background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม 2569

Login
Login

นโยบาย ‘คนรุ่นใหม่ปลอดยาสูบ’ และการ ‘รุกฆาต’ ผลิตภัณฑ์นิโคติน

นโยบาย ‘คนรุ่นใหม่ปลอดยาสูบ’ และการ ‘รุกฆาต’ ผลิตภัณฑ์นิโคติน

สัปดาห์แรกหลังจากปีใหม่ 2569 มีรายงานจากประเทศอังกฤษด้านความก้าวหน้าทางสาธารณสุข คือการเสนอร่างกฎหมาย “ยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า” (Tobacco and Vapes Bill) หลังจากผ่านวาระสองมาได้ 6 เดือน

โดยมีความพยายามถ่วงเวลาและแก้ไขส่วนสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งห้ามบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้ความร้อน กลุ่มผู้นำด้านสาธารณสุข 1,200 คน จึงเรียกร้องให้รัฐสภาผ่านร่างกฎหมายนี้โดยเร็วเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชน คนรุ่นใหม่

นโยบาย “คนรุ่นใหม่ปลอดยาสูบ” บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการสร้างหลักการทางสาธารณสุขที่มั่นคง มาตรการเชิงรุกนี้ห้ามขายยาสูบแก่ผู้ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป เพื่อหยุดยั้งการเกิดนักสูบหน้าใหม่ซึ่งรัฐสภามีหน้าที่ปกป้องเด็ก และเยาวชน คนรุ่นใหม่จากการเสพติดนิโคติน 

ร่างกฎหมายนี้ นอกจากจะห้ามขายบุหรี่ให้ผู้ที่เกิดหลังวันที่ 1 มกราคม 2552 แล้ว ยังห้ามการโฆษณาและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โดยผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีนิโคติน เช่น ถุงนิโคติน (https://doi.org/10.1016/S2213-2600(24)00419-3)

ถึงแม้สหราชอาณาจักรจะมีกฎหมายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าแก่ผู้มีอายุน้อยกว่า 18 ปี แต่สถิติบ่งชี้ว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 11-17 ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.2 ในปี 2564 เป็นร้อยละ 7.2 ในปี 2567

ถึงแม้สหราชอาณาจักรจะอนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ถูกกฎหมาย แต่ก็ยังมีบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายในตลาดมืด ซึ่งบ่งชี้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนในตลาดมืดมีอยู่ในทุกประเทศ เพราะผู้ที่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยมักจะโมเม เฉไฉ เบี่ยงเบนประเด็นโดยไม่พูดความจริงทั้งหมด

ประเทศสหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวที่สนับสนุนให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเลิกการสูบบุหรี่มวน แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีประสิทธิผลใดๆ

ผู้สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าในสหราชอาณาจักรพยายามอ้างถึง “การลดอันตราย” ของบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อเปรียบเทียบกับอันตรายของบุหรี่มวน แต่ข้อเท็จจริงคือยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่สนับสนุนว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน ในทางตรงกันข้าม มีข้อมูลงานวิจัยเพิ่มมากขึ้นว่า บุหรี่ไฟฟ้า มีสารอันตรายหลายอย่างที่ไม่ปรากฏอยู่ในบุหรี่มวน

แนวคิด “การลดอันตราย” มาจาก ไมเคิล รัสเซล จิตแพทย์ที่มีชื่อเสียงในสหราชอาณาจักรช่วงทศวรรษ 1970 เขาร่วมมือทำการวิจัยกับบริษัท บริทิช อเมริกัน โทแบคโก โดยได้รับทุนจำนวน 55,000 ปอนด์ เพื่อวิจัยบุหรี่ที่มีปริมาณ นิโคตินปานกลาง แต่ปริมาณน้ำมันดินต่ำ

เขาเสนอให้บริษัทยาสูบเผยแพร่งานวิจัยในวารสารทางการแพทย์ของอังกฤษเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ 

กลางปี 2534 บทบรรณาธิการนิรนามของวารสาร The Lancet ชื่นชมผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า Premiere และในเดือนเดียวกัน รัสเซล เผยแพร่บทความวิจัยในวารสาร British Journal of Addiction โดยใช้สำนวนและถ้อยคำใกล้เคียงกับที่ปรากฏในบทบรรณาธิการวารสาร The Lancet

สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต บ่งชี้ว่าเหตุใดสหราชอาณาจักรจึงสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าอย่างสุดโต่ง ปัจจุบันองค์กรซึ่งดูเหมือนเป็นสถาบันคลังสมองทางด้านเศรษฐกิจ (The Institute of Economics Affairs) ได้รับเงินสนับสนุนจาก บริษัท บริทิช อเมริกัน โทแบคโก และมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐมนตรีหลายคนในพรรคอนุรักษนิยม 

สถิติตั้งแต่ปี 2553 บ่งชี้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 38 ท่าน 29 จากพรรคอนุรักษนิยม 8 จากพรรคแรงงาน และ 1 จากพรรคอิสระ ต่างได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากบริษัทยาสูบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหล่านี้มาจากพื้นที่ที่มีอัตราการเสียชีวิตของประชากรจากการสูบบุหรี่มากกว่าอัตราเฉลี่ยของสหราชอาณาจักร 289 ต่อ 100,000 ประชากร

อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมืองที่เห็นอันตรายของยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า รวมตัวเป็นกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองเพื่อการควบคุมยาสูบและสุขภาพ (All Party Parliamentary Group on Smoking and Health) เป็นกลุ่มที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2519

โดยมีวัตถุประสงค์ที่เป็นฉันทามติคือ เพื่อเฝ้าระวังและอภิปรายเกี่ยวกับสุขภาพและผลกระทบทางสังคมจากยาสูบและผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคติน และดำเนินการเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับสมาชิกในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับยาสูบและสาธารณสุข

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มนี้ ขับเคลื่อนร่างกฎหมาย “ยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า” เพื่อให้ “คนรุ่นใหม่ปลอดยาสูบ” ลงมติ 415 ต่อ 47 เสียงในการอภิปรายวาระ 2 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 แนวคิด “คนรุ่นใหม่ปลอดยาสูบ” เผยแพร่และเป็นที่รู้จักในนาม “การ “รุกฆาต”ยาสูบ ด้วยคนรุ่นใหม่ปลอดยาสูบ” (Tobacco Free Generation “EndGame”) ตั้งแต่ปี 2554 

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของไทย ควรจะปกป้องเด็กและเยาวชนไทยจากอันตรายของยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า สังคมไทยอยากจะเห็น สส. จากพรรคการเมืองที่รวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อนให้เกิด “เยาวชนไทยรุ่นใหม่ปลอดยาสูบและการเสพติดนิโคติน”

กรณีศึกษาความผิดพลาดของสหราชอาณาจักรที่หลงผิดว่า บุหรี่ไฟฟ้า จะช่วยเลิกการสูบบุหรี่มวนได้ แต่กลับกลายเป็น “หายนะสำหรับสาธารณสุขอังกฤษ” การ “โน้มน้าว” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยอุตสาหกรรมยาสูบ เพื่อแทรกแซงนโยบายและหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ผ่านร่างกฎหมาย “ยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า” เพื่อให้ “คนรุ่นใหม่ปลอดยาสูบ”

เป็นกลยุทธ์ขององค์กรธุรกิจที่ไม่มีจรรยาบรรณ แต่ในขณะเดียวกัน เราได้เห็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองเพื่อการควบคุมยาสูบและสุขภาพ ขับเคลื่อนร่างกฎหมายดังกล่าว สู่ “อังกฤษปลอดยาสูบ 2030”

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 มีพิธีลงนาม “โครงการพลังกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ขับเคลื่อนเจเนอเรชั่นใหม่ปลอดบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ” เพื่อเป็นต้นแบบแก่สังคมในการต่อต้านการใช้บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยควรรวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อน ร่างกฎหมาย “เยาวชนไทยรุ่นใหม่ปลอดยาสูบและการเสพติด นิโคติน” เพื่อปกป้องอนาคตและความมั่นคงของชาติ