วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเมื่อสูงวัย (3)

ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเมื่อสูงวัย (3)

ครั้งที่แล้ว ผมสรุปว่า การดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิผลมากที่สุดคือ การควบคุมความดันและระดับน้ำตาลในเลือด เพราะหากทำ 2 สิ่งนี้ได้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตได้มากกว่า 50%

จากการเสียชีวิตด้วยโรคต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่คือ โรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases หรือ NCDs)

นอกจากนั้น ผมก็ยังได้ทิ้งท้ายเอาไว้เกี่ยวกับเป้า NCDs ขององค์การอนามัยโลก เทียบกับผลงานในปี 2568 ของประเทศไทย ซึ่งผมขอนำมาเสนออีกครั้ง โดยเพิ่มการคำนวณของผมเองว่า สำหรับประเทศไทยนั้น เราทำได้ต่ำกว่าเป้าอย่างมากในทุกๆเป้า เห็นได้จากตารางข้างล่าง

ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเมื่อสูงวัย (3)

จะเห็นได้ว่าเป้า NCDs ดังกล่าวไม่ใช่การแจกยา หรือแม้กระทั่งการควบคุมระดับไขมันในเลือด แต่ส่วนใหญ่คือการใช้ชีวิตที่ควบคุมการกิน การออกกำลังกายให้เพียงพอ และการหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ทั้งนี้ ส่วนที่เราทำได้ต่ำกว่าเป้ามากที่สุดคือ การออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอ กล่าวคือ คนไทยเกือบครึ่ง 42.6% ออกกำลังกายไม่เพียงพอ

การออกกำลังกายไม่เพียงพอนั้น ในระยะสั้นและระยะกลาง (2-5 ปี) จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น (โดยเฉพาะในยุคที่อาหารแปรรูปมีพลังงานสูงและสามารถกินได้เกือบทั้งวันทั้งคืน) ซึ่งจะตามมาด้วยความดันและระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้น หากดูข้อมูลในรายละเอียดเกี่ยวกับแนวโน้มการออกกำลังกาย ก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ดังปรากฏในตารางข้างล่าง

ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเมื่อสูงวัย (3)

คนไทยนั้น การออกกำลังกายไม่เพียงพอเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วง 21 ปีที่ผ่านมา กล่าวคือในปี 2004 คนไทยที่ออกกำลังกายไม่เพียงพอ มีเพียง 22.5% แต่ในปี 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 42.6% นอกจากนั้นข้อมูลยังบ่งชี้ว่า ผู้หญิงออกกำลังกายไม่เพียงพอเพิ่มขึ้นมากกว่าผู้ชาย ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาอย่างมากตอนสูงวัย

เพราะผู้หญิงสูงอายุเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน ซึ่งจะยิ่งทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายได้ เห็นได้จากผู้หญิงที่อายุ 70 ปี และมากกว่า ออกกำลังกายไม่เพียงพอ มีมากถึง 55.1% ในปี 2025 ซึ่งผมประเมินว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากความอ่อนแอของร่างกายตอนสูงวัย ทำให้ยิ่งไม่สามารถมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอต่อการรักษาสุขภาพ

อีกประเด็นหนึ่งคือ การที่วัยรุ่น-วัยทำงาน มีกิจกรรมทางกายเพียงพอลดลง ถึง 20% ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้สุขภาพถดถอยเร็วในอนาคต ผมเห็นว่า การดูแลสุขภาพ คล้ายกับการลงทุน หากเริ่มเร็ว ก็จะให้ผลตอบแทนเป็นทวีคูณเมื่อแก่ตัว คือจะได้มาซึ่งร่างกายที่แข็งแรงและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคนที่ไม่ค่อยดูแลสุขภาพของตัวเองเมื่อเริ่มแก่ตัว (เมื่ออายุ 30 ปีเป็นต้นไป). 

นอกจากนั้น หากประเทศไทยต้องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จากการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม มาเป็น Wellness Economy เราคงจะต้องช่วยกันทำให้คนไทยสุขภาพแข็งแรงก่อน จึงจะสามารถ”ขาย”ภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็น Wellness Economy ได้ 

เมื่อออกกำลังกายไม่เพียงพอและคุมน้ำหนักตัวไม่ได้ (ดังที่ผมได้เสนอข้อมูลในครั้งที่แล้วว่าคนไทย 45% เข้าเกณฑ์เป็นโรคอ้วน เป็นผู้ชาย 42.1% ผู้หญิง 47.7%) สิ่งที่ตามมาคือ การเพิ่มขึ้นของการเป็นโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน

ดังปรากฏในตารางข้างล่าง 

ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเมื่อสูงวัย (3)

การเป็นโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มขึ้นอย่างมาก จาก 21.4% ในปี 2009 มา เป็น 29.5% ในปี 2025 เช่นเดียวกับโรคเบาหวานที่เพิ่มขึ้นจาก 6.9% มา เป็น 10.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน โรคทั้ง 2 เป็นโรคผู้สูงอายุ ยิ่งอายุมากก็ยิ่งเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวมากขึ้น แต่ความดันโลหิตสูงนั้น ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิงในขณะที่เบาหวานนั้น ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย

ที่น่าเป็นห่วงคือ ในกรณีของความดันโลหิตสูงนั้น คนที่เป็นโรคแต่ไม่รู้ตัว (Undiagnosed) มีถึง 47.8% และในกลุ่มที่รู้ตัวและรักษาอยู่นั้น ควบคุมอาการได้เพียง 50.9% แปลว่า จาก 100 คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง มีเพียง 27 คนเท่านั้นที่ควบคุมอาการได้ ในทำนองเดียวกัน จากคนที่เป็นโรคเบาหวาน 100 คน มีเพียง 31 คน ที่ควบคุมอาการได้

ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ ข้อมูลเกี่ยวกับการควบคุมระดับไขมันในเลือด ได้แก่ คอเลสเตอรอลรวม ไขมันดี (HDL) และไตรกลีเซอไรด์นั้น ปรากฏว่า ข้อมูลบ่งชี้ว่า ยังเป็นปัญหาอยู่ แต่สามารถควบคุมไม่ให้ ปัญหามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มลดลงในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา ดังปรากฏในตารางข้างล่าง

ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเมื่อสูงวัย (3)

ผมหวังอย่างยิ่งว่า การมีข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ และความเสี่ยงของการเป็นโรคที่ผมนำเสนอมาทั้งหมดนี้จะช่วยให้พวกเราทุกคน ดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง ปราศจากโรค เพื่อชีวิตที่มีคุณภาพตอนสูงวัยที่ยาวนานครับ