สหรัฐกำลังเปลี่ยนแปลงตนเองตามแนวทางของ Donald Trump ประธานาธิบดีผู้มีแนวคิดประหลาด แม้ว่าจะมีความพยายามต่อต้านการเปลี่ยนแปลงนั้นจากอเมริกันชนเอง
แต่ดูเหมือนว่าการผลักดันของทรัมป์ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา จะนำสหรัฐไปสู่จุดที่ยากจะหันหลังกลับมาสู่ระเบียบโลกแบบเดิมได้
ยุทธศาสตร์ของ Pentagon ล่าสุดได้ตอกย้ำเรื่องนี้ นี่คือการ “มองใกล้” สนใจเรื่องของตนเองเป็นหลัก มากกว่าสนใจโลกทั้งใบเหมือนเดิม แล้วโลกล่ะจะต้องปรับตัวอย่างไรกับการที่อเมริกากำลังจะทิ้งโลกไปหมกมุ่นกับตนเอง
ในอดีตเราจะพบว่ามีชาติใหญ่อยู่บางชาติที่ให้ความสำคัญกับตนเองและขอบข่ายรอบตัว มากกว่ารอบโลกทั้งที่ตนมีศักยภาพมากกว่านั้น
เช่น อินเดียให้ความสำคัญเฉพาะอนุทวีปของตนเองเป็นหลัก กว่าจะคิดค้นนโยบาย Look East และ Act East ได้ก็เสียเวลาไปโข แม้แต่สหรัฐก็เคยยึดถือลัทธิ Monroe อย่างเข้มงวด กว่าจะออกมาช่วยยุโรปสมัย Woodrow Wilson ได้ก็ต้องรอให้สงครามเรือดำน้ำในยุโรปกระทบต่อคนอเมริกันเสียก่อน
แต่แนวทางของทรัมป์ที่กำลังใช้ ไม่เพียงแต่ทำให้อเมริกากลับไปสนใจแต่เรื่องของตนเองเท่านั้นแต่ยังทำให้เกิดความหวาดระแวงจากพันธมิตร นับจากนี้ไปชาติที่เคยเป็นเพื่อนกับสหรัฐแม้แต่ชาติที่ต้องพึ่งพิงอเมริกาอย่างหนักก็ยังไม่อาจไว้ใจอเมริกันได้อีกต่อไป และต้องดิ้นรนหาทางเผื่อช่วยเหลือตนเองทางอื่นต่อไป
การให้ความสำคัญต่อตนเองเป็นหลักของทรัมป์อยู่บนฐานความเชื่อที่ว่า ชาติทุกประเทศและคนชาติอื่นเอาเปรียบอเมริกาในทุกด้านมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นห่มเสรีภาพที่อเมริกาเสียเลือดเนื้อปกป้องให้ฟรี ๆ ค้าขายไม่เป็นธรรม อเมริกามีแต่จ่ายกับจ่าย หลายคนยังมาอาศัยในแผ่นดินแล้วสร้างความเดือดร้อนให้สังคมสหรัฐอีก
ด้วยแนวคิดเช่นนี้อเมริกาจะไม่ให้อะไรใครฟรีอีกแล้ว ทุกอย่างที่ช่วยที่จ่ายไป คนรับต้องพิสูจน์หรือทำให้เชื่อว่าจะตอบแทนอย่างเป็นประโยชน์โภคผลต่ออเมริกาได้ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ต่อคนรับ หากไม่เช่นนั้นอเมริกาก็ไม่เอาด้วย เช่น ถอนตัวออกจากองค์กรต่าง ๆ ของ UN และ NGO
เพราะให้เงินไปแล้วไม่รู้ว่าอเมริกาจะได้ประโยชน์อะไร ลีลาไม่อยากช่วยยูเครนหรือปกป้องยุโรป หากประเทศเหล่านั้นไม่ออกเงินช่วยเหลือตนเองบ้าง
เมื่อเป็นเช่นนี้เราจึงเห็นการกระทำผิดขนบต่างจากรัฐบาลวอชิงตันในอดีตเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการเพิกเฉยต่อการละเมิดมนุษยธรรมของอิหร่านต่อประชาชนผู้ประท้วง การสร้างประเด็นจะเขมือบกรีนแลนด์และแคนาดาโดยไม่จำเป็น การพยายามทำให้ยูเครนสละดินแดนให้รัสเซียแลกกับการจบสงครามเสียที การปั่นหุ้นปั่นทองโดยอ้างการบังคับมาตรการด้านภาษีต่อชาติต่าง ๆ ตามใจฉัน และอื่น ๆ อีกมาก
จริงอยู่ที่การกระทำเหล่านี้ไม่ได้เกิดมากนักในระยะสั้น นอกจากความตื่นตกใจ กังวลใจของฝ่ายต่าง ๆ แต่ในระยะยาวรัฐต่าง ๆ จะเริ่มถอนความร่วมมืออย่างจริงใจออกจากสหรัฐไป เมื่อเป็นเช่นนี้ สหรัฐเองจะอยู่ในภาวะเสี่ยงและต้องพึ่งพาตนเองมากกว่าเดิม นั่นก็เป็นเรื่องของสหรัฐแต่โลกล่ะควรจะทำอย่างไรเพื่อตนเอง
สิ่งที่ควรทำเป็นอย่างแรกคือ ยังคงร่วมมือกับสหรัฐต่อไป วาทกรรมตอบโต้นั้นก็ว่ากันไปแต่ไม่จำเป็นต้องแรงเกิน สัจนิยมก็คืออเมริกายังมีศักยภาพสูงในทุกด้านให้ตักตวง ผ่านทางความร่วมมือต่าง ๆ ตลาดอเมริกายังใหญ่พอสำหรับการส่งออกและลงทุน เม็ดเงินดอลลาร์ยังมีความจำเป็นสำหรับภาระหลายๆ ด้านที่โลกกำลังประสบ คิดเสียว่าทรัมป์กร่างได้เพราะอเมริกายังมีดีพอให้กร่าง
อีกทั้งธรรมชาติของทรัมป์คือ การพลิกไปพลิกมา ยอมตามบ้างให้เขาพอใจ ความขัดแย้งกันบางเรื่องอาจคลี่คลายเพียงข้ามวันอย่างคาดไม่ถึง จงผ่อนปรนให้กับอเมริกาตามสมควร
ความร่วมมือนอกกรอบที่มีอเมริกาเกี่ยวข้องนั้นเป็นสิ่งที่หลายชาติกำลังทำอยู่แล้ว เหมือนไม่ใส่ไข่หลายใบไว้ในตะกร้าเดียวกัน มีความร่วมมือกับภูมิภาค เพื่อนบ้าน และข้ามโลกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อย่าพึ่งหวังผลเลิศว่าความร่วมมือนี้จะทดแทนความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐได้เต็มร้อย
การเหยียบเรือสองแคมนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การให้น้ำหนักเพื่อความสมดุลนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำ ตลาดใหม่หรือพันธมิตรใหม่หรือกรอบความร่วมมือใหม่บางอันก็เหมือนคลิกเบท ไปร่วมแล้วอาจทำให้เราแย่ลงกว่าเดิมก็ได้
การพึ่งพาตนเองก็เป็นสิ่งที่แต่ละชาติคำนึงถึงกันมาโดยตลอด แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะชาติเล็ก ๆ ที่ต้องพึ่งพาความร่วมมือจากชาติยักษ์ใหญ่ การต่อรองที่ชาญฉลาดอาจทำให้ชาติเล็ก ๆ ได้ดีลที่ดี เช่น อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นต้น การส่งเสริมแนวทางชาตินิยม เช่น ซื้อสินค้าเมดอินท้องถิ่น หรือการท่องเที่ยวในประเทศ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าสิ่งที่ต้องการนั้นอาจล้มเหลวทั้งหมดหากยังปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน การโกง การเอื้อประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม และการไม่กล้าบังคับใช้กฎหมายกับพวกเทายังลอยนวล





