วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

รับมือ 9 วันวิกฤต! ปภ. เตือน 6 จังหวัดภาคกลาง - กทม. น้ำทะเลหนุนสูง

ปภ. เตือนด่วน! กทม. และ 6 จังหวัดภาคกลาง เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง 27 ต.ค. - 5 พ.ย. 69 เสี่ยงน้ำล้นตลิ่งเอ่อท่วม ชุมชนริมน้ำยกของขึ้นที่สูงด่วน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศเตือนภัยด่วนถึงประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 6 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ปทุมธานี, นนทบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ ให้เตรียมความพร้อมรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงอย่างใกล้ชิด ในช่วงวันที่ 27 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2569 หลังกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ คาดการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและลำน้ำสาขาจะเพิ่มสูงขึ้นจนอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนริมน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ

สรุปสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงช่วงปลายเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2569

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รับการประสานข้อมูลจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ตามประกาศฉบับที่ 14/2569 เรื่อง สภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง

จากการคาดการณ์ พบว่าในระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2569 ช่วงเวลาประมาณ 06.00 - 15.00 น. จะเป็นช่วงที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูงที่สุด ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงแม่น้ำและคลองสาขาต่างๆ ในพื้นที่ภาคกลาง ทำให้อาจเกิดสภาวะระดับน้ำล้นตลิ่ง ไหลเข้าระบายไม่ทัน และเอ่อท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ รวมถึงชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำถาวร หรือบริเวณจุดเสี่ยงที่เป็น "แนวฟันหลอ"

รับมือ 9 วันวิกฤต! ปภ. เตือน 6 จังหวัดภาคกลาง - กทม. น้ำทะเลหนุนสูง

เปิดรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภัย 6 จังหวัดภาคกลาง และ กรุงเทพมหานคร

การแจ้งเตือนในครั้งนี้เน้นย้ำให้ผู้ที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำ คลอง และจุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยมีรายละเอียดพื้นที่เฝ้าระวัง ดังนี้

1. กรุงเทพมหานคร (กทม.)

  • เฝ้าระวังชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ และพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองสาขาตลอดแนว

2. จังหวัดปทุมธานี

  • อำเภอเมืองปทุมธานี (ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำ)
  • อำเภอสามโคก (พื้นที่ริมน้ำและจุดเสี่ยงน้ำเอ่อล้น)

3. จังหวัดนนทบุรี

  • อำเภอเมืองนนทบุรี (พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลอง)
  • อำเภอปากเกร็ด (ชุมชนเกาะเกร็ด และพื้นที่ริมน้ำ)
  • อำเภอบางกรวย (พื้นที่ลุ่มต่ำเชื่อมต่อคลองสาขา)

4. จังหวัดนครปฐม

  • อำเภอบางเลน (พื้นที่ริมแม่น้ำท่าจีน)
  • อำเภอนครชัยศรี (พื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำ)

อำเภอสามพราน (พื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำท่าจีน)

5. จังหวัดสมุทรสาคร

  • เฝ้าระวังทุกอำเภอ (เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายฝั่งและรับน้ำจากแม่น้ำท่าจีน)

6. จังหวัดสมุทรสงคราม

  • เฝ้าระวังทุกอำเภอ (พื้นที่ริมแม่น้ำแม่กลองและพื้นที่ชายฝั่งทะเล)

7. จังหวัดสมุทรปราการ

  • อำเภอเมืองสมุทรปราการ (พื้นที่ปากอ่าวและแม่น้ำเจ้าพระยา)
  • อำเภอพระสมุทรเจดีย์ (พื้นที่ลุ่มต่ำริมชายฝั่ง)
  • อำเภอพระประแดง (ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแนวฟันหลอ)
  • อำเภอบางบ่อ (พื้นที่ลุ่มต่ำริมคลอง)

แนวทางปฏิบัติและมาตรการรับมือของหน่วยงานภาครัฐ

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปภ. ในฐานะ กอปภ.ก. ได้ประสานงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 6 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำการปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ดังนี้

  1. การประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนภัย เร่งแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ คลอง และพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้ทราบถึงช่วงเวลาน้ำทะเลหนุนสูงเพื่อเตรียมยกของขึ้นที่สูง
  2. การประสานภาคเอกชนและผู้ประกอบการ เตือนผู้ประกอบกิจการในแม่น้ำและคลอง เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร ผู้ให้บริการเรือด่วน และเรือขนส่งสินค้า ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเทียบท่าและการผูกผูกเรือเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
  3. การตรวจสอบโครงสร้างป้องกันน้ำ ให้ท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำ ซ่อมแซมจุดชำรุด และปิดจุดที่เป็น "แนวฟันหลอ" ด้วยกระสอบทรายเป็นการชั่วคราว
  4. เตรียมพร้อมเครื่องจักรกลและกำลังพล จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย และทีมปฏิบัติการให้อยู่ในสถานะพร้อมเผชิญเหตุและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์เอ่อท่วม

 

คำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำทะเลหนุนสูง

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 6 จังหวัดภาคกลาง และ กทม. ควรเตรียมความพร้อมและปฏิบัติตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้ เพื่อลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

  • ยกสิ่งของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน อุปกรณ์ไฟฟ้า และของมีค่าขึ้นสู่ชั้นบนหรือที่สูงพ้นจากระดับน้ำคาดการณ์
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ตัดกระแสไฟฟ้าในจุดที่น้ำอาจท่วมถึง เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วหรือไฟฟ้าช็อต
  • ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังการประกาศแจ้งเตือนภัยจากทางราชการ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และ ปภ. โดยเฉพาะในช่วงเวลา 06.00 - 15.00 น. ของทุกวันในช่วงดังกล่าว
  • สอดส่องจุดเสี่ยง ตรวจสอบแนวป้องกันน้ำรอบบ้าน คูคลอง และท่อระบายน้ำไม่ให้มีขยะอุดตัน เพื่อความรวดเร็วในการระบายน้ำ

ช่องทางการติดต่อและขอความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือจากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเอ่อท่วม สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

  1. แอปพลิเคชัน : ติดตามประกาศเตือนภัยได้ที่ “THAI DISASTER ALERT”
  2. แอปพลิเคชัน Line : แจ้งเหตุและติดตามข่าวสารผ่าน Line “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” (Line ID: @1784DDPM)
  3. สายด่วนนิรภัย : โทรฟรี 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

หน่วยงาน ปภ. พร้อมประสานงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทันท่วงทีตลอดเวลา