วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

เงินหมุนเวียน 1.9 พันล้าน ลุยเว็บพนัน-บริษัทรับโอนเงิน ขยายผลล่าบิ๊กบอส

ผงะ เงินหมุนเวียนมากกว่า 1.9 พันล้านต่อปี ตำรวจไซเบอร์ลุยทลาย 2 เครือข่ายเว็บพนัน-บริษัทรับโอนเงิน ตามล่าเร่งขยายผลถึงบิ๊กบอส

สอบส้วนทางเงินหมุนเวียนมากกว่า 1.9 พันล้านต่อปี ตำรวจไซเบอร์ลุยทลาย 2 เครือข่ายเว็บพนัน - บริษัทรับโอนเงิน ตามล่าเร่งขยายผลถึงบิ๊กบอส 

ตำรวจไซเบอร์ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ 2 เครือข่าย ตามนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้เร่งแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

เงินหมุนเวียน 1.9 พันล้าน ลุยเว็บพนัน-บริษัทรับโอนเงิน ขยายผลล่าบิ๊กบอส

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกำชับให้ระดมกวาดล้างการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางออนไลน์ทุกประเภทอย่างเด็ดขาด

พล.ต.ท.ทินกร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเร่งสืบสวนและจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ เพื่อนำผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เงินหมุนเวียน 1.9 พันล้าน ลุยเว็บพนัน-บริษัทรับโอนเงิน ขยายผลล่าบิ๊กบอส

สำหรับปฏิบัติการแรก เป็นการทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ ‘HENG-36B’ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.2 สืบสวนพบเบาะแสการลักลอบเปิดให้บริการเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเล่นการพนันหลายประเภท ทั้งพนันกีฬา คาสิโน สล็อต และการพนันรูปแบบอื่น ๆ

จากการสืบสวนและตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า เครือข่ายดังกล่าวใช้บัญชีธนาคารในนามนิติบุคคลประเภทบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการรับโอนเงินจากสมาชิกที่เข้ามาเล่นพนัน

นอกจากนี้ ยังพบบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของเว็บไซต์พนันดังกล่าวอีก 4 บัญชี โดยมีเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่า 160 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาทต่อปี

 

ภายหลังรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อขอออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการจำนวน 5 ราย โดยล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย

ประกอบด้วย นาย ป อายุ 46 ปี กรรมการบริษัทที่ใช้รับโอนเงินจากการเล่นพนัน, น.ส. ข อายุ 31 ปี เจ้าของบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง, นาย ว อายุ 27 ปี และนาย ค อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว

เงินหมุนเวียน 1.9 พันล้าน ลุยเว็บพนัน-บริษัทรับโอนเงิน ขยายผลล่าบิ๊กบอส

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาหลายความผิด ได้แก่ ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนักในการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต,

ร่วมกันโฆษณาหรือชักชวนให้บุคคลอื่นเข้าเล่นการพนันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น ตลอดจนข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนปฏิบัติการที่ 2 เป็นการจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ ‘PHARUEY’ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.2 สืบสวนพบเบาะแสการลักลอบเปิดให้บริการเว็บไซต์พนันดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่ามีสมาชิกผู้เล่นมากกว่า 140,000 คน และมีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 120 ล้านบาทต่อปี

เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำหมายค้นศาลจังหวัดกระบี่ที่ 323/2569 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.30 น.

ผลการตรวจค้นสามารถจับกุม นาย ค อายุ 27 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นแอดมินเว็บไซต์พนันดังกล่าว พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ประกอบด้วย จอคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง, เครื่องคอมพิวเตอร์ (CPU) 2 เครื่องพร้อมอุปกรณ์ส่วนควบ, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ iPhone 15 Pro Max 1 เครื่อง และอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ต 1 เครื่อง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นแอดมินของเว็บไซต์พนันดังกล่าวจริง โดยทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับลูกค้า ดูแลระบบเติมเงิน และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเข้าเล่นพนันออนไลน์ โดยทำหน้าที่ดังกล่าวมาประมาณ 1 ปีกว่า และได้รับค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ จากผลการปฏิบัติการทั้ง 2 เครือข่าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนยังอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี รวมถึงขยายผลไปยังบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าของเว็บไซต์และผู้รับผลประโยชน์จากเครือข่ายพนันออนไลน์ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินและตรวจยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมาย

สำหรับผลการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของ บช.สอท. ในช่วงปี 2568–2569 พบว่าสามารถดำเนินการปราบปรามได้รวม 7,413 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 7,584 คน ในจำนวนนี้เป็นคดีการพนันออนไลน์ 1,799 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 1,924 คน พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 3,273 ล้านบาท และสามารถคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายผ่านโครงการ Money Cash Back ได้มากกว่า 294 ล้านบาท

เงินหมุนเวียน 1.9 พันล้าน ลุยเว็บพนัน-บริษัทรับโอนเงิน ขยายผลล่าบิ๊กบอส

ขณะที่ผลการปราบปรามเฉพาะช่วงวันที่ 1–30 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ 223 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 216 คน และตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 16.43 ล้านบาท ส่วนคดีการพนันออนไลน์สามารถดำเนินการได้ 89 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 89 คน และตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 32.19 ล้านบาท โดยพบเครือข่ายการพนันออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนรวมกว่า 200 ล้านบาทต่อปี

ผลการปฏิบัติการดังกล่าวสะท้อนการเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นทั้งการจับกุมผู้กระทำความผิด การตัดวงจรทางการเงิน การตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด และการเร่งติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดผลกระทบจากภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อประชาชน