FUTURE FOOD HUB ผนึก Global Flagship Initiative for Food Security เปิดเวทีเสวนาระดับผู้บริหาร ชูไทยสู่ศูนย์กลางการลงทุนระบบอาหารแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
กรุงเทพมหานคร, 15 ตุลาคม 2569 – TASTEBUD LAB และ Future Food Hub ร่วมกับ Global Flagship Initiative for Food Security จัดการประชุมโต๊ะกลมระดับผู้บริหาร (Executive Roundtable) ภายใต้หัวข้อ "From Dialogue to Investment" ขึ้น ณ Future Food Hub กรุงเทพมหานคร
ในช่วงสัปดาห์การประชุมประจำปีธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คนจาก 191 ประเทศ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกนี้
หัวข้อการระดมทุนภาคเอกชนเพื่อการจ้างงาน (Mobilizing Private Capital for Jobs) เป็นหนึ่งในวาระหลักของสัปดาห์นี้ ซึ่งตรงกับประเด็นที่การประชุมของ Future Food Hub หยิบยกขึ้นมาหารือโดยตรง
งานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร. Conrad Rein เลขาธิการ Global Flagship Initiative for Food Security ซึ่งดำเนินงานภายใต้ Crop Trust เป็นองค์ปาฐกหลัก พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรระดับนานาชาติและภาคเอกชนกว่า 20 องค์กร
อาทิ Bayer Foundation, UNIDO, สมาคมไทยผู้ลงทุนในธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TBAN), สถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย, Institute of Agro-based Industries, the Federation of Thai Industries, ธนาคารยูโอบี (UOB Thailand FinLab), Boon Ventures Company Limited, United Nations Capital Development Fund, Vectors Capital, the Eastern Economic Corridor และหน่วยงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (ARDA)
การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือถึงช่องว่างด้านเงินทุนที่สำคัญในระบบอาหารของประเทศไทย โดยอ้างอิงผลการศึกษาร่วมกับธนาคารโลกและ FutureTales Lab ซึ่ง TASTEBUD LAB มีส่วนร่วมในกระบวนการให้ข้อมูลเชิงลึก
ผลการศึกษาดังกล่าวชี้ชัดว่า ประเทศไทยยังขาด "ชั้นเงินทุนเร่งปฏิกิริยา" หรือ Catalytic Layer ซึ่งเป็นเงินทุนประเภทลดความเสี่ยงที่จำเป็นต่อการผลักดันนวัตกรรมด้านอาหาร จากขั้นตอนห้องปฏิบัติการไปสู่การลงทุนจริงในเชิงพาณิชย์
นายสันติ อาภากาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง TASTEBUD LAB, Bio Buddy และ Future Food Hub กล่าวว่า
"ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางด้านอาหารของโลก แต่สิ่งที่ยังขาดหายไปคือกลไกทางการเงินที่จะเชื่อมโยงนวัตกรรมในประเทศเข้ากับเงินทุนและพันธมิตรระดับสากลอย่างเป็นระบบ
วันนี้เราไม่ได้มาเพียงเพื่อขอความร่วมมือเท่านั้น แต่เรามาพร้อมข้อเสนอที่ชัดเจน Future Food Hub พร้อมร่วมพัฒนาและเป็นเจ้าภาพกลไกดังกล่าวในประเทศไทยโดยตรง"
ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการประชุมครั้งนี้ คือข้อตกลงเบื้องต้นในการจัดตั้งกระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกัน (Joint Scoping Exercise) ระยะเวลา 60-90 วัน เพื่อออกแบบโครงสร้างกองทุนเงินทุนเร่งปฏิกิริยาสำหรับประเทศไทย โดยมี Future Food Hub ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมพัฒนาและเจ้าภาพศูนย์ปฏิบัติการ (Living Lab) ในพื้นที่
เกี่ยวกับ Future Food Hub / TASTEBUD LAB
Future Food Hub ภายใต้การดำเนินงานของ TASTEBUD LAB เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการนวัตกรรมด้านอาหารและเกษตรฟื้นฟู (Regenerative Food & FoodTech) ในประเทศไทยเข้ากับแหล่งเงินทุนและพันธมิตรระดับสากล มาดำเนินงานต่อเนื่องเกือบหนึ่งทศวรรษ





