สยามพิวรรธน์ ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ยกระดับองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero 2050
บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เพื่อร่วมกันส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ การเสริมสร้างศักยภาพ และการสร้างความตระหนักรู้สู่สาธารณชนในวงกว้างเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมและประเทศชาติ พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายในการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2050
พิธีลงนามจัดขึ้น เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ ชั้น 5A NEXTOPIA ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และนางสาวนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมลงนาม พร้อมด้วย รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต Chief of NEXTOPIA และที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน (Sustainability) บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และดร.นิติ ยอดดำเนิน ผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมเป็นพยาน
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 33 ปีความร่วมมือระหว่างสยามพิวรรธน์และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ TEI จะได้นำจุดแข็งด้านองค์ความรู้ทางวิชาการและงานวิจัยเชิงลึกมาเสริมทัพการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยจะเข้าไปสนับสนุนข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการมลพิษ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนได้รับรู้ถึงข้อมูลที่แท้จริงมีส่วนช่วยในการลดผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมและสามารถปรับตัวได้อย่างปลอดภัย เราเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนภาคธุรกิจจะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ ให้คำปรึกษาและการยกระดับศักยภาพองค์กรให้ก้าวไปสู่เป้าหมายประเทศ Net Zero ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี ค.ศ. 2050 ได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันวิกฤติสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบใกล้ตัวและกระทบต่อคุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การนำงานวิชาการมาผสานเข้ากับพื้นที่ของ สยามพิวรรธน์ เพื่อเป็นแพลตฟอร์มจัดแสดงข้อมูลนวัตกรรมและกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะกระตุ้นให้สาธารณชนและผู้ประกอบการเกิดความรู้สึกมีส่วนร่วม และพร้อมที่จะลงมือทำเพื่อป้องกันและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมตลอดร่วมสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมไทยต่อไป
นางสาวนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามพิวรรธน์ ในฐานะองค์กรต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม ยึดมั่นในพันธกิจการสร้างคุณค่าร่วมกันเพื่อความยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด เราให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การพัฒนาสังคม และการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบคุณค่าในระยะยาวแก่ทุกภาคส่วน ผ่านบทบาทการเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาส (Opportunity Platform) ที่เชื่อมโยงความร่วมมือและเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ความร่วมมือกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้และเสริมสร้างศักยภาพด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมขยายผลสู่สาธารณชนในวงกว้าง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมและโลกอย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือครั้งนี้ มีระยะเวลา 3 ปี ทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนาองค์กรความรู้ เสริมสร้างศักยภาพ และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยสยามพิวรรธน์ ร่วมสนับสนุนจัดกิจกรรม และเผยแพร่งานต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะให้ได้รับรู้ พร้อมเป็นแพลตฟอร์มในการจัดแสดงความรู้ นวัตกรรม รวมถึงส่งเสริมภาคีและผู้ประกอบการในเครือข่ายของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ผ่านพื้นที่ในศูนย์การค้า รวมทั้งแพลตฟอร์มทางธุรกิจค้าปลีกและร้านคอนเซปต์สโตร์ที่อยู่ในเครือฯ ของสยามพิวรรธน์ทั้งหมด
นอกจากนี้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้ร่วมสนับสนุนด้านองค์ความรู้ทางด้านวิชาการ ทั้งการทำวิจัย การศึกษารวบรวมข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ มลพิษ การจัดการขยะและการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงร่วมจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนการบูรณาการองค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและประเทศชาติ
สยามพิวรรธน์ ในฐานะ Game Changer ผู้พัฒนาโกลบอลเดสติเนชันสู่ความยั่งยืน ตอกย้ำพันธกิจการดำเนินธุรกิจขององค์กรภายใต้แนวคิด "วิถีสยามพิวรรธน์" ที่มุ่งสร้างเมืองให้เป็นพื้นที่ของการใช้ชีวิตที่เติบโตอย่างสมดุล โดยนำนวัตกรรม องค์ความรู้และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนมาเป็นกลไกสำคัญเพื่อยกระดับมาตรฐานของวงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกไทย พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2050 ต่อไป





