วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

การประชุมวิชาการรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล และตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (ตอน 2)

การประชุมวิชาการรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล และตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (ตอน 2)

วันพิธีปิดการประชุมวิชาการประจำปี 2569 รางวัลเจ้าฟ้ามหิดล เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 มีการแจ้งให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบว่า หัวข้อของการประชุมในปีหน้าคือ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” (Commercial Determinants of Health)

ซึ่งพฤติกรรมองค์กรธุรกิจที่แสวงหาผลกำไรเป็นหลัก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ

ความขัดแย้งระหว่าง “กำไร” และ “ความเท่าเทียมทางสุขภาพ” ไม่ใช่เรื่องใหม่ องค์กรธุรกิจต่างพยายามสร้างอิทธิพลเหนือนโยบายระดับชาติและระดับนานาชาติ มีความพยายาม “บ่อนทำลาย” หลักฐานทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ และ/หรือโจมตีตัวบุคคลที่ “ขัด” ผลประโยชน์ 

บทความต่อเนื่อง 3 ตอน เกี่ยวกับ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” ในวารสาร The Lancet เขียนโดยนักวิจัยมากกว่า 15 ประเทศ และครอบคลุม 6 ทวีป บ่งชี้ว่าบริษัทสุรา ยาสูบ อาหารแปรรูป และพลังงานจากฟอสซิล เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต หนึ่งในสามของประชากรโลกต่อปี

บทความแรกในวารสาร The Lancet วางวิสัยทัศน์อย่างท้าทายว่า รัฐบาล องค์กรธุรกิจ และภาคประชาสังคม มีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมากในการพัฒนาสุขภาพและสังคมที่ดี บทความที่สอง วางกรอบขององค์กรภาคธุรกิจว่ามีหลากหลาย บางองค์กรมีบทบาทสำคัญในสังคม แต่บางองค์กรมีแนวทางปฏิบัติที่มีผลกระทบทางลบเป็นอย่างมากต่อประชากรและความไม่เท่าเทียมทางสุขภาพ 

บทความที่สาม เสนอประเด็นต่างๆ ที่ครอบคลุมในทางปฏิบัติ โดยตระหนักถึงความจำเป็นเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจที่สามารถฟื้นฟูโลก (regenerative business models) และนโยบายที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ (accountable transparent policies) ซึ่งรวมถึงยุติการต่อต้านนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพจากองค์กรธุรกิจ

บทความดังกล่าวไม่ได้ต่อต้านองค์กรธุรกิจ แต่สนับสนุนสุขภาพ แบบอย่างที่ดีสำหรับโมเดลองค์กรธุรกิจที่สนับสนุนสุขภาพ เช่น สถาบันการเงินชั้นนำของโลกเกือบ 200 แห่ง ซึ่งบริหารจัดการการเงินจำนวน 16 ล้านล้านดอลลาร์ (US$ 16 trillion) ได้ร่วมลงนามเพื่อสนับสนุนนโยบายปลอดยาสูบ ซึ่งครอบคลุมบริการทางการเงินทั้งการกู้ยืม การลงทุน และการประกันภัย

สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องได้รับการพิจารณาสำหรับผู้ลงทุน และตลาดทุนระดับโลก ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ทางเศรษฐศาสตร์ รวมถึงมาตรการ นโยบาย และกฎหมาย จะต้องตระหนักถึงหลักการ “สุขภาพในทุกนโยบาย” (Health in all policies) เมื่อ “กำไร” ถูกคุกคาม พฤติกรรมองค์กรที่ลงทุนเพื่อประโยชน์ด้านธุรกิจ จะจงใจ เจตนา บ่อนทำลายนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ

โดยการโน้มน้าว/ล้อบบี้ ผู้กำหนดนโยบาย การข่มขู่ด้วยการดำเนินคดี การบิดเบือนหลักฐาน/ข้อเท็จจริง การปิดบังแนวทางปฏิบัติ และวิธีการอื่นๆ ทั้งนี้ มีหลักฐานจากรายงานของสมัชชาองค์การสหประชาชาติถึงความเชื่อมโยงระหว่าง “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” และความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติ (UN, 2023.) 

การติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรมองค์กร และเปิดโปงแนวทางปฏิบัติควรจะต้องเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินการขององค์กรสาธารณสุขระดับชาติ และจะต้องเป็นความพยายามอย่างยิ่งยวดของธรรมาภิบาลระดับโลกเพื่อปกป้องและส่งเสริมสุขภาพ นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพไม่สามารถและจะไม่พัฒนา

หากไม่มีการดำเนินการใดๆ กับ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” รูปแบบใหม่ของธรรมาภิบาลด้านสาธารณสุข ซึ่งเน้นถึงความไม่สมดุลระหว่างพลังอำนาจและข้อมูลระหว่างภาครัฐและเอกชน มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อต่อสู้กับ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” 

การปกป้องสาธารณสุขหมายถึงการมีส่วนร่วมอย่างระมัดระวังจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคสุขภาพ ภาคประชาสังคม ความเท่าเทียม ความรับผิดชอบและการตรวจสอบความโปร่งใส องค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในธรรมาภิบาลสำหรับ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ”

ในขณะเดียวกัน มีความสำคัญอย่างมากที่จะต้องมองหารูปแบบใหม่ทางด้านเศรษฐศาสตร์สังคม รวมถึงการเสริมความเข้มแข็งด้านการลงทุนในผลิตภัณฑ์ส่วนรวมเพื่อสุขภาพ (common goods for health) เพื่อเปลี่ยนกรอบแนวคิดจาก ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (gross domestic products) มุ่งสู่ “เศรษฐกิจเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี”

รวมถึงเกณฑ์ตัวชี้วัดใหม่ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งการส่งเสริมเกณฑ์ด้านสุขภาพจะสนับสนุนการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคองค์กรธุรกิจ รวมถึงกลุ่มผู้ลงทุน

องค์การอนามัยโลกดำเนินการจัดตั้งโครงการนำร่องด้านเศรษฐศาสตร์และ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” เมื่อปี 2564 ซึ่งรวบรวมประเด็นต่างๆ ที่ผ่านมา เช่น กรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบ การบูรณาการกลไกระดับโลกเพื่อป้องกันโรคไม่ติดเชื้อเรื้อรัง นโยบายที่เป็นเลิศสำหรับการป้องกันโรคไม่ติดเชื้อเรื้อรัง

นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ขององค์การสหประชาชาติ ทางด้านสุขภาพ อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม และได้เผยแพร่รายงานระดับโลกฉบับแรกด้าน “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” เมื่อปี 2567 พร้อมกับการประชุมระดับโลกด้าน “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ”

สถาบันวิชาการ นักวิจัย ภาคประชาสังคม รัฐภาคีขององค์การอนามัยโลก รวมถึงหน่วยงานด้านสาธารณสุขต่างๆ จำเป็นต้องขับเคลื่อนร่วมกันในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดเชื้อเรื้อรัง และป้องกันการแทรกแซงนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพจากองค์กรธุรกิจที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ด้วยความสำคัญของ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” จึงเป็นหัวข้อหลักสำหรับการประชุมวิชาการประจำปีรางวัลเจ้าฟ้ามหิดลในปีหน้า เพื่อมุ่งสู่ “สังคมและเศรษฐกิจเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี” ของประชาชน