วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

งานเข้าแรง ส.ต.ท.หญิง โหดทารุณทหารรับใช้ ชี้ข้าราชการต้องรับโทษมากกว่าคนทั่วไป

งานเข้าแรง ส.ต.ท.หญิง โหดทารุณทหารรับใช้ ชี้ข้าราชการต้องรับโทษมากกว่าคนทั่วไป

รองโฆษก ตร. แจงปม ส.ต.ท.หญิง อายุเกินรับราชการ ใช้วุฒิ ปวส. ด้านบัญชีสมัครตำรวจ รอผลคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงถูกขั้นตอนหรือไม่ ลั่นข้าราชการต้องรับโทษมากกว่าคนทั่วไป

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีตำรวจสันติบาลหญิงชั้นประทวนทำร้ายทหารหญิงที่จ.ราชบุรี ว่า ประมาณต้นปี 2559 ผู้เสียหายและผู้ต้องหารู้จักกัน จากการสอบปากคำต้นปี 2564 มีการทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเนื่องจากทำงานไม่ถูกใจ และต้นปี 2565 มีการทำร้ายมากขึ้น จึงขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่และน้าสาว จึงให้ญาติเข้ามาพบเข้าหน้าที่ตำรวจ

จากนั้นสอบปากคำผู้เสียหายและพยาน คัดกรองแยกผู้เสียหายตามความผิดเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ลักษณะการค้าทาส  ตรวจค้นบ้านผู้ต้องหา  ก่อนเข้ามอบตัวเพื่อเข้าสู้คดีดังกล่าว แจ้งข้อกล่าวหาเป็นข้าราชการกระทำความผิดค้ามนุษย์บังคับใช้คนในลักษณะคล้ายทาส , การทำร้ายร่างกายและจิตใจผู้อื่น ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมแล้ว

“ในวันนี้สอบปากคำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ส่วนการดำเนินการทางวินัย กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 (บก.ส.1) ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ดำเนินการควบคู่ทางคดีอาญา โดยผู้ต้องหาไม่ได้มารายงานตัวตามระเบียบเมื่อต้องคดีอาญาเนื่องจากถูกคุมขังที่เรือนจำกลางจังหวัดราชบุรี”

ส่วนกรณีตำรวจหญิงเข้ารับราชการอายุ 39 ปีนั้น พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า เข้ารับราชการตำรวจปี 2560 ใช้วุฒิ ปวส. ด้านบัญชี ย้ายมาที่สันติบาล ก.พ.2565 สำนักงานงบประมาณและการเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สงป.ตร.) โดยพิจารณาผู้มีคุณสมบัติตามวุฒิขาดแคลน ถึงจะมีระบุว่าอายุไม่เกิน 35 ปี แต่มีข้อยกเว้นตามกฎ ก.ตร. สามารถดำเนินการได้

“เรื่องนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ามีการดำเนินการรับเข้ารับราชการถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้ต้องหามีอภิสิทธิ์เหนือผู้อื่นนั้น ยืนยันว่าอยู่ที่ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอำนาจยืนยันว่าดำเนินการตามมาตรฐานเดียวกันตามกรอบกฎหมายไม่มีอภิสิทธิ์เหนือใคร เป็นข้าราชการต้องคดีต้องรับโทษมากกว่าคนทั่วไป กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องการกระทำผิดส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดภาพรวมทั้งหมดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)”