วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

น้ำในเขื่อนพุ่ง 82% กางแผนรับมืออากาศแปรปรวน-น้ำหนุนสูง ช่วงต้น พ.ย.

สทนช. สรุปน้ำในอ่างเก็บน้ำพุ่ง 82% เตือนไทยตอนบนรับมืออากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก-ลูกเห็บตก 5-8 พ.ย. นี้ พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง 8 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยสรุปรายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ชี้แจงถึงปริมาณฝนสะสม รายงานสภาพอากาศ ปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ตลอดจนประกาศแจ้งเตือนภัยน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ลุ่มต่ำชายฝั่งและปากแม่น้ำ เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างทันท่วงที

สภาพอากาศวันนี้ และคาดการณ์ "อากาศแปรปรวน" ช่วง 5-8 พ.ย. 69

กรมอุตุนิยมวิทยาและ สทนช. ระบุว่า สภาพอากาศในวันนี้ พื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ขณะที่ภาคใต้เริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่

สำหรับ แนวโน้มสภาพอากาศในช่วงวันที่ 5 - 8 พฤศจิกายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนอย่างเด่นชัด เกิดขึ้นจากมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุม ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง มีลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่งในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

รายงานสถานการณ์ฝนสูงสุดรายภาค (ข้อมูล ณ วันที่ 3 พ.ย. 69)

จากการติดตามปริมาณน้ำฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ที่มีฝนตกหนักที่สุดในแต่ละภูมิภาค มีดังนี้:

  • ภาคเหนือ จ.ลำพูน วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 103 มิลลิเมตร
  • ภาคใต้ จ.ตรัง วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 65 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุดรธานี วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 52 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 48 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออก จ.ตราด วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 31 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 26 มิลลิเมตร

สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ

ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศในปัจจุบัน มีปริมาณน้ำกักเก็บรวมทั้งสิ้น 66,409 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 82% ของความจุเก็บกักรวม โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 42,281 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 74% ของความจุเก็บกักรวม)

เมื่อพิจารณาแยกตามรายภูมิภาค พบว่าอ่างเก็บน้ำในแต่ละภาคมีสัดส่วนปริมาณน้ำดังนี้

  • ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 21,058 ล้าน ลบ.ม. (76% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 8,303 ล้าน ลบ.ม. (69% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 1,373 ล้าน ลบ.ม. (73% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 2,830 ล้าน ลบ.ม. (89% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำ 27,387 ล้าน ลบ.ม. (97% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 5,458 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุเก็บกัก)
     

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลัก 2 แห่งของภาคใต้ ปัจจุบัน เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี มีปริมาณน้ำ 4,269 ล้านลูกบาศก์เมตร (76% ของความจุเก็บกัก) และ เขื่อนบางลาง จ.ยะลา มีปริมาณน้ำ 770 ล้านลูกบาศก์เมตร (53% ของความจุเก็บกัก) ซึ่งยังคงรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกเพิ่มขึ้นในระยะนี้ได้

สทนช. เตือนเฝ้าระวัง "น้ำทะเลหนุนสูง" 8 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา-แม่กลอง

สทนช. ออกประกาศแจ้งเตือนเน้นย้ำให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังสถานการณ์ น้ำทะเลหนุนสูง ช่วงวันที่ 31 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2569 เนื่องจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุม ทำให้คลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง ส่งผลดันระดับน้ำทะเลและระดับน้ำบริเวณปากแม่น้ำให้สูงขึ้นกว่าปกติ

ปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ บริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร ตลอดจนเส้นทางคมนาคมสำคัญ เช่น ถนนสุขุมวิท, ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2

8 จังหวัดเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนและเอ่อล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  1. กรุงเทพมหานคร
  2. นนทบุรี
  3. ปทุมธานี
  4. สมุทรปราการ
  5. สมุทรสาคร
  6. สมุทรสงคราม
  7. นครปฐม
  8. ฉะเชิงเทรา

สทนช. กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเครื่องสูบน้ำ เฝ้าระวังแนวคันกั้นน้ำ และเร่งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น