พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569
วันนี้ (14 ก.ย. 69) เวลา 16 นาฬิกา 17 นาที ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งเท่ากับเวลาในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย โดยทรงทำการบินด้วยพระองค์เอง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการเจริญพระราชไมตรี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ตามคำทูลเชิญของ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในโอกาสร่วมเฉลิมฉลองวาระครบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ในการนี้ นายเล กง สุง อธิบดีกรมพิธีการทูตและการแปล กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กราบบังคมทูลแนะนำ นายเล แค้ง หาย หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดีเวียดนาม ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม, นายหวู ได่ ทั้ง ประธานคณะกรรมการประชาชนกรุงฮานอย, นายดั่ง หว่าง ซาง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, นายฝั่ม เหวียต หุ่ง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายเวียดนาม ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
สำหรับฝ่ายไทยมี นางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย, นางสาววีรกา มุทิตาภรณ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์, พันเอก ณัฐสิทธิ์ มงคลธรรม ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก, นาวาเอก อิศรา อิสสระยั่งยืน ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ และนาวาอากาศเอก วาริท รามโกมุท ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศ ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
โอกาสนี้ ทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ เพื่อประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยัง “โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย” ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามจัดถวายเป็นโรงแรมที่ประทับ ระยะทาง 28 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
ไทยกับเวียดนามได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2519 ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา มีการแลกเปลี่ยนและปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันทั้งสองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน” สะท้อนถึงการให้ความสำคัญต่อกันในระดับสูง โดยตกลงจะร่วมมือกันในหลายมิติ ไม่จำกัดเฉพาะการค้า แต่ยังครอบคลุมทั้งการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และประเด็นระหว่างประเทศ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในอนาคต
กรุงฮานอย เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามนับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ประกาศเอกราช เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2488 โดยเป็นศูนย์กลางด้านการเมือง การปกครอง ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของเวียดนาม มาตั้งแต่ปี 1553 เดิมมีชื่อว่า “แทงลองห์” มีความหมายว่า "มังกรทะยาน" ต่อมาในปี 2374 ได้เปลี่ยนชื่อเมืองในโอกาสที่ควบรวมกับเมืองข้างเคียงเป็น “ฮานอย” มีความหมายว่า "ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ" เนื่องจากกรุงฮานอยตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำแดงและลำน้ำสาขาหลายสาย ทั้งนี้ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ได้ยกย่องให้กรุงฮานอยเป็น “เมืองแห่งสันติภาพ” เมื่อปี 2542 ปัจจุบันกรุงฮานอยมีประชากรประมาณ 8.8 ล้านคน จากประชากรทั่วประเทศ ประมาณ 102.3 ล้านคน โดยมีคนไทยในเวียดนามประมาณ 1,700 คน และมีคนเวียดนามในไทยประมาณ 1 แสนคน
เวลา 17 นาฬิกา 18 นาที เสด็จพระราชดำเนินถึงยังโรงแรมที่ประทับ นางสาวศรัญญา ปาลีวงศ์ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย, ข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย และหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมคู่สมรส, ชุมชนคนไทยในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, นายฌอง-ฟรองซัวส์ บรุน ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย และเจ้าหน้าที่โรงแรมฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
โดยในวันพรุ่งนี้ จะทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ก่อนจะทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ โดยจะทรงพบนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา และบุคคลสำคัญ จากนั้นจะทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ และจะทอดพระเนตรการแสดงทางวัฒนธรรมของเวียดนาม ณ วัดหง็อกเซิน โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย รายงาน






