วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

เปิดสถิติ น้ำในเขื่อน แตะ 82% ปักหมุดเตือน 8 จังหวัด น้ำทะเลหนุนสูง

สทนช. เผยน้ำในเขื่อนทั่วไทยแตะ 82% ภาคตะวันตกแน่นสุด 97% พร้อมปักหมุด 8 จังหวัดเสี่ยงน้ำทะเลหนุนสูงท่วมพื้นที่ริมน้ำถึง 4 พ.ย. นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ชี้ภาพรวมอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำเก็บกักรวมสูงถึง 82% ของความจุ พร้อมเปิดพิกัดพื้นที่ฝนตกหนักสะสมรายภาค เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำสายหลักและริมชายฝั่ง เฝ้าระวังระดับน้ำทะเลหนุนสูงช่วงวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 4 พฤศจิกายน 2569 ที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและเส้นทางสัญจรสำคัญ

สรุปสถานการณ์ฝนตกสูงสุดรายภาค

ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ประเทศไทยมีฝนตกกระจายตัวในหลายพื้นที่ทั่วทุกภาค โดยจังหวัดที่มีปริมาณฝนตกสะสมสูงสุดในแต่ละภาค ได้แก่

  • ภาคตะวันออก จ.ตราด วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 108 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง จ.สมุทรสาคร วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 96 มิลลิเมตร
  • ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 68 มิลลิเมตร
  • ภาคใต้ จ.พัทลุง วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 62 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 36 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 26 มิลลิเมตร

สภาพอากาศวันนี้และแนวโน้มคาดการณ์ (2 - 6 พ.ย. 69)

สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย. 69) ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่ง โดยเฉพาะในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้

คาดการณ์สภาพอากาศ (2 - 6 พ.ย. 69) ประเทศไทยจะเริ่มมีสภาพอากาศแปรปรวน เนื่องจากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุม ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันและระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงในระยะนี้

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ

ภาพรวมน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศในปัจจุบัน มีปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 66,493 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 82% ของความจุเก็บกักรวม โดยแบ่งเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 42,367 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 75% ของความจุเก็บกักรวม) ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีและเพียงพอสำหรับการบริหารจัดการน้ำในระยะต่อไป

ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแยกตามรายภาค

  • ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำ 27,413 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 97% ของความจุเก็บกัก) มีปริมาณน้ำสะสมสูงสุด
  • ภาคเหนือ ปริมาณน้ำ 21,089 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 76% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำ 2,824 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 89% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคกลาง ปริมาณน้ำ 1,373 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 73% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคใต้ ปริมาณน้ำ 5,465 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 70% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำ 8,329 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 69% ของความจุเก็บกัก)

สถานการณ์น้ำใน 2 เขื่อนหลักภาคใต้

  • เขื่อนรัชชประภา (จ.สุราษฎร์ธานี) มีปริมาณน้ำ 4,273 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 76% ของความจุเก็บกัก)
  • เขื่อนบางลาง (จ.ยะลา) มีปริมาณน้ำ 770 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 53% ของความจุเก็บกัก)

ประกาศแจ้งเตือน สทนช. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง (31 ต.ค. - 4 พ.ย. 69)

สทนช. ออกประกาศแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังปรากฏการณ์ น้ำทะเลหนุนสูง ในช่วงวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 4 พฤศจิกายน 2569 อันเนื่องมาจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมด้วยกำลังแรงขึ้น รวมถึงเกิดคลื่นลมแรงในทะเล

มรสุมและปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาดังกล่าวส่งผลให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ระดับน้ำบริเวณปากแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเลดันสูงขึ้นตามไปด้วย อาจส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ต่ำริมแม่น้ำ ได้แก่

  1. แม่น้ำบางปะกง
  2. แม่น้ำเจ้าพระยา
  3. แม่น้ำท่าจีน
  4. แม่น้ำแม่กลอง

พื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังพิเศษ

  • ชุมชนที่อยู่อาศัยนอกแนวคันกั้นน้ำและพื้นที่ที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร
  • เส้นทางสัญจรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง เช่น ถนนสุขุมวิท, ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2

8 จังหวัดที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือ

สทนช. เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนใน 8 จังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออก เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ, กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรสาคร, นครปฐม และสมุทรสงคราม เพื่อเตรียมมาตรการรับมือ ลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ริมน้ำ