วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ภูมิใจไทย’ ต้องคุม อว. เพื่อปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจผ่าน Triple Helix

‘ภูมิใจไทย’ ต้องคุม อว. เพื่อปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจผ่าน Triple Helix

เมื่อ Financial Times ตีตราไทยว่าเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย สิ่งที่สะท้อนออกมาไม่ใช่แค่ตัวเลข GDP ที่โตไม่ถึง 3% ตลอดห้าปี หนี้ครัวเรือนที่แตะ 90% ของ GDP

แต่คือ ความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของระบบนวัตกรรมแห่งชาติ (National Innovation System) ที่ไม่เคยถูกบูรณาการอย่างจริงจัง คำถามคือ รัฐบาลภูมิใจไทยจะแก้โจทย์นี้อย่างไร

หนึ่งในกุญแจสำคัญของการแก้โจทย์นี้คือ พรรคภูมิใจไทยต้องเข้าควบคุมกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ด้วยตนเอง ไม่ใช่แบ่งโควตาให้พรรคร่วมขนาดเล็กตามธรรมเนียม เหตุผลตั้งอยู่บนกรอบทฤษฎี ไตรภาคีนวัตกรรม (Triple Helix) ซึ่งชี้ว่าระบบนวัตกรรมที่มีพลังต้องเกิดจากปฏิสัมพันธ์กันระหว่างสามเสาหลัก ได้แก่ มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ

กระทรวง อว. คือ ตัวแทนของเสาหลักด้านมหาวิทยาลัยในระบบ Triple Helix เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ดูแลสถาบันอุดมศึกษา กองทุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) มีหน่วยบริหารจัดการทุน และมีหน่วยงานวิทยาศาสตร์ภายใต้สังกัดหลายหน่วยงาน

ปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดมาคือ เสาหลักนี้ถูกตัดขาดจากเสาหลักอีกสองเสาที่เหลือ เพราะรัฐมนตรี อว. มักมาจากพรรคที่ไม่มีส่วนกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ หรือไม่ได้มีโอกาสจะเข้าไปร่วมในการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ

ภายใต้รัฐบาลใหม่ พรรคภูมิใจไทยควบคุมกระทรวงเศรษฐกิจหลักอยู่แล้ว ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ

การเพิ่มกระทรวง อว. เข้ามาจะทำให้เกิดการบูรณาการเสาหลักทั้งสามของ Triple Helix ภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกันเป็นครั้งแรก สร้างความสอดคล้องเชิงนโยบาย (Policy Coherence) ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การบริหารเศรษฐกิจไทย

พิจารณาตัวอย่างเชิงปฏิบัติ นโยบาย BOI Fast Pass ตั้งเป้าปลดล็อกการลงทุนค้างในระบบ โดยเฉพาะเงินลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และอาหารแห่งอนาคต หากกระทรวง อว. อยู่ในมือพรรคเดียวกัน เมื่อ BOI อนุมัติโครงการ ศูนย์ข้อมูลมูลค่าหมื่นล้าน 

กระทรวง อว. สามารถสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรทดลอง (Sandbox) ด้านปัญญาประดิษฐ์ และ Cloud Computing รองรับทันที ไม่ต้องรอการประสานงานข้ามกระทรวงที่มักใช้เวลาหลายเดือน หรือในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

การที่พรรคเดียวกันคุมทั้งสิทธิประโยชน์ภาษี มาตรการการเงิน การผลิตบุคลากร และการเจรจาการค้า จะสร้างชุดนโยบายครบวงจรแบบที่เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อีกประเด็นเร่งด่วนคือ วิกฤติมหาวิทยาลัยล้นตลาด ไทยมีสถาบันอุดมศึกษาจำนวนมาก ขณะที่อัตราเกิดต่ำ ทำให้มหาวิทยาลัยหลายแห่งเผชิญปัญหานักศึกษาไม่เต็มเป้า ทำให้มหาวิทยาลัยบางแห่งต้องถูกปรับจากสถาบันผลิตปริญญาซ้ำซ้อนเป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Hub) ที่ตอบสนองภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่

เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลในภาคตะวันออกเชื่อมกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้ก็เชื่อมกับเศรษฐกิจฮาลาล (Halal Economy) เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว นโยบายเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy Plus) ที่ตั้งเป้าเร่ง Net Zero เป็นปี 2593 ยิ่งต้องการ Triple Helix เต็มรูปแบบ ในตอนนี้สินค้าสีเขียว (Green Goods) คิดเป็นเกือบ 10% ของการส่งออกไทย สะท้อนให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพสูงในด้าน EV Solar PV และเทคโนโลยีทำความเย็นประหยัดพลังงาน (Energy-efficient Cooling) 

กระทรวง อว. ต้องผลิตงานวิจัยและบุคลากร กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดมาตรฐาน กระทรวงการคลังออกแบบการเงินสีเขียว (Green Finance) กระทรวงพาณิชย์หาตลาด และกระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนให้เกิดการเจรจาข้อตกลงการค้าสีเขียว การดำเนินการทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกัน

จะเห็นได้ว่า การปฏิรูปในระดับนี้ต้องการเจตจำนงทางการเมืองระดับพรรคแกนนำ ไม่ใช่รัฐมนตรีจากพรรคร่วมที่ไม่มีฐานเสียงพอรับแรงกดดัน ส่วนข้อโต้แย้งว่าการรวมกระทรวงไว้ในพรรคเดียวจะขาดการถ่วงดุลนั้น ต้องแยกแยะระหว่างการรวมศูนย์อำนาจกับการบูรณาการนโยบาย

ในระบบ Triple Helix ที่ประสบความสำเร็จ เช่น สิงคโปร์ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ การประสานเสาหลักทั้งสามเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้านก็ยังสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้อย่างเข้มแข็ง

สิ่งที่ต้องตระหนักคือ มาตรการกระตุ้นระยะสั้นอย่างคนละครึ่งพลัส หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำเป็นสำหรับบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ไม่ใช่คำตอบของปัญหาเชิงโครงสร้าง ไทยต้องการการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่เพิ่มผลิตภาพ ขีดความสามารถในการแข่งขัน และศักยภาพด้านนวัตกรรม ซึ่งทั้งหมดต้องขับเคลื่อนผ่านระบบ Triple Helix ที่ทำงานเป็นเอกภาพ

หากพรรคภูมิใจไทยต้องการพิสูจน์ว่าชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้มาจากกระแสชาตินิยมเพียงชั่วคราว การเข้าควบคุมกระทรวง อว. คือหมากสำคัญที่สุดตัวหนึ่งบนกระดาน เพราะการที่พรรคแกนนำควบคุมทั้งกระทรวงการคลัง พาณิชย์ อุตสาหกรรม การต่างประเทศ และ อว. พร้อมกัน จะสร้างความสอดคล้องเชิงนโยบาย ครบทั้งสามเสาหลักของ Triple Helix เป็นครั้งแรก

นี่ไม่ใช่เรื่องของการกินรวบหรือรวมศูนย์อำนาจ แต่เป็นเรื่องของสถาปัตยกรรมเชิงสถาบันที่ทำให้นโยบายเศรษฐกิจทุกมิติเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน แต่หากพรรคภูมิใจไทยปล่อยให้กระทรวง อว. หลุดมือไปเป็นโควตาพรรคร่วม โอกาสนี้จะสูญหาย และ Triple Helix ของไทยจะยังคงเป็นเสาสามต้นที่ตั้งอยู่แต่ไม่เคยประสานกัน เหมือนที่เป็นมาตลอด