สสจ.นครราชสีมา ชี้ชาวโคราชตายแล้ว 15 ราย ย้ำโรคไข้ดินแนวโน้มพุ่งสูงปลายฝน เตือนเกษตรกร กลุ่มเปราะบางป้องกันตนเองเข้มงวด
อัปเดตจาก สสจ.นครราชสีมา ชี้ชาวโคราชตายแล้ว 15 ราย ย้ำโรคไข้ดินแนวโน้มพุ่งสูงปลายฝน เตือนเกษตรกร กลุ่มเปราะบางป้องกันตนเองเข้มงวด
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา แถลงสถานการณ์มาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคเมลิออย-โดสิส (Melioidosis) หรือโรคไข้ดิน ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา หลังพบแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในเดือนตุลาคม ที่มีจำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงเกินค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี
พร้อมสั่งการหน่วย บริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลทุกแห่งในพื้นที่ ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง วินิจฉัย และให้การรักษาอย่าง รวดเร็ว เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตอย่างเร่งด่วน
สถานการณ์โรคเมลิออยโดสิสในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 28 ตุลาคม 2569
- มีผู้ป่วย สะสมจำนวนทั้งสิ้น 140 ราย
- มีผู้เสียชีวิตสะสมจำนวน 15 ราย
- กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป
- ผู้เสียชีวิตทั้ง 15 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (ชาย 13 ราย หญิง 2 ราย) เป็นผู้มีอายุตั้งแต่ 50 ขึ้นไปเกือบทั้งหมด
พบพื้นที่ ที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่
อ.โนนแดง (ป่วย 8 ราย ตาย 1 ราย),
อ.จักราช (ป่วย10 ราย ตาย 2 ราย),
อ.พิมาย (ป่วย 16 ราย ตาย 2 ราย),
อ.สีดา (ป่วย 3 ราย)
อ.ห้วยแถลง (ป่วย 9 ราย)
นอกจากนี้ในพื้นที่ อ.ขามสะแกแสง และ อ.สูงเนิน ถึงแม้จำนวนผู้ป่วยจะไม่สูงมาก แต่พบอัตราป่วยตายสูง ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขลงได้พื้นที่สอบสวนโรค เพื่อค้นหา ปัจจัยเสี่ยงเชิงลึกแล้ว
สำหรับแนวโน้มการเกิดโรคพบว่า เริ่มมีการพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูฝน โดยในเดือน ตุลาคม 2569 มีผู้ป่วยสูงถึง 18 ราย ซึ่งสูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี
นายแพทย์วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เพื่อตอบโต้สถานการณ์และ ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้ดิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน 4 มาตรการ สำคัญ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติทันที
1) มาตรการควบคุมโรคเฉพาะจุดและเฝ้าระวังเชิงรุก เร่งรัดการเฝ้า ระวังในอำเภอที่มีอัตราป่วยสูง เช่น อ.โนนแดง อ.จักราช อ.พิมาย และพื้นที่เกษตรกรรม
2) มาตรการในกลุ่มอาชีพเสี่ยง ประสานความร่วมมือกับภาคการเกษตร ผู้นำชุมชน และ อสม. สื่อสารเตือนเกษตรกรให้สวมรองเท้าบูทและถุงมือยางทุกครั้ง เมื่อต้องสัมผัสดินหรือย่ำน้ำขัง
3) มาตรการปกป้องกลุ่มเปราะบาง มอบหมาย อสม. และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ติดตามดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคไต และผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป หากมีใข้สูง หนาวสั่นหรือมีแผล ติดเชื้อ ให้รีบพบแพทย์ทันที
4) มาตรการในสถานพยาบาล พัฒนาระบบคัดกรองและการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ให้รวดเร็ว พร้อมสนับสนุนยาปฏิชีวนะ เฉพาะสำหรับรักษาโรคเมลิออยโดสิสอย่างเพียงพอ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วย อาการรุนแรง
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้มีโรค ประจำตัว ร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันตนเอง หลีกเลี่ยงการลุยน้ำย่ำโคลนด้วยเท้าเปล่า หากมีบาดแผลต้องทำความสะอาด ทันทีและหลีกเลี่ยงการสัมผัสติน ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาดบรรจุขวด และหากมีอาการไข้สูงเกิน 2-3 วัน ไอ หอบเหนื่อยหรือแผลอักเสบเรื้อรัง ควรรีบไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทันที พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสดินและน้ำ เพื่อรับการตรวจ รักษาที่ถูกต้องต่อไป




