ในการเสวนาระหว่างนักวิชาการกับนักการเมือง นักวิชาการบ่นว่าอยากเห็นนโยบายระยะยาวจากพรรคการเมืองที่จะมาดูแลบ้านเมืองนี้ว่า เราจะไปทางไหนกัน เราจะเก่งอะไรกันบ้าง
เหมือนที่เพื่อนบ้านเขาประกาศกันว่า เขาจะเก่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ในนโยบายของรัฐบาลอย่างชัดเจน
ตัวอย่างหนึ่งคือ รัฐบาลจีนที่ประกาศไว้นานนับยี่สิบสามสิบปีว่า ในปี 2030 คนจีนจะไปเดินบนดวงจันทร์ เหมือนที่อเมริกาเคยกระทำสำเร็จมาแล้วเมื่อหลายทศวรรษก่อน แต่ที่ไปไกลกว่า คือจีนไม่ใช่แค่จะส่งคนไปดวงจันทร์ แต่จะไปสร้างสถานีอวกาศบนดวงจันทร์ให้คนในโลกนี้ขึ้นไปทำงานร่วมกันได้
ไม่ใช่แค่ประกาศนโยบายแล้วไม่ได้ทำอะไรต่อสักอย่าง เหมือนที่เคยมีใครสักคนที่เป็นใหญ่เป็นโตในวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประกาศข่าวใหญ่โตว่าเราจะไปดาวอังคารกัน แล้วก็จบแค่นั้น
จีนเดินหน้าอย่างเป็นขั้นเป็นตอน สร้างจรวดพลังขับเคลื่อนสูงสำเร็จมาแล้วร่วมสิบปี คิดค้นวัสดุใหม่ๆ ที่จะใช้เพื่อการนี้ รวมไปจนถึงระบบดิจิทัล และAI ที่จะมาช่วยควบคุมการปฏิบัติการนี้
อีกปีสองปีก็จะทดสอบส่งยานอวกาศที่จะบรรทุกคนเดินทางไปดวงจันทร์ ไปโคจรรอบดวงจันทร์ ทดสอบยานอวกาศที่จะร่อนลงบนดวงจันทร์เพื่อพาคนลงไปที่พื้นผิวดวงจันทร์ แต่เริ่มด้วยการส่งหุ่นยนต์เดินทางแทนคนไปก่อน
จีนใช้เงินไปมากมายในการเตรียมเดินทางไปดวงจันทร์นี้ เพราะเขาเชื่อว่าเขาอาจได้ทรัพยากรมูลค่ามหาศาลจากอวกาศ เขารวยแล้วเขารู้จักใช้ความร่ำรวยของเขาสร้างโอกาสใหม่ ๆ ไม่เหมือนบางประเทศที่ตอนร่ำรวยก็ใช้เงินไม่เป็นเรื่องเป็นราว
ยกคณะเดินทางไปเจรจาความร่วมมือเรื่องเทคโนโลยีกับประเทศที่ก้าวหน้า คนที่ไปมีแค่หัวหน้าคณะที่เป็นศาสตราจารย์ด้านเทคโนโลยี ลูกทีมจบศึกษาศาสตร์บ้าง รัฐศาสตร์บ้าง ไปแล้วก็ได้แต่คำแถลงข่าวกลับมา แต่ตอนนั้นร่ำรวยกันอยู่เลยไม่มีใครว่าอะไร หมดความร่ำรวยก็เลยไม่เหลืออะไร
ไม่ได้บอกว่า อยากให้ใครมากำหนดนโยบายให้บ้านเราส่งยานอวกาศไปดวงจันทร์แข่งกับจีน ซึ่งเทียบได้กับประเทศ UAE บอกว่าจะไปดวงจันทร์แข่งกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังฟื้นฟูโครงการส่งคนไปดวงจันทร์อีกรอบเพื่อแข่งขันกับจีน
ในบริบทเทคโนโลยีใหม่ในปัจจุบัน UAE ไม่ถามว่าเราจะให้คนของเราไปดวงจันทร์กับอเมริกาได้หรือไม่? แต่ถามตัวเองว่ามีอะไรบ้างที่เราจะทำร่วมกับอเมริกาในการไปดวงจันทร์ครั้งนี้
UAE เริ่มต้นด้วยการจัดตั้ง Mohammed bin Rashid Space Centre (MBRSC) ตอนแรกก็พยายามสร้างยานพาหนะสำหรับเดินทางบนดวงจันทร์ พยายามทำทุกอย่างด้วยทีมงานของตนเอง แต่โชคร้ายที่เสียเงินเปล่า โครงการประสบความล้มเหลว
ซึ่งทำให้ UAE เรียนรู้ทันทีว่าคิดเรื่องใหญ่ไป แล้วเปลี่ยนใจไปจับเรื่องที่เล็กลงในโครงการ Artemis โดยมุ่งไปที่การเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญ คือ airlock module ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ Artemis
สิ่งที่ UAE ได้คืนมาคือ การได้รับการยอมรับว่าเป็น Supplier สำคัญของโครงการอวกาศ ซึ่งทำให้ UAE มีคนหนุ่มสาวที่เชี่ยวชาญในด้านกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมสมัยใหม่ หุ่นยนต์ AI สามารถคิดค้นนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง และมีผลกระทบสูง
โดยไม่ได้ใส่ใจกับการป่าวประกาศว่าฉันจะส่งคนของฉันไปดวงจันทร์ คนรวยที่ใช้เงินอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่ใช้เงินซื้อหน้าตา วันหน้าก็ยังรวยต่อไปได้
นอกจาก UAE แล้วยังมีอีกหลายประเทศ ที่ใส่ใจว่าจะทำอะไรให้ประเทศของตนมีส่วนสำคัญในโครงการที่ท้าทายอนาคตทำนองเดียวกับที่จีนและอเมริกาแข่งกันส่งคนไปดวงจันทร์ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างแสวงหาพรรคพวกที่จะมาร่วมกันกำหนดมาตรฐานของเทคโนโลยีใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการนี้
ต้องการหาพรรคพวกมาร่วมกันกำหนดกติกาเกี่ยวการแสวงหาทรัพยากรในอวกาศ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเริ่มต้นด้วยการมีส่วนร่วมสำคัญในส่วนใดส่วนหนึ่งของโครงการ
ถ้าผู้นำประเทศฉลาดพอก็จะมีส่วนร่วมได้อย่างประสบความสำเร็จ ประเทศได้ภาพลักษณ์ พร้อมกับมีขีดความสามารถใหม่ที่ไม่เป็นรองใครในโลก แบบเดียวกับที่ UAE ทำสำเร็จ
แต่ถ้าผู้นำทำแค่ตามกระแส ก็คงมีแค่ กิจกรรมนักเรียน นักศึกษา ที่เขาเอื้อเฟื้อให้ไปทดลองกันบนดวงจันทร์ แล้วก็ประกาศเป็นเรื่องใหญ่โต ถึงเวลาที่บ้านเมืองนี้ต้องคิดเรื่องอนาคตไกลๆ กันได้บ้างแล้ว อย่าหยุดอยู่แค่แจกวันนี้ แจกวันพรุ่งนี้ วันหน้าจะไม่เหลืออะไรให้แจก





