background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

BGI เล็งตั้ง "International Innovation Center for Life" ในไทย

BGI เล็งตั้ง "International Innovation Center for Life" ในไทย

ประธานกลุ่มบริษัท BGI เล็งตั้ง "International Innovation Center for Life" ในประเทศไทย หวังดันไทยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์จีโนมิกส์ของภูมิภาค และการรักษาโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย

นายหวัง เจี้ยน (Mr. Wang Jian) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท BGI กล่าวว่า ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อหารือด้านการแพทย์จีโนมิกส์ และการพัฒนาการด้านชีววิทยาศาสตร์ร่วมกับภาครัฐบาลและองค์กรต่างๆ และได้เข้าพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมุ่งหวังให้เกิดความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ของไทยในการจัดตั้ง "International Innovation Center for Life" เพื่อยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์จีโนมิกส์ของภูมิภาค และเป็นศูนย์กลางการรักษาโรคโลหิตจาง ธาลัสซีเมีย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยกว่า 600,000 คน โดยทาง BGI คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี ในการคิดค้นและทดสอบนวัตกรรมทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ และจะสามารถเปิดให้บริการกับประชาชนในประเทศไทยได้ นอกจากนี้ ยังได้พบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหารือเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือด้านการแพทย์ระบบสาธารณสุข และการพัฒนาด้านชีววิทยาศาสตร์ในประเทศไทยอีกด้วย

BGI เล็งตั้ง "International Innovation Center for Life" ในไทย

นายหวัง กล่าวต่อว่า เราเชื่อมั่นว่า "International Innovation Center for Life" จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมได้ เพราะประเทศไทยมีบุคลากรทางการแพทย์เป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีมาตรฐานและระดับการพัฒนาทางการแพทย์สูง รวมถึงในระดับนโยบายประเทศไทยมีแผนงานด้านจีโนมิกส์รองรับอยู่ จึงเชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องในหลายๆ หน่วยงาน ทั้งสองฝ่ายจะสามารถยกระดับความร่วมมือระหว่างกันในการแลกเปลี่ยนความรู้ ความเชี่ยวชาญ การศึกษา การฝึกอบรมบุคลากร เพื่อให้คนรุ่นใหม่ก้าวทันเทคโนโลยี และสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อนำมาใช้พัฒนาประเทศได้

นอกจากนี้ นายหวัง ยังกล่าวด้วยว่า ทาง BGI ยังได้หารือความร่วมมือกับ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงการพัฒนาความร่วมมือในการวิจัยและทดสอบนวัตกรรมใหม่ เพื่อให้การปลูกข้าวหรือการหว่านพันธุ์ข้าวเพียง 1 ครั้ง สามารถเก็บเกี่ยวได้นาน 5 ปี ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ลดต้นทุน ทั้งในเรื่องเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย น้ำ รวมถึงประหยัดทรัพยากรต่างๆ ลดการใช้พลังงาน และนำไปสู่การลดก๊าซคาร์บอนฯ ช่วยลด ภาวะโลกร้อน ได้อีกด้วย ซึ่งทาง BGI มีเทคโนโลยีที่ทำได้สำเร็จแล้วในหลายพื้นที่ในประเทศจีน โดยเรื่องนี้จะมีการหารือในรายละเอียดอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

BGI เล็งตั้ง "International Innovation Center for Life" ในไทย

"ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ผมยังยึดมั่นในอุดมการณ์ และมีความเชื่อว่า การพัฒนาศาสตร์ด้าน Omics และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจะเป็นคุณประโยชน์ต่อประชากรทุกคนบนโลก BGI จึงเป็นต้นแบบการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์โดยใช้เทคโนโลยีเฉพาะตัว รวมถึงการคิดค้นนวัตกรรม และยังมุ่งพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม พร้อมกับพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในการคิดค้นศาสตร์ใหม่ๆ ลดต้นทุนการเข้าถึง และพร้อมจะร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เพื่อลดโอกาสการเกิดทารกที่มีความพิการแต่กำเนิด ช่วยยืดอายุของผู้ป่วยมะเร็ง การควบคุมโรคติดเชื้อ เพื่อทำประโยชน์ให้กับมนุษยชาติต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง" นายหวัง กล่าวทิ้งท้าย