วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

Go Green ทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก | แจงสี่เบี้ย

Go Green ทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก | แจงสี่เบี้ย

ฤดูฝุ่นมากันอีกแล้ว ขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพกันด้วยค่ะ คำถาม คือ ทำอย่างไรจะทำให้ฝุ่นลดลงได้ ซึ่งมีหลายวิธีในการแก้ปัญหา แต่หนึ่งในนั้นคือแก้ที่สาเหตุ ลดการเผาและปรับแนวทางธุรกิจ

สัปดาห์ก่อน ผู้เขียนได้รับโอกาสที่ดีเข้าอบรมโครงการ EDP ที่แบงก์ชาติจัดขึ้น นอกจากรับฟังความรู้จากวิทยากรและทำกิจกรรมกลุ่ม เพื่อสร้าง Team Building แล้ว ทีมงานพัฒนาบุคลากรยังพาไปสัมผัส “โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และภาคีภาครัฐ-เอกชน ในการรับมือกับภาวะโลกรวน

โครงการฯ ต่อยอดหลักการ “ปลูกป่า ปลูกคน” คือ เมื่อฟื้นฟูป่าแล้ว มีการต่อยอดให้ชุมชนดูแลรักษาและได้รับประโยชน์จากการดูแลป่าอย่างต่อเนื่อง พวกเราได้เข้าไปดูพื้นที่จริงป่าชุมชนบ้านต้นผึ้ง ฟังผู้นำชุมชนหรือที่เขาเรียกกันว่า พ่อหลวง แม่หลวงเล่าเรื่องการรวมตัวของชุมชนเพื่อป้องกันไฟป่า

เห็นการใช้โดรนตรวจตรา ซึ่งช่วยป้องกันจุดกำเนิดไฟได้แต่เนิ่นๆ รวมทั้งยังได้รังสรรค์ลายใบไม้บนผืนผ้า และมีโอกาสเห็นการทำ Eco Bowl ที่นำใบตองตึงมาผลิตเป็นจานชาม แทนการใช้โฟมหรือพลาสติก

นอกจากนี้ยังได้เข้าป่าไปดูการทำแปลงวัด carbon credit  ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จะเป็นคนเชื่อมฝั่งต้นน้ำคือป่าชุมชนกับฝั่งปลายน้ำคือหน่วยงานที่ต้องการซื้อ carbon credit ทำให้เกิด win-win situation เป็นการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG)

หากมองภาพรวมของประเทศ ไทยมีเป้าหมายบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ 2593 (Net zero 2050) โดยเมื่อ 2 ธ.ค.2568 ครม.มีมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ

ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทด้าน climate ฉบับแรก ที่วางโครงสร้างทั้งระบบ เพื่อจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งฐานข้อมูล กองทุนภูมิอากาศ แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจก ภาษีคาร์บอน การซื้อขายคาร์บอนเครดิต การปรับตัวระดับพื้นที่เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ การวางมาตรฐานกลางในการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (taxonomy)

ที่ผ่านมา แบงก์ชาติร่วมมือกับหน่วยงานทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคการเงิน จัดทำ Thailand Taxonomy โดยได้รับคำแนะนำจากองค์กรระหว่างประเทศ และเผยแพร่ Thailand Taxonomy ระยะ 2 ฉบับสมบูรณ์ เมื่อปีที่แล้ว

ซึ่งครอบคลุมภาคเกษตร ภาคก่อสร้าง ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคจัดการของเสีย เพิ่มเติมจาก Thailand Taxonomy ระยะ 1 ที่ครอบคลุมภาคพลังงานและ ภาคขนส่ง  ทั้ง 6 ภาคเศรษฐกิจใน Thailand Taxonomy ครอบคลุมการปล่อย GHG ของประเทศราว 95%

Thailand Taxonomy คือ มาตรฐานกลางที่ใช้อ้างอิงเพื่อจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ Thailand Taxonomy

ได้ใช้ระบบ “สัญญาณไฟจราจร” เพื่อจำแนกเป็น กลุ่มสีเขียว สีเหลือง (กิจกรรมเปลี่ยนผ่าน) และสีแดง ซึ่งเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มความยืดหยุ่น และ เอื้อให้มีแนวทางที่หลากหลาย ในการลดการปล่อยคาร์บอนของภาคเศรษฐกิจ

หากท่านมีโครงการที่จะปรับเป็นธุรกิจ Go Green สามารถดูวิธีการนำ Thailand Taxonomy มาใช้อ้างอิง เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุนมากยิ่งขึ้น โดยมีขั้นตอน ดังนี้

1.ตรวจสอบดูว่ากิจการของท่านเข้าข่ายหรือไม่ มีกิจกรรมอยู่ในขอบเขต Thailand Taxonomy หรือไม่ 

2.ประเมินว่ากิจกรรมเข้าข่ายสีอะไรตามเกณฑ์การประเมินทางเทคนิค (Technical Screening Criteria: TSC)

2.1.กิจกรรมสีเขียว เป็นกิจกรรมที่มีการปล่อย GHG สุทธิเป็นศูนย์ หรือ ใกล้เคียงศูนย์ เช่น การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม รวมถึงกิจกรรมที่มีเส้นทางที่ชัดเจนสู่การปล่อย GHG เป็นศูนย์

2.2.กิจกรรมสีเหลือง หรือ กิจกรรมเปลี่ยนผ่าน เป็นกิจกรรมที่ปัจจุบันอาจยังปล่อย GHG ค่อนข้างมาก แต่มีเส้นทางการลดการปล่อยคาร์บอน และ กรอบเวลาสิ้นสุดที่มีความน่าเชื่อถือ หรือ มีข้อกำหนดด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพที่แน่นอน หรือ มีการระบุเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้เพื่อยกระดับ

2.3.กิจกรรมสีแดง จะไม่สอดคล้องกับเส้นทางการปล่อย GHG สุทธิเป็นศูนย์ และไม่สามารถปรับได้

3.กิจกรรมสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นและละเลยด้านสังคม หรือไม่ โดยมีหลักการไม่สร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ (Do No Significant Harm: DNSH) และหลักการคำนึงถึงผลกระทบทางสังคม (Minimum Social Safeguards: MSS)

ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ เช่น “การฟอกเขียว” (greenwashing) โดยหากไม่ผ่าน DNSH และ/หรือ MSS ต้องทำแผนการแก้ไขปัญหาภายใน 3 ปี พร้อมเปิดเผยแผนแก่สาธารณะ หากครบ 3 ปีแล้วยังแก้ไขไม่ได้ กิจกรรมจะเป็นสีแดงทันที

4.นำไปขอเงินทุน หากกิจกรรม Go Green ของท่าน สอดคล้องกับเกณฑ์ TSC/ DNSH และ MSS แล้ว จะได้รับสถานะ “สอดคล้องตาม Thailand Taxonomy” ซึ่งช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือว่าเป็นกิจกรรมสีเขียว หรือ สีเหลือง นำไปใช้อ้างอิงในการขอสินเชื่อหรือเงินทุน

สำหรับภาคเกษตรให้ใช้แนวทางที่อ้างอิงตามแนวปฏิบัติ (practice-based approach) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ว่ามีประสิทธิภาพในการลด GHG ในภาคเกษตร เนื่องจากข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ทำให้ไม่สามารถวัดการปล่อย GHG ได้โดยตรง

เช่น หากเกษตรกรเลือกดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนสำหรับการปลูกข้าว เช่น การจัดการน้ำในนาแบบเปียกสลับแห้ง และ การปรับระดับพื้นที่นา ด้วยระบบเลเซอร์ พร้อมผ่านการประเมิน DNSH และ MSS ก็จะนับเป็นกิจกรรมสีเขียว

การเตรียมพร้อมสำหรับธุรกิจควรเริ่มจากการสร้างความเข้าใจร่วมกันภายในองค์กร ด้านเกณฑ์ TSC/ DNSH และ MSS รวมถึงประโยชน์ต่อองค์กร ทั้งการลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุน ขั้นต่อไปคือการจัดโครงสร้างการบริหารจัดการที่เหมาะสม พร้อมกำหนดบทบาทหน้าที่ผู้รับผิดชอบหลักที่ชัดเจน ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบคณะทำงานก็ได้ 

จากนั้นควรร่วมกันกำหนดแผนการดำเนินงานและมีตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ขององค์กรที่ชัดเจนและวัดผลได้ และรายงานผลการดำเนินการว่าดำเนินการสอดคล้องกับ KPIs ที่ตั้งไว้หรือไม่ โดยสามารถศึกษาจาก คู่มือการใช้มาตรฐาน Thailand Taxonomy

Go Green ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดสู่ความยั่งยืน โดย Thailand Taxonomy เป็นส่วนหนึ่งที่ภาคส่วนต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ เพื่อได้รับบริการทางการเงินที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกันนะคะ

*บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัด