คนจำนวนไม่น้อยคุ้นเคยกับชื่อ ศ.สังเวียน อินทรวิชัย ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีห้องสมุดชื่อนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งชื่อหอประชุมตามชื่อของอาจารย์
และยังมีรางวัลในนามเดียวกันที่ก่อตั้งโดยมูลนิธิศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย
ทั้งนี้ก็ด้วยคุณูปการที่อาจารย์มีต่อแวดวงการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ อาจารย์เป็นผู้ก่อตั้งหลักสูตรปริญญาโททางบริหารภาคค่ำ (MBA) ปริญญาโททางบริหารสำหรับผู้บริหาร (Executive MBA) โครงการพัฒนาผู้บริหาร Mini MBA เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ธรรมศาสตร์
ยังไม่นับโครงการบริการวิชาการต่อสังคม โครงการพัฒนาอาจารย์และโครงการอื่นๆ อีกมากที่ทำตลอดเวลาการรับราชการและหลังเกษียณราชการยาวนานกว่า 40 ปี
ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ศ.สังเวียนมีส่วนในการวางรากฐานนับตั้งแต่การก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2518 และเป็นประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ระหว่างปี 2535-2538 เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเทคโนโลยีและยุคที่เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด
บทบาทที่โดดเด่นมากของอาจารย์คือเป็นผู้บุกเบิกและวางรากฐาน เรื่องธรรมาภิบาล (Good Governance) มาตั้งแต่ปี 2539 เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นจากนักลงทุนในขณะที่เรื่องธรรมาภิบาลเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ยังหาศัพท์มาบัญญัติไม่ได้ด้วยซ้ำ
การริเริ่มของอาจารย์สังเวียนในเวลานั้นเป็นปฐมบทแห่งการสร้างกติกาการควบคุมกำกับ การประเมิน และการให้รางวัลด้านธรรมาภิบาลที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบัน อาจารย์สังเวียนนับเป็นผู้ทุ่มเทและอุทิศตนให้กับการพัฒนาตลาดทุน และตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างยากจะหาผู้ใดเทียบได้
กาลเวลาได้พิสูจน์ว่า เมื่อเศรษฐกิจและสังคมพัฒนาไป ธรรมาภิบาลได้กลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวด และควรถือเป็นจุดตั้งต้นแห่งสรรพสิ่งในทุกวงการ ไม่ว่าจะเริ่มต้นทำอะไร หากเริ่มต้นอย่างไร้ธรรมาภิบาลแล้วปัญหาความยุ่งยากจะติดตามมาไม่ช้าก็เร็ว
ปัญหาการยักย้ายถ่ายเทเงินทองของผู้บริหาร การตกแต่งบัญชี การฉ้อฉล การซื้อขายจอมปลอม การสร้างราคาหุ้น การใช้ข้อมูลภายในอย่างไม่สุจริต การเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายย่อย ไปจนถึงการฟอกเงิน
เหล่านี้เป็นปัญหาด้านธรรมาภิบาล ที่นำมาซึ่งการขาดความเชื่อถือจากทั้งนักลงทุนภายในและต่างประเทศ ในขณะที่เทคโนโลยีการฉ้อฉลมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นตามกาลเวลา ตลาดทุนไทยต้องสามารถป้องปรามและเอาผิดในสิ่งเหล่านี้ได้อย่างเท่าทัน
ไม่เพียงธรรมาภิบาลในตลาดทุน ธรรมาภิบาลทางการเมืองก็สำคัญยิ่ง ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในวงราชการทำให้ประเทศไทยไร้เสน่ห์สำหรับนักลงทุนที่ต้องจ่ายเบี้ยบ้ายรายทาง การเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยการซื้อเสียงสร้างการเมืองที่ไม่สุจริต
ทำให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่ไร้ธรรมาภิบาล ไร้ความยุติธรรม ความโปร่งใส ไร้ความรับผิดรับชอบที่พร้อมต่อการตรวจสอบ (Accountability) สร้างการเมืองที่ไร้เสถียรภาพและความน่าเชื่อถือ
ปัญหาธรรมมาภิบาลระดับปัจเจกชนยิ่งสำคัญเป็นทวีคูณ เพราะจะเป็นอุปสรรคต่อการบังคับใช้กฎหมาย เกิดสังคมที่กฎหมายไร้ความศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนขาดความตระหนักในหน้าที่และความรับผิดชอบอันพึงจะมีไม่ว่าในบทบาทไหน ผู้บริหารที่ไร้ธรรมาภิบาลนำกิจการไปสู่ความร่มสลายจากความฉ้อฉล
พนักงานที่ไร้ธรรมาภิบาล ทำให้กิจการล่มจมจากการเบียดบังทรัพยากรและการทุจริตประพฤติมิชอบ การไร้ธรรมาภิบาลในระดับครอบครัวสร้างปัญหาให้ชีวิตตัวเองและคนรอบข้างอย่างที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ
การขาดความสำนึกและความตระหนักในธรรมาภิบาลแม้ในจุดเล็กๆ ของสังคมสร้างความปั่นป่วนจากเหตุผลหรือข้ออ้างแบบมักง่ายที่ว่า “ใครๆ เขาก็ทำกัน” ประโยคที่ว่าใครๆ เขาก็ทำกันนั้น ฉุดประเทศไทยตกลงไปในหุบเหวแห่งความคดโกงและความไร้ระเบียบในทุกหย่อมหญ้าและในทุกระดับของสังคม
หากเราฉุกคิดสักนิดจะพบว่าประโยคเช่นนี้สร้างอันตรายอย่างที่สุด และเป็นตัวบั่นทอนภูมิคุ้มกันที่พึงมีต่อความทุจริตและความไร้จริยธรรมศีลธรรมในทุกรูปแบบโดยปราศจากมโนสำนึกที่ว่า “สิ่งที่ถูกต้องคือถูกต้อง แม้ไม่มีใครทำสิ่งนั้น สิ่งที่ผิดคือผิด แม้ทุกคนทำสิ่งนั้น” ซึ่งเป็นอมตะวาจาของ ศ.สังเวียน อินทรวิชัย ที่ทรงคุณค่าและควรที่สังคมไทยจะจดจำ
ในฐานะพุทธศาสนิกชน เราควรตระหนักว่าธรรมาภิบาลก็คือส่วนหนึ่งในศีลที่เราควรจะยึดมั่นเป็นครรลองในการดำเนินชีวิตไม่ว่าจะทำสิ่งใด ในพิธีกรรมทางศาสนาเราเริ่มต้นจากการอาราธนาศีลสมาทานศีลก่อนเสมอ จึงควรจะถามตัวเองก่อนจะลงมือทำการใดๆ
ว่าเราทำสิ่งนั้นๆ บนหลักของธรรมาภิบาลหรือไม่ คิดดีทำดีหรือไม่ สุจริตหรือไม่ นั่นคือต้องถือเอาธรรมาภิบาลเป็นจุดตั้งต้นแห่งสรรพสิ่ง จุดตั้งต้นทั้งการคิดและการกระทำ
อาจารย์สังเวียนเกิดเมื่อปี 2469 ถึงแก่กรรมเมื่อปี 2544 ในวัย 75 ปี อาจารย์เป็นครูตลอดชีวิต สอนหนังสือที่ธรรมศาสตร์ไม่เคยเว้น และทุ่มเทให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนในการผลักดันงานด้านธรรมาภิบาลอย่างมุ่งมั่นจริงจัง มีคนเล่าว่าบั้นปลายของอาจารย์มาสอนหนังสือพร้อมถังออกซิเจนที่เตรียมไว้ในรถเสมอยามฉุกเฉินเนื่องจากอาจารย์เป็นโรคหัวใจเข้าขั้นร้ายแรง
แต่ความสุขของอาจารย์อยู่ที่การได้สอนให้นักศึกษาออกไปเป็นผู้บริหารที่มีคุณภาพและยึดมั่นในจริยธรรมและธรรมาภิบาลที่อาจารย์พร่ำสอนตลอดเวลา อาจารย์จึงเป็น “ครู” ของลูกศิษย์และของสังคมไทยอย่างยากจะหาได้ เป็นปูชนียบุคคลที่ตั้งมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและยุติธรรมอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
ศ.สังเวียน อินทรวิชัย เกิดเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2469 ปีนี้จึงครบ 100 ปีชาตกาลของท่าน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจะจัดกิจกรรมทั้งทางวิชาการและอื่นๆ ตลอดทั้งปี เพื่อเป็นการเผยแพร่คุณูปการของอาจารย์โดยเฉพาะงานด้านธรรมาภิบาลที่ยังจะต้องทำกันอีกมากและยาวไกลในสังคมไทย
ท่านที่สนใจติดตามกิจกรรมต่างๆ ได้จากช่องทางการสื่อสารของคณะฯ หรือทางเว็บไซต์ www.tbs.tu.ac.th





