วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากับปัญหาคอร์รัปชัน

กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากับปัญหาคอร์รัปชัน

เมื่อเอ่ยถึงปัญหาคอร์รัปชัน โดยส่วนใหญ่ภาพที่ปรากฏในความคิดของผู้คนในสังคมไทย มักเป็นเรื่องของเงินใต้โต๊ะ การวิ่งเต้น หรือการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ

ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบในวงกว้าง ตั้งแต่ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อภาครัฐ ไปจนถึงประสิทธิภาพของการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน และในที่สุดก็ย้อนกลับมากระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

อย่างไรก็ดี หากมองให้ลึกลงไปกว่านั้น คอร์รัปชันไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางศีลธรรมหรือปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น หากแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ที่บิดเบือนกลไกตลาดและทำลายการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นระบบ

กล่าวอีกนัยยะหนึ่ง คอร์รับชั่นทำให้ความสามารถทางธุรกิจไม่ได้ถูกวัดด้วยประสิทธิภาพหรือคุณภาพ หากแต่ถูกวัดด้วยความใกล้ชิดกับอำนาจและช่องทางพิเศษต่างๆ ซึ่งตรงส่วนนี้เองที่กฎหมายการแข่งขันทางการค้าเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง

หัวใจของการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม คือ การเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจแข่งขันกันบนพื้นฐานของ “ราคา คุณภาพ และความคิดสร้างสรรค์” ผู้ผลิตที่เสนอสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพดีกว่า ราคาสมเหตุสมผลกว่า หรือมีนวัตกรรมตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากกว่า

ย่อมเป็นผู้ที่อยู่รอดและเติบโตได้ในตลาด กลไกนี้ไม่เพียงสร้างประโยชน์ให้ผู้บริโภค แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้ระบบเศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ในทางตรงกันข้าม คอร์รัปชันคือ ศัตรูโดยตรงของการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม เหตุเพราะถ้าความสำเร็จทางธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพหรือประสิทธิภาพของสินค้าและบริการ แต่กลับขึ้นอยู่กับความสามารถในการวิ่งเต้นหรือการจ่ายเงินใต้โต๊ะ

ทรัพยากรของผู้ประกอบธุรกิจย่อมถูกเบนเข็มจากการลงทุนด้านนวัตกรรม การพัฒนาคุณภาพ หรือการลดต้นทุน ไปสู่การแสวงหาความได้เปรียบผ่านช่องทางที่ไม่โปร่งใส

ผลลัพธ์ในระยะยาวคือ ตลาดจะค่อยๆ สูญเสียแรงจูงใจในการแข่งขันเชิงคุณภาพ และระบบเศรษฐกิจจะติดอยู่กับกับดักของประสิทธิภาพต่ำอย่างต่อเนื่อง 

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนของการเชื่อมโยงระหว่างปัญหาคอร์รัปชันกับการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม คือ “กรณีการฮั้วประมูลงาน” การฮั้วประมูลไม่เพียงทำให้รัฐต้องจ่ายเงินแพงกว่าที่ควรจะเป็น แต่ยังทำลายโอกาสของผู้ประกอบธุรกิจที่พร้อมแข่งขันอย่างสุจริต และทำให้ตลาดขาดแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพหรือคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ

กล่าวได้ว่า ภายใต้พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560) การฮั้วประมูลเข้าข่ายเป็นการตกลงร่วมกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้แยกพิจารณาความผิดไว้ชัดเจนตามมาตรา 54 และมาตรา 55

โดยหากเป็นการตกลงร่วมกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจในตลาดเดียวกัน จะเป็นความผิดตามมาตรา 54 ถือเป็นโทษทางอาญา แต่หากเป็นการตกลงร่วมกันของผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่คนละตลาดกัน จะเป็นความผิดตามมาตรา 55 และเป็นโทษทางปกครอง

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนคือ ขอบเขตการบังคับใช้ของกฎหมายการแข่งขันทางการค้าในกรณีการฮั้วประมูล พระราชบัญญัติฉบับนี้มีหน้าที่กำกับดูแล “การตกลงร่วมกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจในภาคภาคเอกชน” เป็นหลัก ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการทุจริต

ตัวอย่างเช่น สมมติว่า นาย ก นาย ข นาย ค และนาย ง เข้าร่วมการประมูลงานของภาครัฐ โดยปรากฏว่านาย ก และนาย ข ตกลงร่วมกันเพื่อฮั้วประมูล ขณะเดียวกันมีนาย เอ ซึ่งเป็นข้าราชการให้ความช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์ในการดำเนินการดังกล่าว

ในกรณีนี้ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 จะเข้ามากำกับดูแลเฉพาะการตกลงร่วมกันระหว่างนาย ก และนาย ข เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวลดทอนการแข่งขันที่เป็นธรรม และสร้างความเสียเปรียบให้แก่นาย ค และนาย ง ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น

กล่าวได้ว่า การตกลงร่วมกันของนาย ก และนาย ข จึงมิใช่เพียงการเอาเปรียบรัฐเท่านั้น หากแต่เป็นการบิดเบือนกลไกการแข่งขันและตัดโอกาสของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นออกจากตลาดอย่างไม่เป็นธรรม ในส่วนการกระทำของนาย เอ ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ย่อมอยู่ภายใต้กฎหมายอื่นและกลไกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ในภาพรวมแล้ว กฎหมายการแข่งขันทางการค้าอาจไม่ใช่ “ยาครอบจักรวาล” ที่จะกำจัดคอร์รัปชันได้ทั้งหมด แต่เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยตัดวงจรคอร์รัปชันในภาคธุรกิจ โดยการทำให้การโกงไม่ใช่ทางลัดสู่ความสำเร็จ และทำให้การลงทุนในคุณภาพ ประสิทธิภาพ และนวัตกรรม กลับมาเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดอีกครั้ง

ดังนั้น หากสังคมไทยต้องการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน อาจต้องเริ่มจากการมองให้ชัดว่า คอร์รัปชันไม่ได้บ่อนทำลายเพียงความโปร่งใสของรัฐ แต่กำลังบ่อนทำลายการแข่งขันที่เป็นธรรม และทำให้ระบบเศรษฐกิจทั้งระบบอ่อนแอลงอย่างเงียบ ๆ การทำให้กติกาการแข่งขันทางการค้ามีความเข้มแข็ง จึงไม่ใช่เรื่องของธุรกิจเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของอนาคตประเทศโดยตรงอีกด้วย