ความเสี่ยงไซเบอร์ถูกจัดให้อยู่ในระดับเดียวกับความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สร้างความกังวลให้กับบรรดา ซีอีโอทั่วโลก
ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค
“ความเสี่ยงด้านไซเบอร์” ได้กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สร้างความกังวลให้กับบรรดา ซีอีโอทั่วโลกมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในบริบทที่ผู้บริหารระดับสูงเริ่มมีความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของธุรกิจในระยะสั้นลดลง
จากรายงานของ PwC Global CEO Survey ซึ่งเก็บข้อมูลจาก ซีอีโอ จำนวนเกือบ 4,500 คน จาก 95 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงไซเบอร์ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางเทคนิคของฝ่ายไอทีอีกต่อไป แต่กลายเป็นความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพทางการเงิน ชื่อเสียง และความเชื่อมั่นขององค์กรในระยะยาว
ผลสำรวจพบว่า 31% ของ ซีอีโอ ระบุว่าบริษัทมีความเสี่ยง “สูง” หรือ “สูงมาก” ต่อการสูญเสียทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 24% ในปี 2567 และ 21% ในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงและความซับซ้อนของการโจมตีไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นในทุกภาคอุตสาหกรรม
เมื่อพิจารณาในเชิงภูมิศาสตร์ พบว่าการรับรู้ความเสี่ยงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น ในเยอรมนีมี ซีอีโอ ถึง 34% ที่มองว่าบริษัทมีความเสี่ยงสูงต่อภัยไซเบอร์ ขณะที่สหราชอาณาจักรมีเพียง 16% แต่ปัจจุบันยังคงเผชิญเหตุโจมตีไซเบอร์ขนาดใหญ่และเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องในปี 2568
เช่น เหตุการณ์ที่กระทบต่อ Jaguar Land Rover และ Marks & Spencer กรณีดังกล่าวสะท้อนว่า ความกังวลของผู้บริหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับระดับความพร้อม การลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัย และความสามารถในการรับมือขององค์กรด้วย
พีดับบลิวซี ระบุว่า ปัจจุบัน ความเสี่ยงไซเบอร์ถูกจัดให้อยู่ในระดับเดียวกับความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะภัยคุกคามอันดับต้นๆ ที่ ซีอีโอ ทั่วโลกให้ความสำคัญ
โดยกว่า 84% ของผู้ตอบแบบสำรวจมีแผนจะยกระดับมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในระดับองค์กร เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของภัยคุกคามยุคใหม่ที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน
การโจมตีไซเบอร์อาจไม่ได้มีเป้าหมายเพียงข้อมูลหรือระบบไอทีเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน การดำเนินงานข้ามประเทศ และความต่อเนื่องทางธุรกิจในภาพรวม ทำให้การบริหารความเสี่ยงไซเบอร์กลายเป็นภารกิจร่วมกันของคนทั้งองค์กร ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายไอที
นอกจากความเสี่ยงด้านการเงินและการดำเนินงานแล้วพีดับบลิวซียังเน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholder trust) ซึ่งเป็นส่วนที่เปราะบางและสูญเสียได้ง่ายในยุคดิจิทัล
โดยผลสำรวจพบว่า 38% ของ ซีอีโอ เคยได้รับคำถามหรือแรงกดดันเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลและการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ขณะที่ 37% แสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI และการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ
สุดท้าย แม้จะเป็นไปไม่ได้ที่จะป้องกันการสูญเสียได้อย่างสมบูรณ์ แต่องค์กรสามารถลดความเสี่ยงได้ผ่านการคาดการณ์ล่วงหน้าและการจัดการจุดเปราะบางและช่องโหว่แบบเชิงรุก
โดยการลงทุนในด้านข้อมูล กระบวนการ และระบบควบคุม รวมถึงการพัฒนาโครงการ Responsible AI ซึ่งไม่เพียงช่วยลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จาก AI แต่ยังช่วยให้องค์กรสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น พร้อมสร้างคุณค่าและความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว





