วันพิธีปิดการประชุมวิชาการประจำปี 2569 รางวัลเจ้าฟ้ามหิดล เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 มีการแจ้งให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบว่า หัวข้อของการประชุมในปีหน้าคือ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” (Commercial Determinants of Health)
ซึ่งพฤติกรรมองค์กรธุรกิจที่แสวงหาผลกำไรเป็นหลัก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ
ความขัดแย้งระหว่าง “กำไร” และ “ความเท่าเทียมทางสุขภาพ” ไม่ใช่เรื่องใหม่ องค์กรธุรกิจต่างพยายามสร้างอิทธิพลเหนือนโยบายระดับชาติและระดับนานาชาติ มีความพยายาม “บ่อนทำลาย” หลักฐานทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ และ/หรือโจมตีตัวบุคคลที่ “ขัด” ผลประโยชน์
บทความต่อเนื่อง 3 ตอน เกี่ยวกับ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” ในวารสาร The Lancet เขียนโดยนักวิจัยมากกว่า 15 ประเทศ และครอบคลุม 6 ทวีป บ่งชี้ว่าบริษัทสุรา ยาสูบ อาหารแปรรูป และพลังงานจากฟอสซิล เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต หนึ่งในสามของประชากรโลกต่อปี
บทความแรกในวารสาร The Lancet วางวิสัยทัศน์อย่างท้าทายว่า รัฐบาล องค์กรธุรกิจ และภาคประชาสังคม มีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมากในการพัฒนาสุขภาพและสังคมที่ดี บทความที่สอง วางกรอบขององค์กรภาคธุรกิจว่ามีหลากหลาย บางองค์กรมีบทบาทสำคัญในสังคม แต่บางองค์กรมีแนวทางปฏิบัติที่มีผลกระทบทางลบเป็นอย่างมากต่อประชากรและความไม่เท่าเทียมทางสุขภาพ
บทความที่สาม เสนอประเด็นต่างๆ ที่ครอบคลุมในทางปฏิบัติ โดยตระหนักถึงความจำเป็นเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจที่สามารถฟื้นฟูโลก (regenerative business models) และนโยบายที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ (accountable transparent policies) ซึ่งรวมถึงยุติการต่อต้านนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพจากองค์กรธุรกิจ
บทความดังกล่าวไม่ได้ต่อต้านองค์กรธุรกิจ แต่สนับสนุนสุขภาพ แบบอย่างที่ดีสำหรับโมเดลองค์กรธุรกิจที่สนับสนุนสุขภาพ เช่น สถาบันการเงินชั้นนำของโลกเกือบ 200 แห่ง ซึ่งบริหารจัดการการเงินจำนวน 16 ล้านล้านดอลลาร์ (US$ 16 trillion) ได้ร่วมลงนามเพื่อสนับสนุนนโยบายปลอดยาสูบ ซึ่งครอบคลุมบริการทางการเงินทั้งการกู้ยืม การลงทุน และการประกันภัย
สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องได้รับการพิจารณาสำหรับผู้ลงทุน และตลาดทุนระดับโลก ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ทางเศรษฐศาสตร์ รวมถึงมาตรการ นโยบาย และกฎหมาย จะต้องตระหนักถึงหลักการ “สุขภาพในทุกนโยบาย” (Health in all policies) เมื่อ “กำไร” ถูกคุกคาม พฤติกรรมองค์กรที่ลงทุนเพื่อประโยชน์ด้านธุรกิจ จะจงใจ เจตนา บ่อนทำลายนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ
โดยการโน้มน้าว/ล้อบบี้ ผู้กำหนดนโยบาย การข่มขู่ด้วยการดำเนินคดี การบิดเบือนหลักฐาน/ข้อเท็จจริง การปิดบังแนวทางปฏิบัติ และวิธีการอื่นๆ ทั้งนี้ มีหลักฐานจากรายงานของสมัชชาองค์การสหประชาชาติถึงความเชื่อมโยงระหว่าง “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” และความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติ (UN, 2023.)
การติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรมองค์กร และเปิดโปงแนวทางปฏิบัติควรจะต้องเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินการขององค์กรสาธารณสุขระดับชาติ และจะต้องเป็นความพยายามอย่างยิ่งยวดของธรรมาภิบาลระดับโลกเพื่อปกป้องและส่งเสริมสุขภาพ นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพไม่สามารถและจะไม่พัฒนา
หากไม่มีการดำเนินการใดๆ กับ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” รูปแบบใหม่ของธรรมาภิบาลด้านสาธารณสุข ซึ่งเน้นถึงความไม่สมดุลระหว่างพลังอำนาจและข้อมูลระหว่างภาครัฐและเอกชน มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อต่อสู้กับ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ”
การปกป้องสาธารณสุขหมายถึงการมีส่วนร่วมอย่างระมัดระวังจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคสุขภาพ ภาคประชาสังคม ความเท่าเทียม ความรับผิดชอบและการตรวจสอบความโปร่งใส องค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในธรรมาภิบาลสำหรับ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ”
ในขณะเดียวกัน มีความสำคัญอย่างมากที่จะต้องมองหารูปแบบใหม่ทางด้านเศรษฐศาสตร์สังคม รวมถึงการเสริมความเข้มแข็งด้านการลงทุนในผลิตภัณฑ์ส่วนรวมเพื่อสุขภาพ (common goods for health) เพื่อเปลี่ยนกรอบแนวคิดจาก ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (gross domestic products) มุ่งสู่ “เศรษฐกิจเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี”
รวมถึงเกณฑ์ตัวชี้วัดใหม่ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งการส่งเสริมเกณฑ์ด้านสุขภาพจะสนับสนุนการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคองค์กรธุรกิจ รวมถึงกลุ่มผู้ลงทุน
องค์การอนามัยโลกดำเนินการจัดตั้งโครงการนำร่องด้านเศรษฐศาสตร์และ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” เมื่อปี 2564 ซึ่งรวบรวมประเด็นต่างๆ ที่ผ่านมา เช่น กรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบ การบูรณาการกลไกระดับโลกเพื่อป้องกันโรคไม่ติดเชื้อเรื้อรัง นโยบายที่เป็นเลิศสำหรับการป้องกันโรคไม่ติดเชื้อเรื้อรัง
นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ขององค์การสหประชาชาติ ทางด้านสุขภาพ อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม และได้เผยแพร่รายงานระดับโลกฉบับแรกด้าน “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” เมื่อปี 2567 พร้อมกับการประชุมระดับโลกด้าน “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ”
สถาบันวิชาการ นักวิจัย ภาคประชาสังคม รัฐภาคีขององค์การอนามัยโลก รวมถึงหน่วยงานด้านสาธารณสุขต่างๆ จำเป็นต้องขับเคลื่อนร่วมกันในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดเชื้อเรื้อรัง และป้องกันการแทรกแซงนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพจากองค์กรธุรกิจที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ด้วยความสำคัญของ “ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ” จึงเป็นหัวข้อหลักสำหรับการประชุมวิชาการประจำปีรางวัลเจ้าฟ้ามหิดลในปีหน้า เพื่อมุ่งสู่ “สังคมและเศรษฐกิจเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี” ของประชาชน





