วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ยังไม่โอนย้าย ส.ต.ท.หญิง ทำร้ายทหารรับใช้ กลับต้นสังกัด บก.ส.1

ยังไม่โอนย้าย ส.ต.ท.หญิง ทำร้ายทหารรับใช้ กลับต้นสังกัด บก.ส.1

ผบก.ส.1 ยันยังไม่ได้รับหนังสือโอนย้าย ส.ต.ท.หญิง ทำร้ายทหารรับใช้ กลับต้นสังกัดเดิม ย้ำไม่ปกป้อง หากผลทางคดีพื้นที่ สภ.เมืองราชบุรี มีความผิดจริง เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เผยประวัติเข้ารับราชการตำรวจ สังกัดตำรวจสันติบาลปี 60 ก่อนถูกขอตัวไปช่วยราชการ กอ.รมน.ภาค4 (ส่วนหน้า) จนถึงปัจจุปัน

พล.ต.ต.อุดร วงษ์ชื่น ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานหรือหนังสือโอนย้าย ส.ต.ท.หญิง ช่วยราชการ กอ.รมน.ภาค 4 (ส่วนหน้า) กลับมาต้นสังกัดเดิมแต่อย่างใด หลังก่อเหตุข่มขู่ทำร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยว อดีตทหารหญิงคนรับใช้ได้รับบาดเจ็บ โดยหากเป็นความจริงทางตำรวจสันติบาล 1 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของ ส.ต.ท.หญิง จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง

โดยจะต้องมีการนำผลการสอบสวนทางคดีของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี มาประกอบว่าคดีที่ สภ.เมืองราชบุรี มีความผิดจริงหรือไม่อย่างไร เพราะจะมีผลต่อการพิจารณาเอาผิดทางวินัยร้ายแรงตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้ พร้อมยืนยันว่าตำรวจสันติบาล 1 ไม่ปกป้องอย่างแน่นอน หากพบว่ากระทำผิดชัดเจน

สำหรับ ส.ต.ท.หญิง คนดังกล่าวบรรจุเข้ารับราชการตำรวจ ในตำแหน่งผู้บังคับหมู่( ผบ.หมู่) สังกัดกองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสันติบาลเมื่อปี 2560 จากนั้นก็ย้ายมาสังกัดกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ก่อนจะมีการขอตัวไปช่วยราชการที่ กอ.รมน.ภาค4 (ส่วนหน้า) จนถึงปัจจุปัน

พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) เปิดเผยว่าเรื่องการไปช่วยราชการนั้นตนเองยังไม่ทราบว่าไปช่วยราชการวันไหนอย่างไร เพราะเป็นเรื่องของธุรการ ซึ่งการช่วยราชการ เขาสังกัดที่ตำรวจสันติบาล แต่ตัวไปปฎิบัติหน้าที่ กอ.รมน.ภาค4 (ส่วนหน้า)​ เรื่องนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประสานกับตำรวจราชบุรีแล้ว ส่วนส.ต.ท.หญิงรายนี้ตนเองไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว และได้ให้ต้นสังกัดตรวจสอบรายละเอียดแล้วว่าต้องมารายงานตัวหรือไม่

ส่วนการกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรงหรือจะมีคำสั่งให้ออกจากราชการหรือไม่อย่างไรนั้น พล.ต.ท.สุรพงษ์ เปิดเผยว่า ต้องรอดูผลการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งได้ประสานกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรีแล้ว

“ ยืนยันว่าการที่ตำรวจไปทำร้ายประชาชนไม่สามารถทำได้ เพราะมีความผิดทั้งวินัยและอาญา แม้จะเป็นเวลานอกราชการก็ตาม พร้อมยืนยันว่าไม่มีการเข้าข้างหรือช่วยเหลือกันแน่นอนแม้เป็นตำรวจด้วยกัน ใครทำผิดก็ต้องรับโทษทัณฑ์ตามที่กระทำ เรื่องนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ไม่ได้กำชับสั่งการอะไรเป็นพิเศษ ยืนยันว่าแม้จะเป็นการกระทบกระทั่งกันระหว่างทหารและตำรวจแต่ไม่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เป็นเรื่องคนในหน่วยที่ทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีอาญาต่อไป”