วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ปภ. แจง 'กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง' สู้ภัยพิบัติ ไร้สัญญาณสงคราม

ปภ. ชี้แจงกรณีแนะจัด "กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง" ยันเป็นความพร้อมพื้นฐานรับภัยพิบัติธรรมชาติ ยึดหลักตระหนักไม่ตระหนก ไม่ใช่สัญญาณสงคราม

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกมาชี้แจงชัดเจน เพื่อสยบกระแสความเข้าใจผิดและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคำแนะนำการจัดเตรียม "กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง" (Emergency Bag) โดยยืนยันอย่างเป็นทางการว่า การรณรงค์ดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางการเตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐานในการรับมือกับสาธารณภัยและภัยธรรมชาติทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การส่งสัญญาณเตือนภัยความมั่นคง หรือสัญญาณการเกิดสงครามแต่อย่างใด

ปภ. สยบข่าวลือ! "ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก" ไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยสงคราม

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยถึงที่มาของคำแนะนำเรื่องการจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงว่า ตามที่ ปภ. ได้ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนให้ประชาชนจัดทำกระเป๋าฉุกเฉินนั้น มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้ทุกครอบครัวมีความพร้อมรับมือกับเหตุไม่คาดฝันทุกรูปแบบ ด้วยความ "ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก"

การเตรียมความพร้อมดังกล่าวถือเป็นมาตรการความปลอดภัยพื้นฐานที่หน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติทั่วโลกแนะนำ ไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าว่าจะเกิดสถานการณ์สงคราม หรือการสู้รบแต่อย่างใด และในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีเหตุฉุกเฉินด้านความมั่นคงที่ประชาชนจะต้องวิตกกังวลถึงขั้นกักตุนสินค้าหรือเสบียงอาหารในปริมาณมาก

ทำความรู้จัก "กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง" หัวใจสำคัญของการพึ่งพาตนเองเมื่อเกิดภัยพิบัติ

ทำไมต้องเป็นระยะเวลา 72 ชั่วโมง? อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบายว่า ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก (หรือ 3 วัน) หลังจากเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหว อาคารถล่ม หรือปัญหาน้ำท่วมฉับพลันในวงกว้าง เส้นทางคมนาคม ระบบไฟฟ้า และระบบการสื่อสารอาจถูกตัดขาด ทำให้เจ้าหน้าที่และหน่วยบรรเทาสาธารณภัยของรัฐบาลอาจยังไม่สามารถเข้าถึงทุกพื้นที่เพื่อแจกจ่ายความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ดังนั้น ช่วงเวลา 72 ชั่วโมงแรกจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ที่ประชาชนทุกคนและครอบครัวต้องมีศักยภาพในการดูแลตนเองขั้นพื้นฐานเพื่อเอาชีวิตรอดและรักษาความปลอดภัยให้แก่ตนเอง ก่อนที่ความช่วยเหลือจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปถึง

 

เปิดเช็กลิสต์สิ่งของจำเป็นในกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ไม่ต้องซื้อใหม่ ใช้ของที่มีได้ทันที

การจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการซื้อกระเป๋าหรืออุปกรณ์ราคาแพง ประชาชนสามารถนำกระเป๋าเป้ หรือกระเป๋าเดินทางที่มีอยู่แล้วในบ้านมาปรับใช้ได้ทันที โดยเน้นบรรจุสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ 5 กลุ่มหลัก ดังนี้

  1. น้ำดื่มสะอาด จัดเตรียมให้เพียงพอสำหรับสมาชิกในครอบครัวอย่างน้อย 3 วัน
  2. อาหารแห้งและอาหารสำเร็จรูป อาหารพร้อมทานที่ไม่ต้องใช้ความร้อนหรือหุงต้ม เช่น อาหารกระป๋อง ขนมปังกรอบ หรือสบู่/นมกล่อง
  3. ยารักษาโรคและชุดปฐมพยาบาล ยาประจำตัวสำหรับผู้มีโรคประจำตัว ยาพาราเซตามอล ยาลดไข้ ยาแก้ท้องเสีย อุปกรณ์ทำแผล และสำลี
  4. อุปกรณ์สื่อสารและส่องสว่าง วิทยุพกพาสำหรับฟังประกาศจากทางราชการ ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) สำหรับโทรศัพท์มือถือ และนกหวีดสำหรับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
  5. เอกสารสำคัญและเงินสดสำรอง สำเนาบัตรประชาชน บัตรทะเบียนบ้าน เอกสารประกันภัย เงินสดชนิดธนบัตรและเหรียญ (เนื่องจากระบบตู้ ATM หรือสแกนจ่ายอาจใช้การไม่ได้เมื่อระบบไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ตขัดข้อง)

แนวคิดมาตรฐานสากล รณรงค์ต่อเนื่องรับมือได้ทุกเหตุฉุกเฉิน

ปภ. ระบุเพิ่มเติมว่า แนวคิดเรื่องการจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย แต่เป็นมาตรการที่ ปภ. ได้ทำการรณรงค์และให้ความรู้แก่ชุมชนและประชาชนมาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานสากลขององค์กรระหว่างประเทศ และหน่วยงานจัดการภัยพิบัติในหลายประเทศทั่วโลก

เป้าหมายสำคัญคือการส่งเสริมให้ประชาชนเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินไว้ล่วงหน้าตลอดเวลาที่บ้านหรือในยานพาหนะ โดยไม่ต้องรอให้เกิดภัยพิบัติขึ้นก่อน เพราะภัยธรรมชาติและอุบัติภัยร้ายแรง เช่น แผ่นดินไหว วาตภัย หรือน้ำท่วมใหญ่ อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า และอาจส่งผลกระทบทำให้ประชาชนไม่สามารถเดินทางออกไปซื้ออาหาร ยารักษาโรค หรือสิ่งของจำเป็นภายนอกบ้านได้ตามปกติ

การทำงานประสานไร้รอยต่อ ปภ. จับมือหน่วยความมั่นคง พร้อมดูแลประชาชนเต็มกำลัง

ในส่วนของโครงสร้างการบริหารจัดการและระบบการแจ้งเตือนภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีภารกิจหลักในการดูแลความปลอดภัยจากสาธารณภัยทั่วไป ซึ่งมีการทำงานบูรณาการร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและกองทัพอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

  • กรณีภัยพิบัติและสาธารณภัยทั่วไป ปภ. มีแผนปฏิบัติการและมาตรการในการบริหารจัดการสาธารณภัยที่ครอบคลุม พร้อมเข้าช่วยเหลือและระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที
  • สถานการณ์ในมิติความมั่นคง หากเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ กระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงจะเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการสถานการณ์ โดย ปภ. จะทำหน้าที่สนับสนุนระบบการแจ้งเตือนภัย (Warning System) ที่มีความพร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งข้อมูลเตือนภัยที่แม่นยำและรวดเร็วให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างทันการณ์

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ย้ำในตอนท้ายว่า การออกมากระตุ้นเตือนเรื่องกระเป๋าฉุกเฉินในครั้งนี้ ยึดหลักการสร้างความพร้อมบนพื้นฐานของความเข้าใจ ไม่ใช่การประกาศเตือนภัยร้ายแรง และขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ปภ. ได้ประสานงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามข้อสั่งการของรัฐบาลในการดูแลรักษาความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ