป็นคำถามเชิงโครงสร้างว่า ระบบ คน และกลไกกำกับดูแลที่มีอยู่ในวันนี้ ยังมีความพร้อมเพียงพอที่จะรองรับการเติบโตในระดับถัดไปหรือไม่

เพราะในโลกธุรกิจที่ความซับซ้อนเพิ่มขึ้นทุกปี การเติบโตที่ยั่งยืนไม่ได้วัดกันที่ความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถขององค์กรในการจัดการความซับซ้อนให้เดินไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างมีวินัย

สิ่งนี้สอดคล้องกับผลสำรวจ KPMG Global Private Company CEO Outlook 2025 ที่ระบุว่า ผู้นำธุรกิจเอกชนทั่วโลกกว่า 80% ยังเชื่อมั่นต่อการเติบโตขององค์กรตัวเอง ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นนี้มาพร้อมการปรับวิธีคิด จากการเร่งขยายการเติบโต มาสู่การลงทุนที่รอบคอบขึ้น และให้ความสำคัญกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์มากขึ้น

สำหรับธุรกิจเอกชนไทย นี่คือสัญญาณชัดว่า ปี 2569 จะเป็นปีของการ “เลือกให้แม่น และทำให้ลึก มากกว่าการวิ่งให้เร็ว” เพื่อสร้างฐานที่แข็งแรงในการรองรับความซับซ้อนในระยะยาว

แนวทางการขยายธุรกิจ : จากการเร่งขยายการเติบโต สู่การลงทุนอย่างมีกลยุทธ์

แม้เศรษฐกิจโลกจะยังผันผวน แต่ ธุรกิจเอกชนไม่ได้เลือกหยุดนิ่ง ผลสำรวจดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการกว่า 73% ยังเดินหน้าขยายธุรกิจ และ 85% มองการควบรวมกิจการ (M&A) เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการเติบโต ในขณะเดียวกันมีเพียง 30% ที่มองหาดีลแบบพลิกเกม (transformative deals)

ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า แนวทางการเติบโตของธุรกิจเอกชน ไม่ได้แข่งกันที่ความเร็วในขยายธุรกิจ แต่แข่งกันที่ความพร้อม และการลงทุนอย่างมีกลยุทธ์ ดังนั้นดีลที่ตอบโจทย์ในยุคนี้ต้องช่วยเสริมศักยภาพ และสนับสนุนการขยายธุรกิจอย่างแท้จริง 

รายงานยังชี้ว่า องค์กรจำนวนมากเน้นการลงทุนด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ การจัดทำรายงาน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงด้านไซเบอร์และดิจิทัล ซึ่งสะท้อนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการตั้งรับต่อความเสี่ยง แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยวางรากฐานให้การเติบโตในระยะยาว

สำหรับผู้ประกอบการไทย ปี 2569 ไม่ใช่แค่ปีที่จะคำนึงถึงการขยายธุรกิจ ควรให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบการดำเนินงานและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อให้การเติบโตเดินคู่กับความโปร่งใสและความยั่งยืน

Agentic AI: จากเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ สู่ผู้ช่วยในการตัดสินใจ

AI เป็นหนึ่งในประเด็นที่ผู้นำธุรกิจเอกชนให้ความสำคัญมากที่สุดในปีนี้ แต่สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่แค่ระดับการลงทุน หากเป็นบทบาทของ AI ที่กำลังขยับจากงานสนับสนุน ไปสู่การเป็น “เครื่องมือช่วยคิด” ในเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น

รายงานของ KPMG สะท้อนว่า CEO จำนวนมากกำลังจับตาการมาของ Agentic AI และผู้นำกว่าครึ่งหนึ่งมองว่าจะสร้างผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อองค์กร ซึ่งหมายความว่า AI มีบทบาทในกระบวนการตัดสินใจเชิงบริหารมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับธุรกิจเอกชนไทย AI จึงไม่ควรถูกจำกัดบทบาทอยู่เพียงการตอบแชทลูกค้าหรือจัดทำรายงาน แต่ควรถูกนำมาใช้สนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจในเรื่องที่มีความซับซ้อนสูง เช่น การบริหารกระแสเงินสด การคาดการณ์ยอดขาย หรือการมองหาความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน

และเมื่อ AI มีบทบาทในการตัดสินใจมากขึ้นน ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ประเด็นด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และความปลอดภัยของข้อมูลจึงเป็นโจทย์ที่มองข้ามไม่ได้

การวางกรอบกำกับดูแลการใช้ AI ตั้งแต่ต้น จึงไม่ใช่เรื่องเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นฐานของความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือขององค์กรในระยะยาว

คนและการเปลี่ยนผ่าน: เมื่อช่องว่างทักษะกลายเป็นความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์

แม้ AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่ “คน” ยังเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่าน ช่องว่างทักษะ โดยเฉพาะทักษะดิจิทัลและ AIกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของธุรกิจเอกชน เพราะแม้องค์กรจะลงทุนด้านดิจิทัลมากขึ้น

แต่ความสามารถของบุคลากรในการปรับตัวและใช้งานเทคโนโลยีกลับยังไม่ทันต่อความเร็วของการเปลี่ยนแปลง ภาพนี้ชัดในหลายองค์กรในไทยโดยเฉพาะธุรกิจครอบครัวที่อยู่ระหว่างการส่งต่อบทบาทผู้นำ 

คำตอบไม่ใช่การผลักคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งออกไป แต่คือการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนต่างรุ่นเรียนรู้และทำงานร่วมกันได้จริง 

ข้อมูลจาก Thailand AI Readiness Assessment Report 2025 - TDRI: Thailand Development Research Institute ชี้ว่า ข้อจำกัดที่แท้จริงของการเปลี่ยนผ่านไม่ใช่เพียงตัวเทคโนโลยี แต่คือ ‘ความพร้อมเชิงทักษะ’ (Skill Readiness) ที่ยังไม่สอดคล้องกับระดับการลงทุนด้านดิจิทัล ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงและประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว 

มูลค่าที่แท้จริงของ AI จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อองค์กรสามารถยกระดับศักยภาพของบุคลากรให้ก้าวไปพร้อมกับเทคโนโลยีได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผู้เขียนมองว่า องค์กรที่ลงทุนพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาเสริมบทบาทการทำงานอย่างไร และเปิดพื้นที่ให้ทดลอง เรียนรู้ และปรับตัวโดยไม่ทำให้ความผิดพลาดกลายเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรม 

การเติบโตภายใต้ความซับซ้อน: บททดสอบธุรกิจเอกชนไทยในปี 2569

ESG: จากการจัดทำรายงาน สู่ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในเวทีโลก

บทบาทของ ESG สำหรับธุรกิจเอกชนกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและกฎระเบียบ ไปสู่หนึ่งในปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจที่มากขึ้น ทั้งในเรื่องการลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาส

โดยเฉพาะเมื่อองค์กรต้องทำงานร่วมกับคู่ค้าระดับโลก หรือการเข้าถึงแหล่งทุนที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลด้านความยั่งยืนที่มีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ และรองรับการเติบโตในเวทีที่มาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืนกำลังถูกยกระดับอย่างต่อเนื่อง

สัญญาณจากตลาดทุนไทยสะท้อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยผลการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568  มีบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้งหมด 265 บริษัท เพิ่มขึ้นจาก 219 บริษัทในปีที่ผ่านมา

โดยบริษัทเหล่านี้รวมกันคิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมดของ SET และ MAI นอกจากนี้ SET อยู่ระหว่างการเตรียมการเปลี่ยนผ่านไปสู่กรอบการประเมินด้านความยั่งยืนในระดับสากล (FTSE Russell ESG Scores)

ซึ่งสะท้อนว่า ESG ได้เปลี่ยนบทบาทจากกรอบการรายงานด้านความยั่งยืนไปสู่ปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดและจะส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจได้ในระยะยาว 

บทเรียนสำคัญสำหรับผู้นำธุรกิจเอกชนไทยในปี 2569 

สามารถสรุปเป็นแนวทางปฏิบัติที่ควรพิจารณาได้ 3 ประการ ได้แก่

พิจารณาดีลและการลงทุนในมิติของการเสริมศักยภาพธุรกิจ
คำนึงถึงความสามารถที่องค์กรจะได้รับในระยะยาว พร้อมประเมินความพร้อมในการบริหารความซับซ้อนหลังการลงทุน

ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เหมาะสม
ยกระดับการใช้ AI จากการเพิ่มประสิทธิภาพ ไปสู่การช่วยวิเคราะห์และตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างรอบคอบ

พัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของธุรกิจ
วางแผนทักษะและกำลังคนอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกับความเสี่ยงและเป้าหมายระยะยาวขององค์กร

บทสรุป

มุมของผู้นำองค์กรจากรายงาน KPMG Global Private Company CEO Outlook 2025 สะท้อนว่า การเติบโตในระยะถัดไปไม่อาจพึ่งพาความเร็วเพียงอย่างเดียว ความได้เปรียบจะอยู่ที่ความสามารถขององค์กรในการเลือกให้แม่นและทำให้ลึก

ตั้งแต่การลงทุนและ M&A ไปจนถึงการยกระดับบทบาทของ AI การพัฒนาทักษะของคน และการยกระดับความพร้อมด้าน ESG ให้สอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดและคู่ค้า

ปี 2569 จึงเป็นปีที่ธุรกิจเอกชนไทยต้องตอบให้ชัดว่า องค์กรมีความพร้อมทั้งในเชิงระบบ คน และการกำกับดูแลมากพอหรือยัง ท่ามกลางบริบทธุรกิจที่ท้าทายขึ้นทุกปี