พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในการพระราชพิธีสงกรานต์ พุทธศักราช 2569
วันนี้ (15 เมษายน 2569) เวลา 09.58 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง พระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในการพระราชพิธีสงกรานต์ พุทธศักราช 2569
ในการนี้ เสด็จขึ้นหอพระสุราลัยพิมาน ทรงพระสุหร่ายสรงพระพุทธรูปสำคัญต่าง ๆ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ และสรงพระบรมสารีริกธาตุ
จากนั้น เสด็จออกไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระสยามเทวาธิราช แล้วทรงพระดำเนินปยังหอพระธาตุมณเฑียร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศถวายราชสักการะ ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ แล้วสรงน้ำพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ ทั่วทุกพระโกศ ทรงกราบที่พระแท่นหน้าเครื่องราชสักการะ
จากนั้น เสด็จออก ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยทางพระทวารเทวราชมเหศวร โดยมี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
โอกาสนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 9 ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล เมื่อสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีลและถวายพรพระ จบ ทรงจุดธูปเทียนที่พนมข้าวบิณฑ์หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วทรงประเคนปิ่นโตภัตตาหารแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ปิ่นโตภัตตาหารนอกนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทรงประเคนและประเคน จนครบ 77 รูป จากนั้น เจ้าพนักงานเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ และพระโกศพระอัฐิ ออกประดิษฐานบนพระราชบัลลังก์ภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และบนพระที่นั่งกง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ ทรงทอดผ้าคู่ถวายพระสงฆ์ 18 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ แล้วทรงทอดผ้าคู่ถวายพระสงฆ์สดับปกรณ์ อีกจำนวน 3 เที่ยว เที่ยวละ 18 รูป ทรงหลั่งทักษิโณทก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลาแล้ว ทรงกราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 9 ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา และทรงกราบพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ ที่หน้าพระแท่นพระนพปฏลมหาเศวตฉัตร
พระราชพิธีสงกรานต์ คือ พิธีที่พระมหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันเถลิงศกขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ ตามประเพณีของไทยแต่โบราณ การพระราชพิธีสงกรานต์ในสมัยโบราณก็กระทำช่วงกลางเดือนเมษายน และมีถึง 3 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 15 เมษายน ส่วนปัจจุบันมีพระราชพิธีเฉพาะวันเถลิงศก คือ วันที่ 15 เมษายน เพียงวันเดียว
ประเพณีการปฏิบัติของคนไทยในเทศกาลสงกรานต์นั้น ไม่ว่าพระมหากษัตริย์หรือสามัญชน มีจุดมุ่งอันเดียวกัน คือ การบำเพ็ญกุศล มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บุพการี มีการสรงน้ำพระ สรงน้ำปูชนียวัตถุ สรงน้ำอัฐิญาติผู้ใหญ่ล่วงลับไปแล้ว และรดน้ำผู้ใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นประเพณีที่เป็นเครื่องแสดงถึงความเคารพสักาการะในพระศาสนา เคารพสักการะบุพการีทั้งที่ล่วงลับไปแล้ว และยังมีชีวิตอยู่ โดยเป็นการแสดงถึงความมีกตัญญูกตเวทิตาธรรม อันเป็นวัฒนธรรมที่สูงส่งและเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งของคนไทย และเป็นประเพณีที่ให้คงอยู่สืบไป





