อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง อาจสร้างความเสียหายได้มากมายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของทุกผู้คนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีเกิดอัคคีภัยและระเบิด จึงต้องรีบสอบสวนเพื่อให้รู้ชัดว่า “เกิดจากสาเหตุอะไร และเกิดได้อย่างไร”
และต้องสรุปบทเรียนว่า “เราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น” เพื่อจะได้หาวิธีแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุแบบเดิมซ้ำขึ้นอีก
บทความวันนี้ ไม่ใช่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ แต่ต้องการคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า “อุบัติเหตุและความปลอดภัย เป็นความรับผิดชอบของใคร”
โดยหลักการแล้ว “ความปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบของทุกคน” คือ ถ้าเราทุกคนทำงานในโรงงานหรือในออฟฟิศตามมาตรฐานและคู่มือทำงานอย่างปลอดภัย อุบัติเหตุอันตรายก็จะไม่เกิดขึ้น เราทุกคนก็อยู่กันอย่างปลอดภัย
ในทางตรงกันข้าม หากมีคนงานไม่ทำตามคู่มือการทำงานอย่างปลอดภัย ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ ไฟไหม้หรือระเบิดได้ คนที่ทำงานถูกต้อง (อาจรวมถึงเจ้าของกิจการ) ก็ต้องเดือดร้อนด้วย
ถ้าเราจะแบ่งระดับความรับผิดชอบ (ใครควรรับผิดชอบ) เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็คงจะแบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ (1) คนทำงาน (2) หัวหน้างาน (3) ผู้จัดการ และ(4) ผู้บริหารระดับสูง (เจ้าของ) ความรับผิดชอบที่พูดในบทความนี้ ผมไม่ได้พูดตามที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายนะครับ แต่ผมพูดถึงเรื่องที่ถูกที่ควรจะต้องทำด้วยจิตสำนึกในหน้าที่รับผิดชอบมากกว่าครับ
ถ้าเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้คนบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะ ทรัพย์สินเสียหาย เช่น กรณีที่เกิดอุบัติเหตุในโรงงาน หรือกรณีที่เครนร่วงจากงานก่อสร้างตกลงมาทับใครที่ขับรถผ่านมาพอดี จนมีคนบาดเจ็บล้มตาย ความรับผิดชอบเบื้องต้นก็จะอยู่ที่ “คนงาน” และ “หัวหน้างาน” (Supervisor)
ในทัศนะของผมแล้ว หัวหน้างาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) วิศวกรความปลอดภัย (วศป.) หรือใครก็แล้วแต่ที่มีหน้าที่กำกับและควบคุมดูแลพนักงานที่ทำงานอยู่ “หน้างาน” นั้นๆ ควรจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ก็เพราะหัวหน้างานจะต้องควบคุมดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย กำกับดูแลให้คนทำงาน
และผู้ปฏิบัติงาน ต้องทำตาม “คู่มือความปลอดภัย” ฝึกอบรมสอนงานติดตามเฝ้าดูแลการปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมาย แต่กลับปล่อยปละละเลยให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
หัวหน้างาน (รวมถึงเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย วิศวกรความปลอดภัย) ได้มีการตรวจสอบหรือไม่ว่า มีอะไรที่บกพร่องผิดพลาด หรือผิดปกติในกระบวนการผลิตบ้าง มีใครไม่ทำตามคู่มือทำงานอย่างปลอดภัยบ้างหรือไม่
ผมถึงบอกว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น เรื่องแรกเลยเราต้องเชิญหัวหน้างานมาคุย ต้องเชิญเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยมาถาม ต้องเชิญวิศวกรความปลอดภัยมาพูดคุยถึงสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น (หลังจากส่งผู้บาดเจ็บไปปฐมพยาบาลหรือโรงพยาบาลแล้ว)
ผมพูดถึงความรับผิดชอบของหัวหน้างานในการกำกับดูแลให้คนทำงานอย่างปลอดภัย หากไม่เป็นไปตามคู่มือหรือเห็นว่ามีอันตรายก็ในฐานะที่หัวหน้างาน จป. วศป. เป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับคนงานมากที่สุด จึงเห็นการทำงานชัดเจนที่สุด สามารถสั่งหยุดทำงานและแก้ไขปรับปรุงวิธีทำงานได้เร็วที่สุด
แต่ปัญหาคือ หัวหน้างานสังเกตเห็นหรือไม่ว่า คนงานทำผิดวิธีผิดขั้นตอน หรือมีอุปกรณ์ชำรุดบกพร่อง เป็นต้น
ถ้าหัวหน้างานยืนยันว่าได้กำกับดูแลการทำงานของคนงานอย่างดีแล้ว ก็ต้องตอบได้ว่า ทำไมยังเกิดความผิดพลาดจนมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งต้องอาศัยการสืบสวนอย่างครอบคลุมละเอียดให้ชัดเจนว่า จริงๆ แล้ว “อะไรเกิดขึ้น” เพราะวัตถุประสงค์ของการสอบอุบัติเหตุไม่ได้หา “คนทำผิดมาลงโทษ แต่ต้องการรู้สาเหตุ” เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
โดยปกติแล้ว หัวหน้างานมักจะมีหน้าที่กำกับดูแลคนงาน (ลูกน้อง) เพียงไม่กี่คน หัวหน้างานจึงต้องกำกับดูแลการทำงานของคนงานอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยด้วย นอกจากหัวหน้างานจะต้องมีคุณภาพแล้ว
ที่สำคัญที่สุดก็คือ “ผู้ปฏิบัติงานเอง” (คนงาน) ก็จะต้องปฏิบัติตามคู่มือความปลอดภัยอย่างถูกต้องครบถ้วน และมีสติตลอดเวลาทำงาน (โดยเฉพาะการทำงานกับเครื่องจักรหรือกระบวนการผลิตที่อันตราย)
หน้าที่ความรับผิดชอบในการทำงานตรง “หน้างาน” เช่นนี้ จะมีผลต่อ “ผลลัพธ์” และ “เป้าหมาย” ที่เกิดขึ้น จึงเป็นความรับผิดชอบของคน 2 คน (2 ระดับ) พร้อมๆ กัน ก็คือ หัวหน้างาน กับ คนทำงาน
ระดับที่สามก็คือ ผู้จัดการโรงงาน ผู้จัดการสถานที่ ผู้จัดการไซต์งาน ผู้กำกับดูแลพื้นที่ทำงานทั้งหมด ซึ่งจะต้องจริงจังในการกำกับดูแล ต้องกำชับ ต้องติดตาม ต้องขยันเดินตรวจวิธีการทำงาน ต้องพูดต้องตอกย้ำอย่างสม่ำเสมอว่า ความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการทำงาน ต้องไม่ละเลยหรือมองข้าม การเน้นย้ำอย่างสม่ำเสมอนี้ เท่ากับยืนยันให้คนงานระดับล่างรู้ว่า “เราเอาจริง”
ระดับที่สี่ที่หนีความรับผิดชอบไม่ได้เลย ก็คือ ผู้บริหารระดับสูง (CEO) ผู้ประกอบกิจการโรงงาน ผู้บริหารสูงสุด โดยเฉพาะเจ้าของกิจการ เจ้าของโรงงานห้างร้าน ซึ่งจะต้องมีนโยบายเรื่องความปลอดภัยที่ชัดเจนและประกาศอย่างเป็นทางการ
ต้องตอกย้ำด้วยการสื่อสารลงไปให้พนักงานทุกระดับได้รับรู้และเข้าใจว่าความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของผลการปฏิบัติงาน ซึ่งจะถูกประเมินผลด้วย
ผู้บริหารระดับสูงต้องสร้างขวัญและกำลังใจด้วยการปฏิบัติตนเป็นตัวอย่าง ตลอดจนการกล้าลงทุนในเรื่องของการป้องกันอุบัติเหตุและสร้างเสริมความปลอดภัยในการทำงานอย่างเหมาะสมและเห็นได้ชัดด้วย ส่วนความรับผิดชอบของ “ภาครัฐ-ราชการ” ในเรื่องนี้ ขอว่ากันเป็นชุดใหญ่อีกครั้ง
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ต้องการสรุปว่า เรื่องของความปลอดภัยในโรงงานหรือในสถานประกอบการ (รวมตลอดถึงการดำรงชีวิตประจำวัน) ไม่ใช่เรื่องของ “ตัวใครตัวมัน” ครับผม!





