วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ผลโพล ‘ฟังหู ไว้หลายหู’ | อาหารสมอง

ผลโพล ‘ฟังหู ไว้หลายหู’ | อาหารสมอง

“โทรกันเข้ามาเลยนะครับเพื่อหานักแสดงยอดนิยมประจำปีนี้ อย่านิ่งเฉย เราจะได้ดาราในดวงใจของคนไทยกัน” “ส่งจดหมายมาเลยว่าอยากได้ใครเป็นนายก เราจะได้รู้กันว่าสังคมไทยต้องการใครเป็นผู้นำ”

สองข้อความลักษณะนี้เราได้ยินอยู่กันเป็นประจำ และเมื่อได้ผลสรุปออกมาก็จะทึกทักว่าเขาเป็นนักแสดงยอดนิยมของคนไทยและสังคมอยากได้นาย ก.มาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าคิดสักนิดก็จะเห็นว่าแท้จริงแล้วทั้งสองเป็นเพียงคนที่ได้รับเลือกจากคนที่มีโทรศัพท์และอยากโทรเข้ามาบอกในเรื่องแรก

และจากคนที่มีเงินซื้อแสตมป์และซองจดหมายและมีอารมณ์แรงพอที่จะส่งจดหมายไป มิได้เป็นคนที่สังคมไทยเลือกมาอย่างแท้จริง

ในทั้งสองกรณีมีคนอีกมากที่ไม่ได้ร่วมตอบ คนที่ไม่มีโทรศัพท์ก็ไม่มีโอกาสแสดงออกว่า ชอบใคร ส่วนคนขี้เกียจออกแรงเขียนจดหมายก็ไม่ได้ร่วมออกเสียงเลือกนายกด้วย ทั้งหมดที่ตอบมารวมกันจึงมิได้เป็นกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนประชากรทั้งประเทศอย่างแท้จริง

ดังนั้นจึงได้ผลที่ผิดพลาดแต่เราก็ทำกันอยู่เป็นประจำดังเช่นการทำโพลทางโทรศัพท์ การสำรวจความคิดเห็น การสำรวจแบบแผนการบริโภค ฯลฯ และลืมไปว่ามีข้อจำกัดในการตีความอย่างมาก

วิชาการเรียกการกระทำในทั้งสองกรณีว่าขาด validity ซึ่งหมายถึงว่า เป็นวิธีการที่ทำให้ขาดความแม่นยำและไม่มีความหมาย เนื่องจากผลที่ออกมามิได้สะท้อนความเป็นจริงของประชากรทั้งหมด มันจึงไม่ใช่ผลที่แม่นยำ ผลของโพลเลือกตั้งที่ผ่านไปมีที่แม่นยำอยู่บ้าง

กล่าวคือ ผลของการพยากรณ์ล่วงหน้าออกมาตรงกับที่ประชาชนลงคะแนนจริงก็คือ เขตกรุงเทพมหานคร ในขณะที่ผิดพลาดนับเป็นสิบ ๆ ที่นั่งของพรรคต่าง ๆ จากส่วนที่อยู่ในเขตต่างจังหวัด

ผมคาดว่าการเก็บข้อมูลของ 400 เขตใช้โทรศัพท์เป็นเครื่องมือ เพราะหากใช้แบบสอบถามทั้งหมดเพื่อถามความเห็นก็ต้องใช้แบบสอบถามนับเป็นพัน ๆ ชุดโดยต้องไปถามทั้ง 400 เขตทั่วประเทศ ต้องใช้เงินนับล้าน ๆ บาท 

เพื่อสร้างและเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างของแต่ละเขตซึ่งมีลักษณะสอดคล้องกับ ผู้ลงคะแนนในเขตนั้นๆ (ไม่ต้องกินซุปทั้งหม้อก็บอกรสชาติได้โดยการตักส่วนหนึ่งมาชิมตราบที่ส่วนที่ชิมเป็นตัวแทนที่มีรสชาติเหมือนซุปในหม้อใหญ่) การทำเช่นนี้จึงพอจะมี validity และต้องคาดเดาให้ถูกด้วยว่าจะมีคนในแต่ละเขตมาลงคะแนนมากน้อยเพียงใด

เมื่อยากและแพงเช่นนี้ ผมจึงเดาว่าคงใช้หลายวิธีประกอบกันเช่นใช้ความเห็นทางโทรศัพท์บวกผลจากโพลอื่น บวกความรู้สึกอื่น ๆ ประกอบ ผลโพลที่ออกมาจึงห่างไกลจากความจริง การถามทางโทรศัพท์เป็นเรื่องไม่ง่ายเพราะมีคนจำนวนมากที่ไม่มีโทรศัพท์ใช้ ต้องหาหมายเลขโทรศัพท์ของกลุ่มตัวอย่าง ที่ดีในแต่ละ 400 เขต และต้องแน่ใจว่าเป็นผู้ลงคะแนนของเขตนั้น ๆ ด้วย

สาเหตุที่ทำให้ผลโพลของกรุงเทพมหานครแม่นยำกว่ามากก็เพราะระยะทางทำให้สามารถได้รับข้อมูลที่ละเอียดกว่า อีกทั้งคนกรุงเทพฯแทบทุกคนมีโทรศัพท์ใช้ ดังนั้นการใช้วิธีโทรศัพท์ที่มีกลุ่มตัวอย่างที่ดีจึงทำให้ผลโพลมี validity

ในโลกมีความผิดพลาดในการใช้โทรศัพท์เพื่อรับฟังความเห็นโดยพลั้งเผลอหรือตั้งใจให้เป็นตัวแทนอย่างผิด ๆ ของประชาชนที่สำรวจทั้งหมดอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นจึงต้องระวังผลโพลที่ออกมา

กรณีหนึ่งที่ดังสุดในประวัติศาสตร์คือการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2479 ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt กับ Alf Landon สื่อมีโพลสำรวจถึง 2.4 ล้านคนทางโทรศัพท์โดยอาศัยรายชื่อของผู้ลงทะเบียนเป็นเจ้าของรถยนต์ สื่อมั่นใจมากจนหนังสือพิมพ์ใหญ่พาดหัวตัวยักษ์ล่วงหน้าว่า Alf Landon ชนะถล่มทลาย

แต่ปรากฏว่าผลเลือกตั้งกลับกัน ประธานาธิบดี Roosevelt ชนะแบบแลนด์สไลด์ จากการตรวจสอบพบว่าในเวลานั้นคนรวยเท่านั้นที่มีรถขับ และคนเหล่านี้เลือกตัวแทนพรรครีพับลิกันคือ Alf Landon ผลสำรวจจึงออกมาชนิดหน้าแตกแบบหมอปฏิเสธเย็บ

ความผิดพลาดในการใช้โทรศัพท์สำรวจเกิดขึ้นตลอดเวลา แม้แต่การโทรศัพท์ไปยังเบอร์ มือถือกับเบอร์บ้าน (ที่เรียกว่า landline) ก็ให้ผลที่แตกต่างกัน เบอร์บ้านนั้นผู้สูงอายุที่อยู่บ้านจะเป็นผู้รับและตอบคำถาม เบอร์มือถือเป็นคนวัยอื่น

ถึงแม้จะสำรวจมาแล้วว่ากลุ่มตัวอย่างจะต้องประกอบด้วยชาย หญิง อายุ อาชีพ รายได้ อย่างใดโดยดูข้อมูลของเจ้าของเบอร์บ้านเมื่อตอนเลือกตัวอย่างแล้ว แต่ปรากฏว่าผู้ตอบเป็นคนอื่น ผลสำรวจจึงบิดเบี้ยวจากความจริง

ในบ้านเราการสำรวจทางโทรศัพท์เพื่อถามความเห็นของคนไทยทั้งประเทศโดยใช้กลุ่มตัวอย่างจึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะความเห็นจากผู้อยู่ในเขตนอกเมือง

ปัญหาที่เกิดก็คือยากที่จะได้ตัวอย่างที่มีลักษณะครบตามที่ออกแบบมา เพราะยากที่จะตามตัวมารับโทรศัพท์ อีกทั้งไม่ชอบที่จะรับเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นโดยเฉพาะในยามมิจฉาชีพชุมกว่ายุง และไม่ชอบที่จะแสดงความเห็นออนไลน์โดยเฉพาะทางการเมือง

การทำโพลหรือการสำรวจความเห็นของประชาชนหรือผู้บริโภคผ่านโทรศัพท์มือถือ เป็น norm ใหม่ของสังคมโลกที่สะดวกรวดเร็ว ค่าใช้จ่ายต่ำ จนระบาดทั่วโลกและลืมไปว่ามีข้อจำกัดอยู่มากในเรื่อง validity ประชาชนส่วนใหญ่มักไม่ตระหนักและไม่ระวังตัว จึงทึกทักว่าเป็นความจริง นี่คือ อันตรายหนึ่งของสังคมปัจจุบัน

ขั้นต่อไปอาจมีโพลทุกวันที่สำรวจด้วย AI กล่าวคือ รับโทรศัพท์ ประมวลผล และเขียนสรุปวิเคราะห์เองชนิดรายวันก็ยังได้ แต่ทั้งหมดคือ “ขยะ” ถ้าไม่รับข่าวสารอย่างระมัดระวัง

กล่าวโดยสรุป “เสียงส่วนใหญ่จากมือถือ” ไม่ใช่ “เสียงส่วนใหญ่ของประเทศ” หรือแม้แต่ “เสียงส่วนใหญ่” จากการสำรวจที่ใช้ตัวอย่างที่น่าจะเป็นตัวแทนประชาชนที่มีก็อาจไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะอาจมีความเอนเอียงเพื่อให้ได้คำตอบในทิศทางที่ต้องการ

การเก็บแบบสอบถามอาจไม่ระมัดระวังและรอบคอบ การรับฟังผลจากทุกโพลจึงต้องกระทำด้วยการ “ฟังหู ไว้หลาย ๆ หู” เสมอครับ