วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

สงขลา เตือนด่วน! ฝนตกหนัก 9–13 พ.ย. 69 สั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชม.

ผู้ว่าฯ สงขลา สั่งด่วนรับมือฝนตกหนัก 9–13 พ.ย. 69 เตือนพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก คลื่นสูง 2 เมตร ตลอด 24 ชม.

นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ออกประกาศสั่งการด่วนที่สุดถึงกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอทุกอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวนขั้นสูงสุด พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 (299/2569) เตือนภัยฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน ภาคใต้ฝนตกหนักสะสม มวลอากาศเย็นจีนแผ่ปกคลุม

ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 1 (299/2569) ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17.00 น. ระบุว่า ในช่วงวันที่ 9 - 13 พฤศจิกายน 2569 บริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ส่งผลให้ปริมาณฝนสะสมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปัจจัยสำคัญเกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้ลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กระตุ้นให้เกิดฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงจังหวัดสงขลา

เตือนพื้นที่เสี่ยงระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง

ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงวันที่ 9 - 13 พฤศจิกายน 2569 ได้แก่

  • พื้นที่ลาดเชิงเขาและทางน้ำไหลผ่าน เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มจากปริมาณฝนสะสม
  • พื้นที่ลุ่มต่ำ เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง
  • ชาวเรือและผู้ประกอบการทางทะเล คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองโดยเด็ดขาด

เปิด 5 มาตรการด่วน จังหวัดสงขลาสั่งการรับมือภัยพิบัติ

เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการอย่างเคร่งครัด ดังนี้

1. แจ้งเตือนประชาชนและวางแผนการเดินทาง

เน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้วางแผนการดำเนินชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างรอบคอบเพื่อความปลอดภัย

2. เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและปิดสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ 24 ชม.

สั่งการให้ติดตามสภาวะอากาศอย่างกระชั้นชิด หากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำ น้ำตก และถ้ำลอด ให้ผู้อำนวยการอำเภอและผู้อำนวยการท้องถิ่นสั่งการหน่วยงานรับผิดชอบ ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลใดเข้าโดยเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

3. รับมือลมกระโชกแรงและฟ้าผ่า

เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้าง หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า ส่วนเกษตรกรควรรีบทำแนวป้องกันเพื่อลดความเสียหายของผลิตผลทางการเกษตร

4. เตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงชั่วคราวและสิ่งอุปโภคบริโภค

ให้จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้มีความพร้อมรองรับการอพยพได้อย่างเพียงพอ มอบหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่มสะอาด และสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพให้พร้อมจ่ายแจกทันทีหากเกิดสถานการณ์

5. รายงานสถานการณ์และช่องทางติดต่อฉุกเฉิน

หากเกิดสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย หรือดินโคลนถล่มในพื้นที่ ให้รายงานตรงต่อกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาทันที ผ่านช่องทาง

  • โทรศัพท์ / โทรสาร : 074-316380
  • สายด่วนนิรภัย (ปภ.) : 1784 (ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง)

ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาสามารถติดตามประกาศเตือนภัยและข้อมูลสภาวะอากาศเพิ่มเติมได้จากกรมอุตุนิยมวิทยาและเพจประชาสัมพันธ์ของจังหวัดสงขลาอย่างใกล้ชิด

 

อ้างอิง : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา