วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

สุดช้ำ! 'บุ๋ม ปนัดดา' ประกาศขอหย่าสามี ร่ำไห้แฉนอกใจ เปิดปมเงินหาย 7 ล้าน

'บุ๋ม ปนัดดา' แถลงเปิดใจ! ลั่นไม่เกี่ยวข้องที่ดิน 100 ไร่ จ.นครนายก เผยต่างคนต่างอยู่มา 2 ปีแล้ว ร่ำไห้แฉนอกใจ - เปิดปมเงินหาย 7 ล้าน พร้อมประกาศชัดขอหย่าสามี

วันนี้ (27 ตุลาคม 2569) เวลาประมาณ 16:10 น. "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" พิธีกรและนักแสดงดัง แถลงข่าวชี้แจงทุกประเด็น ภายหลังสามี "ก๊อต อธิป" ถูกตั้งข้อสงสัยกรณีบุกรุกป่า 100 ไร่ในจังหวัดนครนายก พร้อมนำเอกสารหลักฐานชี้แจงความบริสุทธิ์ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนที่เจ้าตัวจะปล่อยโฮยอมรับหัวใจแตกสลายเพราะไว้ใจคนผิด พร้อมประกาศขอหย่าสามี

 

"บุ๋ม ปนัดดา" เปิดใจว่า เรื่องที่ดิน ถ้าจะบอกว่าสามีภรรยากันจะไม่รู้เลยได้ยังไง ต้องบอกว่าไม่รู้จริง ๆ ไม่เคยไป เขาไม่ให้ไป แต่คนอื่นได้ไป (ยิ้ม) เพิ่งมาทราบว่ามีที่ดินตรงนั้นอยู่ จนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้น ต้องขอเล่าย้อนเพราะเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว อ้างอิงตามเอกสารหนังสือสัญญาซื้อขายในตู้เซฟเขา ทำการซื้อขายตั้งแต่ปี 67 ในราคา 2.5 ล้านบาท วันนี้ถึงเพิ่งมารู้ความจริงว่า เงินจำนวน 2 ล้านกว่าที่สามีขอยืมไปช่วงปลายปี 67 ถูกนำไปใช้ซื้อที่ดินผืนนี้ ซึ่งเงินนี้เป็นเงินที่บุ๋มไปกู้ธนาคารมาเพื่อใช้หมุนเวียนในมูลนิธิฯและเรื่องส่วนตัว

เผยสาเหตุต่างคนต่างอยู่

บุ๋มเผยต่อว่า ช่วงใกล้คลอดมันมีช่วงนึงที่น้องอเล็กซ์มีพี่เลี้ยงคนนึง พี่เลี้ยงคนนั้นมีลูกสาวอายุ 17-18 ปี แล้วเขามาเล่าให้ฟังว่า สามีของบุ๋มพาลูกสาวเขาไปเลี้ยงเบียร์ 1 ขวด แล้วก็เอาไปเลี้ยงดู นั่นคือเหตุผลนึงที่ทำให้เราต่างคนต่างอยู่ตั้งแต่ปี 67 วันนั้นเราอาจจะไม่เข้มแข็งพอ เพราะรู้สึกว่าเราใกล้คลอดลูกชายคนที่สอง เลยอยากให้ภาพความเป็นครอบครัวมันเดินต่อไปได้ อเล็กซ์ก็เด็กมาก 2 ขวบกว่าในวันนั้น แล้วเราก็ใกล้คลอดอีก และเราก็โดนคอมเมนต์ในโซเชียลเยอะมานานแล้วว่า เป็นผู้หญิงเก่ง แต่ไม่เคยสมหวังในความรัก ดวงไม่ดีเรื่องผัวหรืออะไรก็ตาม เลยพยายามประคองตรงนั้นให้เดินต่อไปได้ ด้วยคำว่าพ่อและแม่

 

ล้มทั้งยืน! เงินในตู้เซฟหาย 7 ล้าน

หลังจากนั้นมันมีเรื่องเงินก้อนอื่นเข้ามาอีก เมื่อปี 68-69 เงิน 7 ล้านบาทในตู้เซฟหายไป เป็นเงินที่สบู่เบนเนทให้ ให้ตอนที่คลอดเล็กซ์ กับคลอดอาเธอร์ ให้เป็นเงินสด เป็นเงินขวัญถุง และเขาก็ให้น้องอันดามันด้วย ซึ่งตอนนี้อันดาเพิ่งรู้ว่าเงินหายไป บุ๋มเองก็ช็อก (เสียงสั่น) เพราะเป็นเงินของลูก แต่เขาคงมองในมุมที่เขาเป็นพ่อเด็กมั้ง เขาเลยคิดว่าสามารถเอาไปได้ ที่มารู้เพราะเราคุยกันเรื่องบ้านใหม่ เพราะบุ๋มอยากเอาน้องอันดามาอยู่ด้วย เราดูแลลูกเขามานานละ อยากดูแลลูกตัวเองบ้าง และก็เห็นว่าเด็กตัวเล็ก ๆ เริ่มโตขึ้น ก็อยากอยู่กับลูก ๆ เลยถามว่าเงินยังมีอยู่ใช่ไหมในตู้เซฟ เขาบอกว่าเขาใช้หมดแล้ว และก็ไม่บอกว่าเอาไปใช้อะไร มันเลยแทบล้มทั้งยืน

เปิดปมโดนขอ 10 ล้าน ก่อนพาลูกหนีติดต่อไม่ได้

อย่างที่บอกว่าบุ๋มหาบ้านใหม่ เรามีเงินกู้บ้าน แล้วมันมีค่าตกแต่ง 10 กว่าล้าน วันที่ 12 ตุลาคม เขาโทรมาขอ 10 ล้าน และไม่ได้บอกว่าจะเอาไปทำอะไร แต่ก็ไม่ได้ให้ เพราะมันเยอะ หลัง ๆ คุยแต่เรื่องเงิน เริ่มรู้สึกว่าชีวิตแบบนี้มันไม่ใช่แล้ว เราเหมือน ATM แต่เพื่อลูกเราก็ต้องทน ด้วยเงินหรืออะไรก็ตามเราไม่สามารถให้ได้ พอเช้าวันที่ 13 ตุลาคม เขาพาลูกชายทั้ง 2 คนออกจากบ้านไปและติดต่อไม่ได้ บุ๋มต้องโทรหาพี่หนุ่ม (หนุ่ม กรรชัย) เพราะตอนนั้นอยู่ญี่ปุ่น ให้เขาช่วยตามหาลูก จนกระทั่งไปเจอว่าลูกอยู่ที่คาร์แคร์คลองสาม ซึ่งก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขามีคาร์แคร์ที่คลองสาม เพิ่งรู้เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม และจนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่ได้คุยกันเลย

ประกาศชัดขอหย่า ต่างคนต่างไป

ตอนนี้ลูก (อเล็กซ์ กับอาเธอร์) อยู่กับบุ๋ม จากจุดนี้คงต้องพูดตรง ๆ ว่า "พี่ก็อตคะ หย่ากันเถอะนะ" ไปเจอกันที่ สำนักงานเขตบางพลัด เวลา 09.00 น. วันพรุ่งนี้ (28 ต.ค. 69) พี่ก็ไปตามทางของพี่ บุ๋มก็จะไปตามทางของบุ๋ม ส่วนเรื่องลูกบุ๋มขอดูแลเอง เพราะไม่สามารถปล่อยให้ลูกอยู่ท่ามกลางเจ้าหนี้ขนาดนี้ได้ บุ๋มต้องการให้ลูกเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ดี พี่ไปเคลียร์เรื่องของพี่เถอะ ส่วนเรื่องที่พี่ขอ 10 ล้าน บุ๋มให้ไม่ได้ ส่วนเรื่องบ้านหลังใหม่ ถ้าอยากได้ก็เอาไป แต่ต้องผ่อนเองนะ พร้อมยังทิ้งท้ายว่า พบว่ามีการนำชื่อมูลนิธิองค์กรทำดีไปแอบอ้างทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งก็จะดำเนินคดีและปกป้องชื่อเสียงของมูลนิธิฯอย่างถึงที่สุด

สุดช้ำ! 'บุ๋ม ปนัดดา' ประกาศขอหย่าสามี ร่ำไห้แฉนอกใจ เปิดปมเงินหาย 7 ล้าน