"AssetWise" กับการปรับอันดับเครดิตองค์กร สัญญาณที่สะท้อนความเชื่อมั่นและความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว
ในช่วงที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อ ดอกเบี้ย และการแข่งขัน การที่บริษัทหนึ่งได้รับการ "ปรับเพิ่มอันดับเครดิต" จึงไม่ใช่ข่าวที่เกิดขึ้นบ่อยนักล่าสุด แอสเซทไวส์ หรือ ASW กลายเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่กี่รายที่ TRIS Rating ปรับอันดับเครดิตองค์กรขึ้นสู่ระดับ BBB พร้อมแนวโน้ม Stable
คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ASW ทำอะไร จนทำให้สถาบันจัดอันดับเครดิตมองเห็นศักยภาพมากขึ้นในช่วงเวลาที่ทั้งอุตสาหกรรมกำลังเผชิญความท้าทาย เพราะไม่ใช่ทุกบริษัทจะได้ปรับเครดิตเพิ่มได้ง่ายๆ
เครดิตที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
การปรับอันดับเครดิตจาก BBB- เป็น BBB พร้อมเปลี่ยนแนวโน้มจาก Positive เป็น Stable คือสัญญาณที่สะท้อนว่า หน่วยงานจัดอันดับเครดิตมองว่า บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแรง มีความสามารถในการบริหารจัดการที่ดี และมีโอกาสเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
สิ่งสำคัญคือ ความเชื่อมั่นลักษณะนี้ไม่ได้สร้างขึ้นภายในหนึ่งปี แต่เป็นผลจากการวางยุทธศาสตร์ที่ ASW เดินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปี หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
จากผู้พัฒนาอสังหาฯสู่พอร์ตธุรกิจที่หลากหลาย
หากย้อนดูการเติบโตของ ASW จะพบว่า บริษัทไม่ได้ขยายธุรกิจด้วยการเพิ่มจำนวนโครงการเพียงอย่างเดียวแต่เลือกกระจายพอร์ตในหลายมิติทั้งการพัฒนาโครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขยายสู่พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่าง EEC รวมถึงก้าวเข้าสู่ตลาดภูเก็ต ซึ่งกำลังได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และความต้องการอสังหาริมทรัพย์จากชาวต่างชาติ หมากสำคัญคือ การเข้าลงทุนในร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ หรือ TITLE ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ดีลนี้ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนโครงการเท่านั้น
แต่ทำให้ ASW ได้ก้าวเข้าสู่ตลาด Leisure Residence ซึ่งเชื่อมโยงทั้งการอยู่อาศัย การลงทุน และการพักผ่อนในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกพร้อมต่อยอดไปยังธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร เพื่อสร้างรายได้ประจำ หรือ Recurring Income ซึ่งเป็นรายได้ที่ช่วยลดการพึ่งพาการขายโครงการเพียงอย่างเดียว
ธุรกิจที่แข็งแรง ไม่ใช่แค่ขายเก่ง แต่ต้องมีรายได้หลายทาง
หนึ่งในความท้าทายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือ รายได้จำนวนมากมักเกิดขึ้นเมื่อโครงการสร้างเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ หากยอดเปิดตัวใหม่ชะลอ รายได้ก็อาจผันผวนตามไปด้วยหลายบริษัทจึงเริ่มมองหาโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง ASW ก็เดินเกมในทิศทางเดียวกันการต่อยอดสู่ธุรกิจ Hospitality จึงไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจแต่เป็นการสร้างโครงสร้างรายได้ที่สมดุลมากขึ้น เมื่อรายได้ประจำมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ความสามารถในการบริหารกระแสเงินสดก็มีเสถียรภาพมากขึ้น และนั่นคือปัจจัยที่สถาบันจัดอันดับเครดิตให้ความสำคัญ
อีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญคือเลือกตลาดที่ตัวเองแข็งแรง
ในขณะที่หลายบริษัทแข่งขันกันในตลาดแมส ASW เลือกสร้างความแตกต่างผ่านแบรนด์เฉพาะกลุ่ม ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ Kave ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ แคมปัสคอนโดที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มนักศึกษา คนรุ่นใหม่ และผู้ปกครอง โมเดลนี้ทำให้บริษัทสามารถเจาะตลาดที่มีดีมานด์เฉพาะ และสร้างการรับรู้แบรนด์ได้ชัดเจน ขณะเดียวกัน บริษัทก็ยังมีสินค้าทั้งคอนโด และแนวราบแบรนด์อื่นๆ อย่าง Atmoz, Modiz และ The Honor เพื่อรองรับลูกค้าในหลากหลายเซ็กเมนต์ ผลลัพธ์คือ พอร์ตสินค้าที่กระจายทั้งด้านราคา ทำเล และกลุ่มลูกค้า ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
Backlog กว่า 38,000 ล้านบาท คือรายได้ที่มองเห็นล่วงหน้า
อีกเหตุผลที่ทำให้หลายฝ่ายจับตา ASW คือ ตัวเลขยอดขายรอรับรู้รายได้ หรือ Backlog ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมี Backlog อยู่ที่ 38,010 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571 นั่นหมายความว่า รายได้ส่วนหนึ่งของบริษัทในอีกหลายปีข้างหน้ามีฐานรองรับอยู่แล้ว และในช่วงครึ่งปีหลังยังมีโครงการไฮไล้ต์สำคัญในภูเก็ตเตรียมโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง ได้แก่
- THE TITLE Heritage Bang-Tao มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท
- THE TITLE Serenity Naiyang มูลค่าโครงการประมาณ 4,000 ล้านบาท
ซึ่งทั้ง 2 โครงการได้รับการตอบรับที่ดี สะท้อนความต้องการของตลาดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะตลาดภูเก็ตที่ยังได้รับแรงหนุนจากผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
เมื่อเครดิตเพิ่มขึ้น สิ่งที่ได้อาจมากกว่าความน่าเชื่อถือ
สำหรับบริษัทจดทะเบียน อันดับเครดิตไม่ได้มีผลเฉพาะภาพลักษณ์ แต่ยังส่งผลต่อโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ต้นทุนทางการเงิน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสถาบันการเงิน ยิ่งอันดับเครดิตดีขึ้นบริษัทก็มีความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุน และรองรับการขยายธุรกิจ รวมถึงการเติบโตในอนาคตได้มากขึ้น
ในอีกมุมหนึ่งการที่ TRIS Rating ปรับอันดับเครดิต ASW ในช่วงที่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดัน จึงสะท้อนว่า สิ่งที่ได้รับการประเมิน ไม่ใช่เพียงผลประกอบการระยะสั้น แต่คือความสามารถในการสร้างการเติบโตบนฐานธุรกิจที่แข็งแรง มีวินัยทางการเงิน และกระจายความเสี่ยงที่ดี
เพราะท้ายที่สุดแล้วการเติบโตที่ยั่งยืนของธุรกิจ ไม่ได้วัดจากจำนวนโครงการที่เปิดตัวในแต่ละปีเพียงอย่างเดียวแต่คือการสร้างโครงสร้างธุรกิจที่พร้อมรับมือกับทุกวัฏจักรของตลาด และการที่ ASW ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตเป็น BBB/Stable ในครั้งนี้ อาจเป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่า กลยุทธ์ที่บริษัทค่อยๆ สะสมมาตลอดหลายปี กำลังเริ่มสะท้อนออกมาเป็น "ความน่าเชื่อถือ" ที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม





