วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

วิกฤติหนี้กับความรู้ทางการเงินของสังคมไทย

วิกฤติหนี้กับความรู้ทางการเงินของสังคมไทย

วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ อาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข GDP ไม่ได้อยู่ที่งบประมาณขาดดุล

แต่สะท้อนอยู่ในคำสั้น ๆ คำหนึ่งคือ NPL หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งทุกรัฐบาลพยายามแก้ แต่ก็ยังแก้ไม่ตก เพราะมันไม่ใช่แค่ปัญหาการเงิน หากเป็นปัญหาในเชิงวิธีคิดของคนทั้งประเทศ

สาเหตุของ NPL ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากคนไทยไม่อยากมีวินัย แต่เกิดจากการที่เราไม่เคยถูกสอนเรื่องการบริหารจัดการเงินอย่างจริงจัง

ระบบการศึกษาพาเด็กไปเก่งเฉพาะทาง เรียนวิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ บริหารธุรกิจ แต่กลับไม่มีวิชาที่สอนให้เข้าใจเงินอย่างเป็นระบบ เมื่อเรียนจบ ทำงาน มีรายได้ แต่ไม่เข้าใจกลไกของดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ความเสี่ยง และกระแสเงินสด ปัญหาจึงเริ่มต้นตรงนั้น

ผมเชื่อว่าครอบครัวเป็นโรงเรียนการเงินแห่งแรกของชีวิต แต่พ่อแม่ส่วนใหญ่มักสอนเพียงแค่ “ประหยัด” และ “รู้จักออม” ซึ่งในโลกยุคนี้อาจไม่เพียงพอแล้ว เพราะโลกกำลังเผชิญกับความจริงที่โหดร้าย คือคนรวยยิ่งรวย คนจนยิ่งจน และชนชั้นกลางกำลังถูกบีบแคบลงเรื่อย ๆ หากยังใช้แนวคิดเดิม ๆ ลูกหลานเราอาจไม่ทันโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน

เด็กยุคนี้จึงต้องมีมากกว่า IQ และ EQ เขาต้องมี FQ หรือ Financial Quotient ที่หมายถึงความฉลาดทางการเงิน โดย FQ จะทำให้เราสามารถในการเข้าใจรายได้ รายจ่าย หนี้ สินทรัพย์ การลงทุน และการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีเหตุผล เป็นทักษะในการทำให้เงินทำงาน ไม่ใช่ทำงานเพื่อเงินไปตลอดชีวิต มันคือความเข้าใจว่าเงินมีต้นทุน มีเวลา มีความเสี่ยง และมีพลังทบต้น

ทุกวันนี้หากลองมองรอบตัว อาจมีถึง 2 ใน 10 คนที่เผชิญหรือใกล้เผชิญปัญหา NPL ความสุขของแต่ละคนอาจนิยามต่างกัน แต่ความสุขที่ยั่งยืนต้องมาพร้อม “ความสบายใจ” คือการมีเงินพอใช้ มีรายได้สม่ำเสมอ และไม่ต้องหวาดระแวงวันสิ้นเดือน หากชีวิตเต็มไปด้วยภาระหนี้ เสรีภาพย่อมไม่มีอยู่จริง

ความสุขที่แท้จริงจึงต้องผสมผสานระหว่างความสบายใจและเสรีภาพในการใช้ชีวิต การหาเงินเพียงเพื่อประทังชีวิต โดยไม่รู้จักบริหารจัดการ จะสร้างวิธีคิดแบบขาดแคลนอยู่เสมอ แต่หากรู้จักทำให้เงินงอกเงยอย่างมีหลักคิด ก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนจากวงจรความกังวล ไปสู่ความมั่นคงที่ยั่งยืน

ปัญหา NPL ของประเทศจึงไม่ใช่แค่เรื่องสถาบันการเงิน แต่มันคือภาพสะท้อนระดับ FQ ของสังคม และคำถามสำคัญคือ…เราจะเริ่มแก้ที่ตรงไหน เพราะหากเรามองให้ลึกลงไป ปัญหา NPL ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของลูกหนี้หรือธนาคาร แต่มันคือสัญญาณเตือนเชิงโครงสร้างว่าเรากำลังผลิตคนที่ทำงานเก่ง แต่จัดการเงินไม่เป็น

หากยังปล่อยให้การศึกษาแยกความรู้ทางวิชาชีพออกจากความรู้ทางการเงิน วงจรนี้ก็จะเกิดซ้ำรุ่นแล้วรุ่นเล่า ดังนั้น คำถามสำคัญของตอนนี้ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะแก้ NPL อย่างไร

แต่คือ เราจะยกระดับ FQ ของคนทั้งประเทศได้อย่างไร ก่อนที่หนี้จะกลายเป็นมรดกทางความคิดที่ส่งต่อไปถึงลูกหลานในอนาคต