ม็อบสหพันธ์ขนส่งฯ บุกกระทรวงพลังงาน จี้ตรึงดีเซล 35 บาท 1 ปี ขู่ยกระดับชุมนุม ขนรถบรรทุก 1,000 คันเข้ากรุง
กรณีม็อบสหพันธ์ขนส่งฯ บุกกระทรวงพลังงาน จี้ตรึงดีเซล 35 บาท 1 ปี ขู่ยกระดับชุมนุม ขนรถบรรทุก 1,000 คันเข้ากรุง
สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่าย 13 สมาคม รวมตัวจัดกิจกรรม “รวมพลังคนขนส่ง หยุดปล้นประชาชน” บริเวณด้านหน้ากระทรวงพลังงาน เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน หลังราคาดีเซลปรับเพิ่มขึ้นกว่า 8 บาทต่อลิตร ส่งผลกระทบต่อต้นทุนภาคขนส่งและประชาชน
บรรยากาศการชุมนุม มีการนำรถบรรทุกติดป้ายข้อความโจมตีกลุ่มทุนพลังงาน พร้อมตั้งเวทีปราศรัย โดยผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและตัวแทนผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งโลงศพและวางดอกไม้จันทน์ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านกลุ่มทุนพลังงาน ภายใต้ข้อความ “หยุดปล้นประชาชน”
ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการยกระดับจากกิจกรรม Truck Power ที่จังหวัดชลบุรี หลังจากก่อนหน้านี้เคยยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน
โดยมองว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลในช่วงที่ประชาชนกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม สร้างความเดือดร้อนและเพิ่มภาระต้นทุนให้กับทุกภาคส่วน
สำหรับข้อเรียกร้องครั้งนี้มีทั้งหมด 10 ข้อ ทั้งข้อเสนอเดิมและข้อเสนอเพิ่มเติม
โดยประเด็นสำคัญคือ ขอให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ลิตรละ 35 บาท เป็นเวลา 1 ปี ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและพลังงานทั้งระบบ ยกเลิกต้นทุนสมมติ
ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเหลือร้อยละ 5 ทบทวนค่าการกลั่น ควบคุมราคาน้ำมันให้เป็นสินค้าควบคุม
รวมถึงตรวจสอบกรณีน้ำมันหายไปกว่า 700 ล้านลิตร และหาผู้รับผิดชอบ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ยุบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. และจัดตั้งคลังน้ำมันสำรองของชาติ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
ดร.ทองอยู่ ระบุว่า รัฐบาลมีเวลาประมาณ 60 วัน ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้อง โดยย้ำว่ามาตรการช่วยเหลือต้องครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ หากรัฐบาลเสนอความช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มขนส่ง ทางสหพันธ์ฯ จะไม่รับ เพราะต้องการให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง
ส่วนมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20 รวมถึงการถอดต้นทุนสมมติออกจากโครงสร้างราคาน้ำมันนั้น มองว่ายังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และประชาชนอาจไม่ได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบกลุ่มทุนพลังงานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการกักตุนน้ำมันอย่างจริงจัง
ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ ยังฝากถึง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เพิ่มความกล้าในการดำเนินการกับกลุ่มทุนพลังงาน โดยยืนยันว่าข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้ออยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และรัฐบาลสามารถดำเนินการได้
พร้อมเตือนว่า หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีความคืบหน้า จะพิจารณายกระดับการชุมนุม โดยอาจประสานกับกลุ่มผู้ชุมนุมอื่น หรือจัดขบวนรถบรรทุกในเครือข่าย จำนวน 500-1,000 คัน เคลื่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร แม้ไม่ต้องการสร้างผลกระทบต่อการจราจร แต่ยืนยันว่าจะยกระดับการเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน หากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา
สำหรับการยื่นหนังสือในวันนี้มี น.ส. ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงานออกมารับเรื่อง
สำหรับกิจกรรมวันนี้มี นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ มล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนักวิชาการด้านพลังงาน ร่วมปราศรัยด้วย
ด้านนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งออกมารับหนังสือข้อเรียกร้อง พร้อมชี้แจงว่า ขณะนี้กระทรวงได้รับข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยที่มีพฤติการณ์กักตุนและเก็งกำไรน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคม จำนวน 24 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ประกอบการตามมาตรา 7 รวมอยู่ด้วย ซึ่งมีผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว 6 ราย
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานเตรียมหารือร่วมกับดีเอสไอในสัปดาห์หน้า เพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลหรือเอกสารส่วนใดที่ต้องเพิ่มเติม เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีและติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมารับผิดชอบ โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต





