วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยเด็ด เติมโอกาสให้ของดีจากชุมชน เติบโตไปไกลกว่าเดิม

ไทยเด็ด เติมโอกาสให้ของดีจากชุมชน เติบโตไปไกลกว่าเดิม เพราะสินค้าชุมชนไม่ได้ขาดของดี แต่หลายครั้งขาดโอกาสที่จะได้เจอกับตลาดที่ใหญ่กว่าเดิม

หากพูดถึง สินค้าชุมชน ภาพที่หลายคนคุ้นเคยอาจเป็นสินค้าที่วางขายอยู่ในตลาด ร้านของฝาก หรืองานแสดงสินค้าในจังหวัด แต่ในความเป็นจริง ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยมีสินค้าที่ดี มีเรื่องราว และมีศักยภาพในการเติบโต เพียงแต่ยังติดข้อจำกัดเรื่อง “ช่องทาง”

นี่คือหนึ่งในโจทย์ที่ “ไทยเด็ด” โครงการของ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เข้ามามีบทบาท โดย OR ใช้จุดแข็งจาก ecosystem และเครือข่ายธุรกิจของตัวเอง เชื่อมสินค้าจากผู้ประกอบการชุมชนเข้ากับช่องทางจำหน่ายที่ผู้บริโภคพบเจอในชีวิตประจำวัน ทั้ง PTT Station, Café Amazon และร้านสะดวกซื้อ Jiffy จาก “ของดีในชุมชน” จึงมีโอกาสก้าวไปสู่ “สินค้าที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น”

ไม่ใช่แค่เพิ่มพื้นที่ขาย แต่คือการเพิ่มโอกาสให้สินค้าได้เจอตลาด

จุดที่น่าสนใจของ ไทยเด็ด คือการมีหลายช่องทางทำให้สินค้าไม่ได้ถูกจำกัดอยู่กับลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่าง PTT Station มีผู้บริโภคที่แวะเข้ามาระหว่างการเดินทาง ขณะที่ Café Amazon เป็นพื้นที่ที่ผู้บริโภคเข้ามาในจังหวะของการพัก ดื่มกาแฟ หรือซื้อของรับประทาน และ Jiffy มีความเป็นร้านสะดวกซื้อที่ตอบโจทย์การซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การนำสินค้าเข้าไปอยู่ในแต่ละช่องทางจึงไม่ได้หมายความเพียงว่า “เพิ่มจุดขาย” แต่เป็นการพาสินค้าไปเจอกับลูกค้า

พฤติกรรมการซื้อที่แตกต่างกัน

สินค้าบางอย่างอาจเหมาะกับการซื้อกลับไปเป็นของฝากระหว่างเดินทาง บางอย่างอาจเหมาะกับการซื้อเป็นของกินติดมือ หรือบางอย่างอาจเป็นสินค้าที่ลูกค้าหยิบซื้อได้ง่าย
โจทย์จึงไม่ใช่แค่ “มีสินค้าอะไร” แต่เป็น “สินค้าอะไรเหมาะกับใคร และควรไปอยู่ตรงไหน” และเมื่อคิดในมุมนี้ การคัดเลือกสินค้าและการพัฒนาผู้ประกอบการจึงมีความสำคัญไม่แพ้การเพิ่มพื้นที่ขาย

ไทยเด็ด เติมโอกาสให้ของดีจากชุมชน เติบโตไปไกลกว่าเดิม

เพราะ “ของดี” กับ “สินค้าที่ขายได้” อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ความจริงข้อหนึ่งของตลาดที่ผู้ประกอบการชุมชนต้องเจอเมื่อก้าวออกจากตลาดเดิม คือ สินค้าที่ดีในสายตาของผู้ผลิต อาจยังไม่ใช่สินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกช่องทาง สินค้าที่จะเข้าสู่ระบบค้าปลีกต้องตอบโจทย์อีกหลายเรื่อง ตั้งแต่คุณภาพและมาตรฐาน ราคา Packaging ขนาดสินค้า อายุสินค้า Margin ไปจนถึงความสามารถในการผลิตและส่งมอบสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่องทางที่มีลูกค้าจำนวนมาก ความสม่ำเสมอของสินค้าและความพร้อมในการผลิตกลายเป็นเรื่องสำคัญทันที

ดังนั้นคำถามจากเดิมที่ว่า “สินค้านี้ดีไหม” อาจต้องเปลี่ยนเป็น “สินค้านี้เหมาะกับตลาดแบบไหน และพร้อมแค่ไหนที่จะโตไปกับตลาดนั้น” นี่เป็นอีกมิติที่ทำให้ ไทยเด็ด ไม่ได้มีความหมายเพียงการนำสินค้าชุมชนไปวางขาย แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ว่าตลาดจริงต้องการอะไร

โอกาสจึงไม่ได้จบลงเมื่อสินค้าได้ขึ้นชั้นวาง

ในอีกด้านหนึ่ง การมีช่องทางจำหน่ายขนาดใหญ่ก็ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกตัวจะประสบความสำเร็จทันที นี่คือความท้าทายที่ต้องยอมรับ เพราะตลาดค้าปลีกมีการแข่งขันสูง และพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนอยู่ตลอด สินค้าบางตัวอาจขายดีในพื้นที่หนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะขายดีในทุกพื้นที่ สินค้าบางประเภทอาจมีเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่ราคายังไม่เหมาะกับตลาด หรือบางรายมีความต้องการสูง แต่ยังไม่สามารถผลิตสินค้าได้ในปริมาณที่เพียงพอ

ไทยเด็ด เติมโอกาสให้ของดีจากชุมชน เติบโตไปไกลกว่าเดิม

เพราะฉะนั้น การ “เติมโอกาส” ที่มีความหมายจึงไม่ใช่การนำสินค้าทุกชนิดไปวางขายให้ได้มากที่สุด แต่ต้องมาพร้อมกับการ คัดเลือก พัฒนา และจับคู่สินค้าให้เหมาะกับช่องทาง ตรงนี้เองที่ทำให้บทบาทของ ไทยเด็ด สามารถขยับจากการเป็น “พื้นที่ขายสินค้า” ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาผู้ประกอบการได้

จาก OR เติมโอกาส สู่การสร้าง “ชุมชนดี”

สิ่งที่เกิดขึ้นจากไทยเด็ดจึงสอดคล้องกับแนวคิด “OR เติมเต็มโอกาส ดีดีดี” เพราะ OR ไม่ได้เพียงนำสินค้าชุมชนเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง แต่ใช้ศักยภาพของเครือข่ายที่มีอยู่เป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ประกอบการกับตลาดและเมื่ผู้ประกอบการเติบโต ผลที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่เจ้าของสินค้าเพียงคนเดียว รายได้ที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่การเพิ่มกำลังการผลิต การจ้างงานคนในพื้นที่ การใช้วัตถุดิบจากชุมชนมากขึ้น หรือการต่อยอดสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น

นี่จึงเป็นภาพของ “ชุมชนดี” ที่ไม่ได้หมายถึงเพียงชุมชนที่มีสินค้าดี แต่เป็นชุมชนที่มีโอกาสทางเศรษฐกิจ มีตลาดรองรับ และมีผู้ประกอบการที่สามารถพัฒนาตัวเองให้เติบโตได้

เพราะเป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่แค่ “ขายได้” แต่ต้อง “โตต่อได้”

ท้ายที่สุดแล้ว การวัดความสำเร็จของ ไทยเด็ด จึงอาจไม่ควรหยุดอยู่แค่จำนวนสินค้า จำนวนผู้ประกอบการ หรือจำนวนจุดจำหน่าย คำถามที่สำคัญกว่าคือ เมื่อผู้ประกอบการได้รับโอกาสแล้ว สามารถเปลี่ยนโอกาสนั้นให้เป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ สินค้าพัฒนาขึ้นหรือไม่ ผลิตได้มากขึ้นหรือไม่ มีรายได้และการจ้างงานเพิ่มขึ้นหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือ สามารถนำประสบการณ์จากตลาดไปต่อยอดธุรกิจของตัวเองได้มากแค่ไหน

เพราะการสร้างโอกาสที่ดี ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทำทุกอย่างแทนผู้ประกอบการ บางครั้งสิ่งที่สำคัญกว่าคือการเปิดประตูให้ได้เข้าถึงตลาดที่ใหญ่ขึ้น ได้พบลูกค้าที่หลากหลายขึ้น และได้มีพื้นที่พิสูจน์ว่าสินค้าของตัวเองสามารถไปได้ไกลแค่ไหน จาก “ของดีในชุมชน” จึงมีโอกาสกลายเป็น “สินค้าที่คนทั่วประเทศรู้จัก” และจากโอกาสของผู้ประกอบการหนึ่งราย ก็สามารถต่อยอดไปสู่การเติบโตของคนอีกหลายคนในชุมชน