ผงะ เงินหมุนเวียนมากกว่า 1.9 พันล้านต่อปี ตำรวจไซเบอร์ลุยทลาย 2 เครือข่ายเว็บพนัน-บริษัทรับโอนเงิน ตามล่าเร่งขยายผลถึงบิ๊กบอส
สอบส้วนทางเงินหมุนเวียนมากกว่า 1.9 พันล้านต่อปี ตำรวจไซเบอร์ลุยทลาย 2 เครือข่ายเว็บพนัน - บริษัทรับโอนเงิน ตามล่าเร่งขยายผลถึงบิ๊กบอส
ตำรวจไซเบอร์ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ 2 เครือข่าย ตามนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้เร่งแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกำชับให้ระดมกวาดล้างการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางออนไลน์ทุกประเภทอย่างเด็ดขาด
พล.ต.ท.ทินกร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเร่งสืบสวนและจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ เพื่อนำผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
สำหรับปฏิบัติการแรก เป็นการทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ ‘HENG-36B’ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.2 สืบสวนพบเบาะแสการลักลอบเปิดให้บริการเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเล่นการพนันหลายประเภท ทั้งพนันกีฬา คาสิโน สล็อต และการพนันรูปแบบอื่น ๆ
จากการสืบสวนและตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า เครือข่ายดังกล่าวใช้บัญชีธนาคารในนามนิติบุคคลประเภทบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการรับโอนเงินจากสมาชิกที่เข้ามาเล่นพนัน
นอกจากนี้ ยังพบบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของเว็บไซต์พนันดังกล่าวอีก 4 บัญชี โดยมีเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่า 160 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาทต่อปี
ภายหลังรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อขอออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการจำนวน 5 ราย โดยล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย
ประกอบด้วย นาย ป อายุ 46 ปี กรรมการบริษัทที่ใช้รับโอนเงินจากการเล่นพนัน, น.ส. ข อายุ 31 ปี เจ้าของบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง, นาย ว อายุ 27 ปี และนาย ค อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาหลายความผิด ได้แก่ ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนักในการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต,
ร่วมกันโฆษณาหรือชักชวนให้บุคคลอื่นเข้าเล่นการพนันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น ตลอดจนข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนปฏิบัติการที่ 2 เป็นการจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ ‘PHARUEY’ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.2 สืบสวนพบเบาะแสการลักลอบเปิดให้บริการเว็บไซต์พนันดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่ามีสมาชิกผู้เล่นมากกว่า 140,000 คน และมีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 120 ล้านบาทต่อปี
เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำหมายค้นศาลจังหวัดกระบี่ที่ 323/2569 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.30 น.
ผลการตรวจค้นสามารถจับกุม นาย ค อายุ 27 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นแอดมินเว็บไซต์พนันดังกล่าว พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ประกอบด้วย จอคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง, เครื่องคอมพิวเตอร์ (CPU) 2 เครื่องพร้อมอุปกรณ์ส่วนควบ, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ iPhone 15 Pro Max 1 เครื่อง และอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ต 1 เครื่อง
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นแอดมินของเว็บไซต์พนันดังกล่าวจริง โดยทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับลูกค้า ดูแลระบบเติมเงิน และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเข้าเล่นพนันออนไลน์ โดยทำหน้าที่ดังกล่าวมาประมาณ 1 ปีกว่า และได้รับค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ จากผลการปฏิบัติการทั้ง 2 เครือข่าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนยังอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี รวมถึงขยายผลไปยังบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าของเว็บไซต์และผู้รับผลประโยชน์จากเครือข่ายพนันออนไลน์ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินและตรวจยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมาย
สำหรับผลการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของ บช.สอท. ในช่วงปี 2568–2569 พบว่าสามารถดำเนินการปราบปรามได้รวม 7,413 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 7,584 คน ในจำนวนนี้เป็นคดีการพนันออนไลน์ 1,799 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 1,924 คน พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 3,273 ล้านบาท และสามารถคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายผ่านโครงการ Money Cash Back ได้มากกว่า 294 ล้านบาท
ขณะที่ผลการปราบปรามเฉพาะช่วงวันที่ 1–30 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ 223 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 216 คน และตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 16.43 ล้านบาท ส่วนคดีการพนันออนไลน์สามารถดำเนินการได้ 89 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 89 คน และตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 32.19 ล้านบาท โดยพบเครือข่ายการพนันออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนรวมกว่า 200 ล้านบาทต่อปี
ผลการปฏิบัติการดังกล่าวสะท้อนการเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นทั้งการจับกุมผู้กระทำความผิด การตัดวงจรทางการเงิน การตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด และการเร่งติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดผลกระทบจากภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อประชาชน




