บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือน พ.ย. 69 กรมบัญชีกลาง โอนเงิน 2 รอบ วงเงินสินค้า ค่าเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ และเบี้ยคนพิการ เข้าวันไหนบ้าง?
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนพฤศจิกายน 2569 โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กรมบัญชีกลาง เผยรายละเอียด วงเงินซื้อสินค้า ค่าเดินทาง ค่าก๊าซหุงต้ม มาตรการช่วยเหลือค่าน้ำ-ค่าไฟ และเบี้ยความพิการ พร้อมสรุปปฏิทินการโอนเงินและช่องทางใช้สิทธิครบจบในที่เดียว
กรมบัญชีกลาง แจ้งรายละเอียดวงเงิน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนพฤศจิกายน 2569
นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการใช้สิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 สำหรับประชาชนผู้ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติล่วงหน้าก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยผู้มีสิทธิสามารถนำวงเงินไปใช้จ่ายผ่านสองช่องทางหลัก ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card) หรือ แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
สำหรับรอบการโอนเงินสิทธิประโยชน์ประจำเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ กรมบัญชีกลางได้แบ่งช่วงเวลาการโอนเงินและการจ่ายสิทธิประโยชน์ออกเป็น 2 รอบสำคัญ ได้แก่ รอบวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 สำหรับวงเงินสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนลดค่าครองชีพ ค่าเดินทาง และมาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า และรอบวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 สำหรับเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ
ปฏิทินโอนเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พฤศจิกายน 2569 เงินเข้าวันไหน ได้สิทธิอะไรบ้าง
เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการวางแผนการใช้จ่ายของผู้มีสิทธิ สรุปรายละเอียดและปฏิทินการโอนเงินประจำเดือนพฤศจิกายน 2569 แบ่งออกตามประเภทสิทธิประโยชน์ ได้ดังนี้
1. รอบวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 (วงเงินไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป)
ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้ผ่านคุณสมบัติจะได้รับวงเงินสิทธิในการช่วยเหลือค่าครองชีพด้านต่างๆ โดยจะครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ตลอดจนส่วนลดค่าก๊าซหุงต้มและมาตรการช่วยเหลือค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า ซึ่งมีรายละเอียดวงเงิน ดังนี้
วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
- ได้รับ 300 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ณ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เช่น ร้านธงฟ้าพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม
- ได้รับ 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน (ครอบคลุมรอบระยะเวลาตั้งแต่เดือน ตุลาคม - ธันวาคม 2569) ใช้เป็นส่วนลดในการซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ
วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ
- ได้รับ 750 บาทต่อคนต่อเดือน สามารถใช้ชำระค่าโดยสารกับระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าร่วมโครงการได้อย่างหลากหลาย ประกอบด้วย
- รถโดยสาร บริษัท บขส. (บริษัท ขนส่ง จำกัด)
- รถไฟ (การรถไฟแห่งประเทศไทย)
- รถโดยสาร ขสมก. (องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ)
- ระบบรถไฟฟ้า (BTS, MRT, ARL และรถไฟฟ้าสายต่างๆ)
- รถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ
- เรือโดยสารที่เข้าร่วมโครงการ
มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา
- ช่วยเหลือไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
- เงื่อนไข หากมีการใช้น้ำประปาไม่เกินวงเงิน 315 บาท ภาครัฐจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือจำนวน 100 บาท ส่วนต่างที่เหลือผู้มีสิทธิจะต้องเป็นผู้ชำระเงินเอง
มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า
- ช่วยเหลือไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
- เงื่อนไข กรณีที่มีการใช้ไฟฟ้าเกินวงเงิน 315 บาทที่กำหนดไว้ ผู้มีสิทธิจะต้องรับภาระชำระเงินค่าไฟฟ้าทั้งหมดเต็มจำนวนด้วยตนเอง
สำหรับผู้มีสิทธิที่ประสงค์จะรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้า จำเป็นต้องดำเนินกระบวนการลงทะเบียน และทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถเริ่มใช้สิทธิดังกล่าวได้
2. รอบวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 (เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ)
สำหรับผู้มีสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เป็นผู้พิการ จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมตามเงื่อนไข ดังนี้
เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ
- ได้รับ 200 บาทต่อเดือน
เงื่อนไขผู้ได้รับสิทธิ
- ต้องเป็นผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการ ซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการถูกต้อง และได้รับเงินเบี้ยความพิการพื้นฐานอยู่แล้วจำนวน 800 บาทต่อเดือน
ช่องทางการโอนเงิน
- กรมบัญชีกลางจะดำเนินการโอนเงินจำนวน 200 บาท เข้าสู่ระบบบัญชีโดยตรง ซึ่งสามารถโอนผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ได้แก่:
1. โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิโดยตรง (บัญชีเดียวกับที่ใช้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาท)
2. โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้รับมอบอำนาจที่ใช้รับเบี้ยความพิการแทน
3. โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ทำการผูกบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้มีสิทธิ
ช่องทางการใช้สิทธิและการยืนยันตัวตน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผู้ที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สามารถเริ่มใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ทันทีเมื่อถึงกำหนดวันที่โอนเงิน โดยเลือกใช้สิทธิผ่านช่องทางที่สะดวก ดังนี้
- บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card) นำบัตรประชาชนไปแสดงและสแกนชำระค่าสินค้าหรือบริการ ณ ร้านค้าและจุดบริการที่เข้าร่วมโครงการ
- แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" สแกนใช้สิทธิผ่านฟังก์ชันสวัสดิการแห่งรัฐบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ทั้งนี้ เน้นย้ำว่าวงเงินในส่วนของค่าซื้อสินค้า ค่าเดินทาง และส่วนลดก๊าซหุงต้ม เป็นวงเงินสิทธิที่ไม่สามารถถอนออกเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถสะสมยอดคงเหลือไปใช้ในเดือนถัดไปได้ ผู้มีสิทธิควรวางแผนการใช้จ่ายให้ครบถ้วนภายในรอบเดือนนั้นๆ
ช่องทางการติดต่อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หากประชาชนผู้มีสิทธิ หรือผู้ที่สนใจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้งาน การลงทะเบียนยืนยันตัวตน (e-KYC) หรือรายละเอียดการโอนเงินของโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ในวันและเวลาราชการ ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
- Call Center ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : โทร. 0 2109 2345
- Call Center กรมบัญชีกลาง : โทร. 0 2270 6400




