วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมในสังคมที่มีลำดับชั้นสูง

ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมในสังคมที่มีลำดับชั้นสูง

เป็นที่ทราบกันดีว่า บ้านเราเป็นสังคมที่มี “ระยะห่างเชิงอำนาจ” หรือ Power Distance สูงเช่นเดียวกับประเทศในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ เรามีการเคารพลำดับชั้นและอำนาจตามตำแหน่งอย่างชัดเจน

คนที่ไม่ได้มีฝีมือโดดเด่น จะกลายเป็นคนที่ผู้คนยอมเดินตามเพียงเพราะมีตำแหน่งใหญ่โต 

ลูกน้องที่ดีคือ ลูกน้องที่ไม่โต้แย้งใดๆ กับผู้บังคับบัญชา แม้ว่าลับหลังจะแอบนินทาสารพัด เชื่อว่าการไม่มีการโต้แย้งจะกลายเป็นความกลมเกลียวที่กลายเป็นเสถียรภาพในการดำเนินการ ซึ่งคงทราบกันดีแล้วว่าความกลมเกลียวภายใต้ระยะห่างเชิงอำนาจนี้ ทำให้เกิดความสำเร็จในการดำเนินกิจการแข่งขันกับนานาประเทศทั่วโลกได้ดีแค่ไหน

เล็กลงมาในระดับองค์กรที่มีระยะเชิงอำนาจสูง ความผิดปกติใดๆ จะถูกละเลยด้วยความเกรงใจ ด้วยความกังวลต่อการตั้งคำถามกับผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า ความเสี่ยงนานาประการจึงกลายเป็นระเบิดเวลาสำหรับองค์กรนั้น ซึ่งทำให้ได้ระเบิดเวลามาสะสมไว้ ไม่ใช่เพราะองค์กรมีการเคารพลำดับชั้น หรือเคารพอำนาจตามตำแหน่ง

แต่เป็นเพราะมีอำนาจที่ไม่มีใครในองค์กรกล้าทักท้วง พบเจอสัญญาณเตือนความเสี่ยงนานาประการ แต่คนเห็นไม่บอก ความเสี่ยงจึงมาจากความเงียบต่อความไม่ปกติ ไม่ใช่มาจากการเคารพอำนาจ

การเคารพผู้ใหญ่และผู้มีตำแหน่งเป็นรากฐานที่มีมายาวนาน ที่ไม่จำเป็นต้องรื้อโครงสร้างลำดับชั้นนี้ออกไป เพียงแต่จำเป็นต้องเพิ่มให้ “อำนาจทางจริยธรรม” อยู่สูงกว่าอำนาจตามตำแหน่ง กรณีอื้อฉาวระดับโลกที่ได้ทราบกันดี ยืนยันได้ว่า อำนาจตามตำแหน่ง ไม่อาจปกปิดการละเมิดจริยธรรมได้

ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยหลักฐานดิจิทัลมากมายหลากหลาย ยิ่งตำแหน่งสูง ยิ่งต้องมีวินัยทางจริยธรรมสูง ผู้นำที่ได้รับความเคารพอย่างแท้จริง จึงเปลี่ยนจากผู้ที่ไม่มีใครกล้าถาม มาเป็นผู้ที่เปิดพื้นที่ให้ถามในทุกประเด็นจริยธรรม

คุณธรรมส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว ไม่พอที่จะเป็นเกราะป้องกันสารพัดความเสี่ยงทางจริยธรรม โดยเฉพาะในสังคมที่มี ระยะห่างเชิงอำนาจสูง จำเป็นต้องเสริมด้วยกลไกการกำกับดูแลที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง มีคณะผู้ตรวจสอบ มีคณะประเมินความเสี่ยง เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้มีภูมิคุ้มกันพิเศษ

สำหรับคนมีตำแหน่ง ภูมิคุ้มกันทำนองนี้นำไปสู่เรื่องอื้อฉาวระดับโลกอยู่เป็นประจำ ในบริบทที่คนไม่กล้าทักท้วงโดยตรง ต้องมี “ระบบ” ที่ช่วยพูดแทนพวกเขาได้

ความเสี่ยงลดลงได้เสมอ ถ้ามีคนพบเห็นสัญญาณบ่งบอกความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แล้วมีช่องทางส่งเสียงให้ทราบทั่วกัน คนบอกความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นควรได้รับความดีความชอบ ไม่ใช่ได้รับโทษทัณฑ์จากการตะโกนบอกว่ามีความเสี่ยง ถ้าปราศจากช่องทางที่เป็นรูปธรรม หรือปราศจากการให้ความมั่นใจว่าคนตะโกนบอกความเสี่ยง จะไม่โดนเล่นงาน

พราะตะโกนบอกในสิ่งที่ผู้ใหญ่ไม่อยากได้ยิน องค์กรนั้นจะสงบเงียบอยู่กับระเบิดเวลาเป็นสิบ เป็นร้อยลูก อย่าพยายามทำให้ การตอบโต้เพียงครั้งเดียวจากคนใหญ่คนโต ทำให้องค์กรเงียบงันไปอีกหลายปีกับระเบิดเวลา

ในสังคมที่มีลำดับชั้น มีระยะเชิงอำนาจสูง ควรจะมี “จริยธรรมเกียรติยศ” คือคนใหญ่คนโตเป็นที่นับถือ เพราะมีจริยธรรมเป็นเกียรติยศ ไม่ใช่เกียรติยศที่มาจากอำนาจในการควบคุม ความเด็ดขาด และสถานะทางสังคม

ต้องเปลี่ยนจาก  “เจ้าของอำนาจ” ไปเป็น “ผู้ดูแลอำนาจ” เจ้าของอำนาจปกป้องสถานะของตน ผู้ดูแลอำนาจปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม ในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน

“อำนาจ” ไม่ได้เป็นสิทธิส่วนตัว ตำแหน่งไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนบุคคล ที่ใดที่มีภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม ผู้นำพ้นตำแหน่งแล้วก็ยังได้รับความเคารพ ผู้นำไม่เป็นที่สงสัยใดๆ กับการเปิดเผยการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ต่อสาธารณะ

ผู้นำพร้อมเผชิญหน้ากับการตรวจสอบโดยปราศจากการคุกคามต่อผู้ที่จะมาตรวจสอบ ผู้นำเป็นที่เชื่อโดยสนิทใจของผู้คนว่าปกป้องประโยชน์ขององค์กร มากกว่าภาพลักษณ์ของตนเอง