พล.ต.ท.นิธิธร ติดตามคดีรถบรรทุกชน 8 คัน พบคนขับเมาสุรา เตือนเด็ดขาดเมาแล้วขับ รถบรรทุกต้องเดินรถตามเวลาที่กำหนด
กรณีคดีรถบรรทุกชน 8 คัน พบคนขับเมาสุรา เตือนเด็ดขาดเมาแล้วขับ รถบรรทุกต้องเดินรถตามเวลาที่กำหนด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้ (26 ตุลาคม 2569) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี อุบัติเหตุรถบรรทุกชนรถยนต์ จำนวน 8 คัน บริเวณสะพานข้ามแยกตากสินขาเข้า แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สน.สำเหร่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 8
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.40 น. วันเดียวกัน โดยรถบรรทุกชนรถยนต์ส่วนบุคคล 7 คัน และรถแท็กซี่ 1 คัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว ขณะที่การจราจรในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ส่งผลให้การสัญจรติดขัดและหยุดชะงักเป็นวงกว้าง
พล.ต.ท.นิธิธรฯ เปิดเผยว่า จากการรับฟังการรายงานเหตุการณ์โดยสรุปจากทาง พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 รายงานเหตุที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นว่า ได้ตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่รถบรรทุก 10 ล้อ พบปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงถึง 223 มิลลิกรับเปอร์เซ็นต์ จึงได้ติดตามข้อเท็จจริงและความคืบหน้าการดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกำชับให้ตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับอุปกรณ์ส่วนควบและสภาพรถบรรทุกอยู่ระหว่างการส่งตรวจสอบ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน และนำผลการตรวจสอบไปประกอบการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิธิธรฯ ยังได้พบปะพูดคุยกับผู้เสียหาย พร้อมตรวจสอบสภาพรถบรรทุกคันเกิดเหตุและรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อนำข้อมูลไปถอดบทเรียนและกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
พล.ต.ท.นิธิธรฯ ฝากเตือนพี่น้องประชาชน “เมาแล้วขับ” เป็นพฤติกรรมอันตรายที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขอให้ผู้ขับขี่ทุกคนมีความรับผิดชอบ ไม่ดื่มสุราก่อนขับรถ และไม่ประมาทในการใช้รถใช้ถนน
พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือผู้ขับขี่รถบรรทุกประเภทต่างๆ ที่ใช้เส้นทางในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ให้เคารพกฎจราจร ปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับเวลาและเส้นทางเดินรถบรรทุก ตามข้อบังคับของกฎหมายและตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน รวมถึงกำชับให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบไปยังผู้ประกอบการขนส่ง ว่ามีการควบคุมดูแลและป้องกันมิให้ผู้ขับขี่ที่มีอาการมึนเมาสุราปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสมหรือไม่ หากพบการกระทำความผิดที่เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายให้ดำเนินการในทุกฐานความผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด




