บวท. สั่งยกระดับมาตรการคุมเข้มจราจรทางอากาศ รับมือมรสุมภาคใต้ฝนตกหนัก พร้อมเตือนผู้โดยสารเช็กสถานะเที่ยวบินและเผื่อเวลาเดินทาง
ท่ามกลางสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กระทรวงคมนาคมได้สั่งการด่วนให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมในทุกมิติ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเดินทางและการขนส่งสาธารณะ โดยเน้นย้ำความปลอดภัยของประชาชนและผู้โดยสารเป็นสำคัญที่สุด
กระทรวงคมนาคมสั่งการด่วน รับมือมรสุมและฝนตกหนักภาคใต้
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในขณะนี้พื้นที่ภาคใต้กำลังเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัย
นอกจากนี้ อิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยที่มีกำลังแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อทัศนวิสัยและการปฏิบัติการบิน ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงได้กำชับให้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน เพื่อให้การบริหารจัดการจราจรทางอากาศทั่วประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และเกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
วิทยุการบินฯ ชูมาตรการเข้ม บริหารจราจรทางอากาศสู้ภัยธรรมชาติ
ด้าน นายปัญญา ชูพานิช กรรมการ บวท. ได้กล่าวยืนยันถึงความพร้อมในการรับมือว่า บวท. ให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริหารความคล่องตัวของเที่ยวบิน ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยทางอากาศในระดับสากล โดยได้จัดตั้งทีมติดตามข้อมูลอุตุนิยมวิทยาการบินและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนการจราจรทางอากาศให้สอดคล้องกับสภาพอากาศในแต่ละช่วงเวลา
สำหรับมาตรการดำเนินงานที่ บวท. ได้เตรียมพร้อมไว้เพื่อรองรับสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวน ประกอบด้วย
1. การบริหารจัดการเที่ยวบินในสภาวะวิกฤต วางแผนรองรับกรณีที่อากาศยานจำเป็นต้องบินหลบสภาพอากาศแปรปรวน (Weather Avoidance) การบินวนรอ (Holding Pattern) หรือการเปลี่ยนทิศทางไปลงยังสนามบินสำรอง (Alternate Airport) เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่อันตราย
2. การตรวจสอบและความพร้อมของระบบเทคโนโลยี ดำเนินการตรวจสอบความพร้อมของระบบช่วยการเดินอากาศ ระบบการสื่อสารวิทยุการบิน ระบบติดตามอากาศยาน และระบบสนับสนุนการปฏิบัติการทั้งหมดให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน 100%
3. การประสานงานบูรณาการกับท่าอากาศยาน ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสนามบินต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับมือกรณีฝนตกหนักขัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทางวิ่ง (Runway) ทางขับ (Taxiway) หลุมจอดอากาศยาน สถานีเครื่องช่วยการเดินอากาศ รวมถึงเส้นทางสัญจรโดยรอบสนามบิน
4. การจัดเตรียมบุคลากรและเจ้าหน้าที่สำรอง จัดเตรียมทีมเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศและช่างเทคนิคสำรอง พร้อมปฏิบัติงานและแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุเร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การปฏิบัติการควบคุมจราจรทางอากาศทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคใต้ ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
คำแนะนำสำหรับผู้โดยสารที่มีแผนเดินทางผ่านสนามบินภาคใต้
จากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยในพื้นที่ภาคใต้ บวท. ขอแจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่า อากาศยานอาจมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน บินวนรอเพื่อความปลอดภัย หรืออาจเกิดความล่าช้า (Delay) ในบางเที่ยวบิน ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดนี้เป็นมาตรการนิรภัยมาตรฐานสากล เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพอากาศแปรปรวน และรักษาความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและลูกเรือทุกคน
เพื่อให้การเดินทางของท่านเป็นไปด้วยความราบรื่น บวท. ขอแนะนำข้อปฏิบัติสำหรับผู้โดยสารดังนี้
- ติดตามประกาศอุตุนิยมวิทยา เช็กรายงานสภาพอากาศและคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ
- ตรวจสอบสถานะเที่ยวบิน ติดต่อและตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินที่ท่านใช้บริการก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
- เผื่อเวลาการเดินทาง เผื่อเวลาในการเดินทางมายังสนามบินมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการจราจรติดขัดหรือปัญหาฝนตกหนักตามเส้นทางสัญจร
ทั้งนี้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ยืนยันความพร้อมในการให้บริการจราจรทางอากาศอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารทุกท่าน และมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางทางอากาศของประเทศไทยให้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยในทุกสถานการณ์





