วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

Schneider Electric เปิดตัว Square D DBSeT ยกระดับความปลอดภัยยุค EV - Solar ลดความเสี่ยงไฟไหม้

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ปฏิวัติตู้โหลดเซ็นเตอร์ระดับตำนาน เปิดตัว “Square D DBSeT” ยกระดับความปลอดภัยยุค EV - Solar ลดความเสี่ยงไฟไหม้จาก Human Error

ปัญหาอัคคีภัยจาก “ไฟฟ้าลัดวงจร” ยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุอันดับต้นๆ ของคดีเพลิงไหม้ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่พฤติกรรมการใช้พลังงานของที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด จากสถิติข่าวอุบัติภัยในช่วงที่ผ่านมา มักจะเห็นกรณีไฟไหม้ตู้เบรกเกอร์ หรือเพลิงไหม้ตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ที่เสียบทิ้งไว้เวลากลางคืนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าชี้ว่า นอกเหนือจากปัจจัยด้านอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานแล้ว ปัญหาที่แฝงอยู่และอันตรายไม่แพ้กันคือ “Human Error” หรือความผิดพลาดในขั้นตอนการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากช่างที่ไม่ได้มาตรฐาน การขันแน่นของขั้วสายไฟที่ไม่พอดี และภาระการใช้ไฟที่สูงเกินกว่าตู้โหลดเซ็นเตอร์แบบเก่าจะรองรับได้

เมื่อบ้านยุคดิจิทัลไม่ได้มีเพียงแค่หลอดไฟหรือเครื่องปรับอากาศ แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นสมาร์ทโฮมที่ต้องรองรับนวัตกรรมกินกระแสไฟสูงอย่าง ระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ตู้ควบคุมไฟจึงไม่ใช่แค่เรื่องของฟังก์ชันเปิด-ปิดอีกต่อไป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยี

ล่าสุด ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน ประกาศเดินหน้าต่อยอดแบรนด์ Square D ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส รุ่นล่าสุด “Square D DBSeT” ภายใต้แนวคิด Beyond a Load Center ที่จะมาพลิกโฉมวงการด้วยการผสานนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ยุคใหม่เพื่อตัดวงจรความเสี่ยงด้านอัคคีภัยตั้งแต่ต้นทาง Qwik-Plug เทคโนโลยีลด Human Error

หัวใจสำคัญที่เป็นไฮไลท์ทางเทคโนโลยีของ Square D DBSeT คือการเปิดตัวนวัตกรรม Qwik-Plug ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point ของช่างไฟและเจ้าของบ้านโดยเฉพาะ ในอดีตการติดตั้งเบรกเกอร์กันดูด (RCBO) หรือเบรกเกอร์ย่อย ต้องอาศัยความชำนาญในการเดินสายและการขันสกรูอย่างมาก หากช่างไฟขันสกรูไม่แน่นพอ จะเกิดความต้านทานสูงจนเกิดความร้อนสะสม และเป็นชนวนเหตุให้ตู้เบรกเกอร์ระเบิดหรือลุกไหม้ได้ในที่สุด

เทคโนโลยี Qwik-Plug เข้ามาเปลี่ยนเกมด้วยการทำให้การเชื่อมต่อทั้งสายเฟส (Phase) และนิวทรัล (Neutral) สำเร็จได้ในจุดเดียวในลักษณะ Plug-On ซึ่งมีข้อดีทางเทคโนโลยี ดังนี้

  • เพิ่มความเร็วในการติดตั้งสูงถึง 30% ช่วยให้งานเสร็จไวและได้มาตรฐานเดียวกันทุกจุด
  • ลดความเสี่ยงจาก Human Error อย่างมีนัยสำคัญ แก้ปัญหาการขันแน่นไม่ได้มาตรฐานที่เป็นสาเหตุของประกายไฟ 
  • รองรับ RCBO Qwik-Plug กระแสสูงสุดถึง 50 แอมป์ เพียงพอและปลอดภัยอย่างยิ่งสำหรับการรองรับอุปกรณ์ที่กินไฟสูงต่อเนื่องยาวนานอย่าง EV Charger และระบบโซลาร์เซลล์

  Schneider Electric เปิดตัว Square D DBSeT ยกระดับความปลอดภัยยุค EV - Solar ลดความเสี่ยงไฟไหม้

ถอดรหัสความปลอดภัยผ่าน 6 ฟังก์ชัน

  • Quick Release Hinge: ระบบถอดบานประตูตู้ได้ง่าย เพื่อลดความเสียหายและการกระแทกในระหว่างการติดตั้ง
  • Captive Function: สกรูยึดฝาตู้ถูกออกแบบไม่ให้หลุดร่วงหาย ช่วยให้ช่างทำงานได้อย่างแม่นยำในพื้นที่จำกัด
  • Smart Knock-out: ช่องเปิดที่รองรับรางเดินสายไฟ (Wireway) ขนาด $4 \times 4$ นิ้ว ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาตัดแต่งหน้างาน ลดความเสี่ยงจากขอบโลหะคมที่จะบาดสายไฟ
  • Cable Tie Hook: เพิ่มตะขอสำหรับรัดสายไฟภายในตู้ ช่วยจัดระเบียบสายไม่ให้ทับซ้อนจนเกิดความร้อนสะสม
  • Lockable Door Handle: ฝาตู้รองรับการใช้งานร่วมกับ U-lock เพิ่มความปลอดภัย ป้องกันบุคคลภายนอกหรือเด็กมาสัมผัสระบบไฟ
  • Pole Filler: แผ่นปิดช่องว่างภายในตู้ เพื่อความเรียบร้อยและป้องกันสิ่งแปลกปลอมหรือสัตว์เล็กเข้าไปทำระบบลัดวงจรมาตรฐานสากล รองรับโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวแห่งอนาคต

นายกุศล กุศลส่ง รองประธานกลุ่มธุรกิจ Residential ชไนเดอร์ อิเล็คทริค คลัสเตอร์ประเทศไทย ลาว และเมียน กล่าวว่า Square D DBSeT คือการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่ช่างไทยมาอย่างยาวนาน สู่โซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานยุคใหม่ ทั้งในแง่ความรวดเร็ว ความปลอดภัย และความยืดหยุ่นในการรองรับเทคโนโลยีในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น EV Charger หรือ Solar ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัย

Square D DBSeT ผลิตขึ้นตามมาตรฐานสากล IEC 61439-2 และ IEC 61439-3 ตัวบัสบาร์ (Busbar) รองรับกระแสไฟได้ตั้งแต่ 100A ไปจนถึง 250A และมีขนาดวงจรย่อยให้เลือกสูงสุดถึง 48 ช่อง นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว Square D DBSeT Extension Box กล่องต่อขยายที่รองรับระบบ DIN ได้สูงสุด 24 โมดูล (กระแสสูงสุด 100A) เพื่อให้สถาปนิกและวิศวกรระบบไฟฟ้าสามารถออกแบบและขยายระบบการจ่ายไฟในอนาคตได้อย่างไร้ข้อจำกัด

การปฏิวัติตู้โหลดเซ็นเตอร์ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การปรับโฉมภายนอกให้เป็นแบบ Modern Minimal สวยงามเข้ากับบ้านยุคใหม่ แต่เป็นการนำนวัตกรรมเชิงลึกเข้ามาปิดรอยรั่วด้านความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจได้ว่า บ้านและอาคารพาณิชย์ในยุคดิจิทัลจะสามารถก้าวสู่อนาคตที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นได้อย่างมั่นใจ