เปิดเงื่อนไขร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคมใหม่ มาตรการ "3 ขอ" เช็กสิทธิถอนเงินชราภาพยามวิกฤต ค้ำประกันสินเชื่อ ต้องส่งเงินสมทบกี่เดือนถึงจะทำได้
สำนักนายกรัฐมนตรี เดินหน้าผลักดันร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมฉบับใหม่ ชูมาตรการ “3 ขอ: ขอเลือก ขอคืน ขอกู้” มุ่งตอบสนองเสียงเรียกร้องของผู้ประกันตนทั่วประเทศ หวังเปิดทางให้บริหารจัดการเงินออมวัยเกษียณได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะสมกับวิถีชีวิต และสอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน พร้อมสู้ภัยพิบัติด้วยสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้
รัฐบาล โดยกระทรวงแรงงาน เร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมครั้งสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของแรงงานและผู้ประกันตนในยุคปัจจุบัน ภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูประบบสวัสดิการของคนทำงานในประเทศไทย ให้มีความยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
เปิดหัวใจสำคัญ “เงินออมต้องยืดหยุ่น เพื่อช่วยประคองชีวิตในวันวิกฤต”
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกรัฐบาล เผยว่า ปัจจุบันวิถีชีวิต ความจำเป็นทางการเงิน และบริบททางเศรษฐกิจของประชาชนมีความหลากหลาย การสะสมเงินออมไว้ใช้ในวัยเกษียณเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์เมื่อประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤตที่คาดไม่ถึงในระหว่างทาง รัฐบาลจึงรับฟังเสียงเรียกร้องของพี่น้องแรงงานและนำมาสู่นโยบายปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ
“หัวใจสำคัญของมาตรการ 3 ขอ คือ เงินออมเพื่อวัยเกษียณ ไม่ควรเป็นเพียงหลักประกันในวันข้างหน้า แต่ควรมีความยืดหยุ่นเพื่อช่วยประคองชีวิตในวันที่ประชาชนเผชิญวิกฤตด้วย” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำถึงแนวคิดหลักในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้
เจาะลึกมาตรการ “3 ขอ” สิทธิใหม่สู้ชีวิตผู้ประกันตน
สำหรับรายละเอียดของมาตรการ “3 ขอ” ประกอบด้วยแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ขอเลือก ขอคืน และขอกู้ ซึ่งมีเงื่อนไขและรายละเอียดสิทธิประโยชน์ ดังนี้
1. “ขอเลือก” - เลือกอนาคตทางการเงินได้ด้วยตนเอง
สำหรับผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน (15 ปี) และมีอายุครบตามเกณฑ์ หรือสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตามที่กฎหมายกำหนด จากเดิมที่ระบบบังคับรับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง กฎหมายใหม่จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตน สามารถเลือกได้ว่าจะรับเงินชราภาพเป็น “บำนาญรายเดือน” หรือ “บำเหน็จเงินก้อน” เพื่อให้เหมาะสมกับแผนการดำเนินชีวิต ความจำเป็นทางการเงิน และเป้าหมายหลังการเกษียณของแต่ละบุคคลมากที่สุด
2. “ขอคืน” - เบิกเงินชราภาพมาใช้ในยามเกิดภัยพิบัติ
เปิดทางให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 เดือน (5 ปี) สามารถขอรับเงินสมทบกรณีชราภาพบางส่วนมาใช้จ่ายล่วงหน้าก่อนถึงเกณฑ์เกษียณอายุปกติได้ หากเกิดสถานการณ์วิกฤตหรือภัยพิบัติร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตอย่างหนัก เพื่อใช้บรรเทาความเดือดร้อน แก้ไขปัญหาความคล่องตัวทางการเงิน และช่วยประคับประคองครอบครัวให้ผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากไปได้
3. “ขอกู้” - นำเงินสมทบชราภาพใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อ
เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน (5 ปี) สามารถนำเงินสมทบกรณีชราภาพบางส่วน ไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อหรือยื่นกู้เงินกับสถาบันการเงินที่ได้ทำข้อตกลง (MOU) ร่วมกับสำนักงานประกันสังคม มาตรการนี้จะช่วยสร้างทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีดอกเบี้ยเป็นธรรม ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และเพิ่มความมั่นคงทางการเงินให้แก่คนทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
วางกรอบเพดานวงเงิน ป้องกันกระทบความมั่นคงในวัยเกษียณ
แม้รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงเงินสมทบกรณีชราภาพได้มากขึ้น แต่เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการช่วยเหลือความเดือดร้อนในปัจจุบัน กับการรักษาความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ได้กำหนดเงื่อนไขเพดานวงเงินไว้อย่างชัดเจน
การใช้สิทธิ “ขอคืน” และ “ขอกู้” รวมกัน จะต้องมีมูลค่า ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินสมทบกรณีชราภาพ ที่ผู้ประกันตนมีอยู่ และ ไม่เกิน 2 เท่าของฐานคำนวณค่าจ้างขั้นสูงของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
กลไกดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อเงินออมก้อนหลักของผู้ประกันตน ทำให้มั่นใจได้ว่าเมื่อถึงวัยเกษียณอายุจริง ผู้ประกันตนจะยังมีเงินออมเพียงพอสำหรับดูแลตนเองในระยะยาว
สถานะร่างกฎหมายปัจจุบัน และขั้นตอนถัดไป
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. อยู่ระหว่างเตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยรัฐบาลและกระทรวงแรงงานยืนยันที่จะเร่งรัดและผลักดันให้ร่างกฎหมายนี้เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลขอย้ำเตือนและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนว่า มาตรการ “3 ขอ” ยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการตรากฎหมาย ผู้ประกันตนจึงยังไม่สามารถยื่นขอใช้สิทธิใหม่ (ขอเลือก ขอคืน ขอกู้) ได้ในขณะนี้ โดยจะต้องรอให้ร่าง พ.ร.บ. ผ่านการพิจารณาของสภาฯ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ รวมถึงต้องรอการออกกฎกระทรวงและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องจากสำนักงานประกันสังคมให้ครบถ้วนก่อน
รัฐบาลขอให้ผู้ประกันตนติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางอย่างเป็นทางการของสำนักงานประกันสังคม และรัฐบาล เพื่อป้องกันการสับสนหรือหลงเชื่อเฟคนิวส์จากกลุ่มผู้ไม่หวังดี
มุ่งปฏิรูประบบสวัสดิการ ตอบโจทย์คนทำงานทุกช่วงวัย
การผลักดันนโยบาย 3 ขอในครั้งนี้ ถือเป็นภาพสะท้อนของการรับฟังความคิดเห็นจากคนทำงานอย่างแท้จริง เพราะเงินประกันสังคมไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขในระบบบัญชี แต่เป็นเงินหยาดเหงื่อแรงงานของผู้ประกันตนทุกคนที่เป็นหลักประกันชีวิตของตนเองและครอบครัว
“รัฐบาลรับฟังเสียงของผู้ประกันตน และกำลังผลักดันให้ข้อเรียกร้องกลายเป็นสิทธิที่จับต้องได้ การเพิ่มทางเลือกจึงต้องตอบโจทย์ทั้งวันที่ประชาชนเดือดร้อน และวันที่ประชาชนก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ” รองโฆษกรัฐบาล กล่าวทิ้งท้าย
รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงระบบประกันสังคมของประเทศไทย ให้มีความยืดหยุ่น เป็นธรรม มีเสถียรภาพ และสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในอนาคต เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่พี่น้องแรงงานทุกมาตราอย่างยั่งยืน





