ในรอบปี 2568 ไม่น่าจะมีอักษรย่อใดที่ร้อนแรงไปกว่า AI เป็นแน่เพราะทำให้เกิดหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคยคาดคิดกันว่าจะได้เห็น ที่พบกันบ่อยๆ ก็คือคลิปวิดีโอคุณภาพเหนือกว่าภาพยนตร์
อีกทั้งคนแสดงก็เป็นคนที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ บทบาทในสงครามฆ่าฟันกันยิ่งน่าตกใจเพราะโดรนที่ฝัง AI ได้กลายเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูล ตรวจจับและตัดสัญญาณ เป็นจุดอ้างอิงการส่งอาวุธทำลาย และเป็นอาวุธทำลายด้วยตัวของมันเอง
AI ที่คนส่วนใหญ่รู้จักและนำมาใช้ในการทำงานทั่วไปและช่วยทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นนั้น เช่น GPT/ Claude / Gemini / Deepseek ฯลฯ เป็นเครื่องมือขั้นพื้นฐานโดยเรียก AI ประเภทนี้ว่า Generative AI ซึ่งมีลักษณะที่เรียกว่าตอบสนอง (reactive) คือเมื่อถามคำถามไปหรือสั่งให้วิเคราะห์ (ดังที่เรียกว่า prompting) ก็ตอบรับกลับมา โดยไม่มีการกำหนดเป้าหมายอย่างเป็นอิสระเนื่องจากขึ้นอยู่กับผู้ใช้
มนุษย์มิได้พอใจเพียงแค่ Generative AI ที่ทำได้จำกัด เพราะขึ้นอยู่กับคำสั่งของเราโดยที่ไม่สามารถกระทำหรือตัดสินใจด้วยตัวเอง
ดังนั้นจึงมี AI อีกประเภทหนึ่งที่เรียกกันว่า Agentic AI ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจน มีการทำงานหลายขั้นตอน สามารถวางแผนประเมิน ทบทวน และแก้ไขด้วยตนเองได้ สามารถนำหลายเครื่องมือมาร่วมใช้ (เช่น applications อื่นๆ หรือฐานข้อมูลอื่นๆ) มีความจำข้ามงานและข้ามเวลา อีกทั้งทำงานด้วยตนเองได้ในระดับหนึ่ง
ตัวอย่างที่ขอยกมาเพื่อความชัดเจนก็คือ Generative AI อาจวิเคราะห์และให้รายชื่อของสถานศึกษาหรือองค์กรต่างๆ ตลอดจนที่อยู่ที่มีผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานตามลักษณะที่ต้องการเพิ่งเรียนจบ หรือกำลังทำงานอยู่
จากนั้นผู้ที่ทำหน้าที่ “แมวมอง” ก็ส่งอีเมลถึงหน่วยงานเหล่านั้นเพื่อหาคนมาทำงาน ในการนี้ AI ช่วยทำให้งานของการหาคนที่มีความสามารถมาทำงานง่ายขึ้นเเละประหยัดเวลา
อย่างไรก็ดีหากพัฒนา Generative AI ที่มีอยู่แล้วขึ้นมาเป็น Agentic AI งานก็จะง่ายขึ้นอีกมาก ไม่ต้องจ้างคนเพิ่มขึ้นให้ต้นทุนสูง โดยเริ่มจากกำหนดเป้าหมายว่าต้องการให้ทำอะไร มีขั้นตอนอย่างไร ต้องการและไม่ต้องการคนลักษณะใด เมื่อส่งจดหมายออกไปและได้ใบสมัครมาเป็นอีเมล Agentic AI ก็จะกลั่นกรองผู้สมัครให้ตามลักษณะที่ระบุไว้ จนได้ชื่อมาจำนวนหนึ่ง
จากนั้นมันก็ส่งอีเมลถึงคนเหล่านั้นเอง เชิญมาสัมภาษณ์ตามวันเวลาที่ระบุไว้คร่าวๆ จากหัวหน้า “แมวมอง” คราวนี้ต้องใช้คนสอบสัมภาษณ์แล้วละครับ เพราะ AI ทำไม่ได้ ณ เวลานี้อย่างมีประสิทธิภาพ (ต่อไปจะทำหน้าที่สอบหรืออาจมีบางแห่งทำแล้วก็ได้โดยใช้ chatbot หรือหุ่นยนต์ถามคำถาม)
ในกรณีของ Agentic AI มันรับและส่ง e-mail แทนมนุษย์ กลั่นกรองและตัดสินใจเลือกผู้สมัครตามเงื่อนไขที่เราสั่งไว้ เมื่อเราสอบสัมภาษณ์จนได้คนแล้ว มันก็จะส่งอีเมลไปบอกด้วยโดยนัดวันมาพบและทำสัญญา นี่คือ ความแตกต่างระหว่าง Generative AI กับ Agentic AI แบบง่ายๆ
คำถามที่เกิดขึ้นในใจก็คือ แล้วใครเป็นคนสร้าง Agentic AI คำตอบก็คือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งหลายภายในองค์กรต่างๆ รวมทั้งบริษัททำธุรกิจการค้าโดยมีทั้งต่อยอด Generative AI ที่มีอยู่แล้วในตลาด หรือสร้าง Agentic AI ขึ้นมาใหม่แล้วแต่ความจำเป็น ในปัจจุบันผู้ต่อยอด AI คือมนุษย์ แต่ในเวลาอีกไม่นาน หรือเป็นไปแล้วในหลายแห่ง AI ด้วยกันเองนี้แหละจะเป็นผู้ต่อยอดเอง และอย่างรวดเร็วกว่ามนุษย์อีกด้วย
อย่างไรก็ดี การควบคุมติดตามให้ AI ทำงานอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง AI “เพ้อ” ได้อย่างที่มนุษย์เองก็ไม่เข้าใจ เช่น ให้คำตอบอะไรก็ไม่รู้ที่ห่างไกลความจริงอย่างมาก หรือเปลี่ยนแปลงดัดแปลงคำตอบจนไม่รู้เรื่อง การไว้ใจ AI อย่างเต็มที่จึงเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งของมนุษย์
กล่าวโดยสรุปก็คือ Generative AI เป็น AI ที่มีประโยชน์อย่างมากแต่มันทำได้เพียง “ตอบสนอง” ตามคำสั่งของเรา โดยต่างจาก Agentic AI ซึ่งขับเคลื่อนอย่างมีเป้าหมาย ทำงานเชิงรุก (proactive) ตัดสินใจเองได้ ทำงานข้ามหลายขั้นตอนได้ อีกทั้งตรวจสอบความก้าวหน้าและปรับตัวเองได้
ผมได้มีโอกาสไปดูงานด้านการใช้ AI จากเมืองกวางเจาประเทศจีน จึงขอนำเล่าต่อ เรื่องหนึ่งที่น่าตื่นเต้นก็คือ บริการ Hotline 12345 Guangzhou ระบบสายด่วนจัดตั้งขึ้นโดยมหานครแห่งนี้เพื่อให้บริการประชาชน ภายใต้กรอบเเละเครื่องมือของรัฐบาลกลางอย่างเป็นระบบโดยใช้กับเมืองใหญ่อื่นๆ ในจีนด้วย
ก่อนหน้าปี 2557 เมืองนี้มีหมายเลขสายด่วนของหน่วยงานต่างๆ หลายสิบหมายเลข ซึ่งสร้างความยุ่งยากและสับสนแก่ประชาชนในการจดจำ ดังนั้น จึงนำมาทำเป็น hotline รวมขึ้นอย่างเป็นระบบครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง รองรับคำร้องเรียน คำถาม ข้อเสนอแนะ ขอความช่วยเหลือ รายงานปัญหา การขอข้อมูล การรับบริการสาธารณะ การจราจร การศึกษา ฯลฯ เรียกได้ว่าเกือบทุกเรื่อง
ตรงนี้แหละที่ Agentic AI มีบทบาท เมื่อมีสายเข้ามา AI จะพิจารณาว่าเป็นเรื่องเก่าที่เคยถามกันบ่อย ๆ หรือไม่ ถ้าใช่ก็ตอบตามนั้นโดยใช้ข้อมูลที่ทันสมัย หากเรื่องซับซ้อนก็จะพิจารณาว่าตกอยู่ในความรับผิดชอบของใครบ้าง AI ก็จะส่งต่อ
และเร่งรัดขอคำตอบและดำเนินการ (หากมี) ภายในเวลาที่กำหนดไว้ หากเป็นเรื่องด่วน เช่น กำลังจะฆ่าตัวตาย หรือสามีภรรยากำลังทะเลาะกัน ก็ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนทันที
การบริการเช่นนี้มีการพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรียนรู้ซึ่งกันและกันจากประสบการณ์ของหลายศูนย์ในจีน จนเป็นที่ถูกใจของประชาชน สายด่วนนี้มีระบบอัจฉริยะในการจำเสียงและวิเคราะห์ใจความของสายที่เรียกเข้า แนะนำคำตอบ สร้างคำตอบ เเละแนะนำวิธีดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ เพื่อลดเวลาและเพิ่มความถูกต้องของคำตอบได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
อย่าเพิ่งพอใจกับทักษะการใช้ Generative AI ที่มีอยู่มากมายและเป็นเครื่องมือช่วยทำงานที่น่าอัศจรรย์เท่านั้น หากการเข้าถึงการใช้งานของ Agentic AI ของหน่วยงานเอง หรือที่สร้างขึ้นเพื่อการค้าก็เป็นเรื่องที่ควรพิจารณาอย่างยิ่งเพราะเป็นทางโน้มในการเพิ่มผลิตภาพของการทำงานในโลกอนาคต





