พรรคการเมืองต่างเสนอนโยบายที่ฟังดูน่าสนใจ แต่ประชาชนจะแยกแยะระหว่าง "นโยบายที่ทำได้จริง" กับ "คำสัญญาเลื่อนลอย" ได้อย่างไร
ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยเผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่การเติบโตของ GDP ที่คาดว่าจะชะลอตัวเหลือเพียงร้อยละ 1.5-2.0 ในปี 2569 ต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงน่าใจหายปัญหาสังคมที่รุมเร้า ผลกระทบจากโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น ไปจนถึงการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์
พรรคการเมืองต่างเสนอนโยบายที่ฟังดูน่าสนใจ แต่ประชาชนจะแยกแยะระหว่าง "นโยบายที่ทำได้จริง" กับ "คำสัญญาเลื่อนลอย" ได้อย่างไร
“เมื่อคำสัญญาหาเสียงไม่เพียงพอ ประชาชนจึงต้องถามให้ลึกกว่าสโลแกน”
บทความนี้นำเสนอ 10 คำถามในมิติทางเศรษฐกิจที่จะช่วยให้เราเห็นกึ๋นของขุนพลทางเศรษฐกิจของแต่ละพรรคได้
คำถามที่ 1 ปัญหาเศรษฐกิจใดที่ท่านจะแก้ไขเป็นอันดับแรกในปีแรก ระหว่างค่าแรงต่ำ ค่าครองชีพสูง การลงทุนอ่อนแอ หรือหนี้ครัวเรือน?
เหตุผลที่ถามคำถามนี้ ทรัพยากรทางการคลังและทุนทางการเมืองมีจำกัด รัฐบาลที่อ้างว่าจะแก้ทุกปัญหาพร้อมกันไม่ได้พูดความจริง การจัดลำดับความสำคัญเปิดเผยว่าผู้สมัครเข้าใจ "ต้นทุนค่าเสียโอกาส" หรือไม่
คำถามที่ 2 ค่าแรงที่แท้จริงจะเพิ่มขึ้นเท่าใด และภายในระยะเวลาเท่าใด?
เหตุผลที่ถามคำถามนี้ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะไร้ความหมายหากเงินเฟ้อกัดกินกำลังซื้อ ปัญหาหลักของไทยในทศวรรษที่ผ่านมาคือค่าแรงที่แท้จริงหยุดนิ่ง การถามตัวเลขและกรอบเวลาชัดเจนทดสอบว่านโยบายมีรากฐานจริงหรือเป็นเพียงคำขวัญ
คำถามที่ 3 ประชาชนกลุ่มใดที่จะไม่ได้รับประโยชน์ในระยะสั้นจากนโยบายของท่าน?
เหตุผลที่ถามคำถามนี้ การปฏิรูปทุกครั้งมีผลกระทบต่อการกระจายรายได้ นักการเมืองมักแสร้งว่านโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อ "ทุกคน" ซึ่งแทบไม่เคยเป็นจริง แผนที่น่าเชื่อถือต้องอธิบายได้ว่าการสูญเสียชั่วคราวของบางกลุ่มคุ้มค่าอย่างไรในระยะยาว
คำถามที่ 4 ท่านจะลดหนี้ครัวเรือนได้อย่างไร โดยไม่ใช้วิธีขยายสินเชื่อ พักชำระหนี้ หรือรีไฟแนนซ์แบบเหวี่ยงแห?
เหตุผลที่ถามคำถามนี้ หนี้ครัวเรือนไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง การพักหนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพียงยืดเวลาและสร้างปัญหาจริยธรรมวิบัติ (moral hazard) คำถามนี้บังคับให้พูดถึงการเพิ่มรายได้และผลิตภาพ ไม่ใช่วิศวกรรมการเงินระยะสั้น
คำถามที่ 5 โครงการใดที่ท่านจะตัดหรือยกเลิกเพื่อหาเงินมาทำตามสัญญา?
เหตุผลที่ถามคำถามนี้ การหนี้สาธารณะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น การใช้จ่ายใหม่โดยไม่ตัดรายจ่ายเดิมหมายถึงการขาดดุลที่สูงขึ้นหรือภาระผูกพันที่ซ่อนเร้น การระบุรายการที่จะตัดแสดงถึงความเป็นจริงทางการคลัง
คำถามที่ 6 นโยบายของท่านจะยกระดับผลิตภาพของ SMEs และแรงงานนอกระบบได้อย่างไร ไม่ใช่แค่ปกป้องพวกเขา?
เหตุผลที่ถามคำถามนี้ SMEs และแรงงานนอกระบบติดอยู่ในกับดักผลิตภาพต่ำ การปกป้องผ่านเงินอุดหนุนอาจรักษาความไร้ประสิทธิภาพไว้ การเติบโตระยะยาวต้องอาศัยการยกระดับทักษะและเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่การช่วยให้อยู่รอด
คำถามที่ 7 ท่านจะทำอะไรที่แตกต่างจากนโยบายกระตุ้นในอดีตที่เพิ่มการบริโภคแต่ล้มเหลวในการยกระดับการเติบโตระยะยาว?
เหตุผลที่ถามคำถามนี้ ไทยใช้มาตรการกระตุ้นด้านอุปสงค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยได้ผลลดลงเรื่อยๆ หากผู้สมัครไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดนโยบายในอดีตจึงล้มเหลว พวกเขาก็มีแนวโน้มจะทำซ้ำ
คำถามที่ 8 ท่านจะดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนได้อย่างไร โดยไม่ใช้ข้อตกลงพิเศษหรือการเอื้อประโยชน์ทางกฎระเบียบ?
เหตุผลที่ถามคำถามนี้ การลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยสิทธิพิเศษนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรผิดพลาดและ rent-seeking การเติบโตยั่งยืนขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ที่คาดการณ์ได้และการแข่งขัน คำถามนี้มุ่งเป้าไปที่ "คุณภาพ" ของการเติบโต
คำถามที่ 9 การปฏิรูปโครงสร้างใดที่ต้องใช้ความกล้าหาญทางการเมือง และท่านจะเริ่มต้นเมื่อใด?
เหตุผลที่ถามคำถามนี้ ปัญหาเศรษฐกิจที่ลึกที่สุดของไทยล้วนมีต้นทุนทางการเมืองสูง กรอบเวลาเปิดเผยความจริงจัง การปฏิรูปที่ถูกเลื่อนอย่างไม่มีกำหนดก็เท่ากับถูกยกเลิก
คำถามที่ 10: หากการเติบโตไม่เป็นไปตามคาดหลังสองปี ท่านจะยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายใด?
เหตุผลที่ถามคำถามนี้ การบริหารเศรษฐกิจที่ดีต้องมีความเต็มใจเปลี่ยนทิศทาง รัฐบาลที่ปฏิบัติต่อนโยบายเสมือนพันธะทางอุดมการณ์มีแนวโน้มจะยิ่งเดินหน้าในทางที่ผิด
คำถามทั้ง 10 ข้อนี้จะเป็นการถามเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความเห็น ทดสอบความเข้าใจของขุนพลเศรษฐกิจของพรรค รวมถึงการลำดับความสำคัญที่ต้องแยกแยะระหว่างการบรรเทาทุกข์ระยะสั้นกับการปรับปรุงเชิงโครงสร้าง และเปิดโปงประชานิยมที่ขับเคลื่อนด้วยหนี้
เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการตัดสินใจว่าประเทศไทยจะเดินหน้าสู่การปฏิรูปอย่างจริงจัง หรือจะวนเวียนอยู่กับวงจรเดิมของการกระตุ้นระยะสั้นที่ไม่สร้างการเติบโตยั่งยืน ดังนั้น คำถามที่ถูกต้องคือก้าวแรกของการได้คำตอบที่ถูกต้อง.





