วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยึดทรัพย์ 185 ล้าน ขยายผล 25 ผตห. นอมินีแก๊งลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์

กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI ยึดทรัพย์ 185 ล้าน มีผู้ต้องหา 25 ราย ขยายผลแก๊งลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์ ใช้นอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่ชลบุรีและกรุงเทพฯ

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI ยึดทรัพย์ 185 ล้าน มีผู้ต้องหา 25 ราย ขยายผลแก๊งลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์ ใช้นอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่ชลบุรีและกรุงเทพฯ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นายปิยะ ศรีวิกะ ผู้อำนวยการกองคดี 2 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ BLACK TRACE ตรวจค้นและยึดทรัพย์สิน รวมถึงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด กรณี การลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการเหมืองขุดบิตคอยน์

โดยตรวจยึดอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญ จำนวน 2 รายการ มูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นกว่า 185 ล้านบาท ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และห้องชุดโครงการคอนโดมิเนียม ในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

ยึดทรัพย์ 185 ล้าน ขยายผล 25 ผตห. นอมินีแก๊งลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์

ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ

ได้ดำเนินการปราบปรามเหมืองขุดบิตคอยน์ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง จากปฏิบัติการ “Bitforge Operation” เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 ซึ่งตรวจยึดเครื่องขุดบิตคอยน์ จำนวน 1,788 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ก่อนขยายผลพบการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อขุดบิตคอยน์ และนำไปสู่ปฏิบัติการ “Operation Copperhead” เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 โดยสนธิกำลังร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคกลาง) จังหวัดนครปฐม เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 7 จุด ในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดอุทัยธานี

ยึดทรัพย์ 185 ล้าน ขยายผล 25 ผตห. นอมินีแก๊งลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์

สามารถตรวจยึด และอายัดเครื่องขุดบิตคอยน์ จำนวน 3,642 เครื่อง มูลค่าประมาณ 270 ล้านบาท พร้อมระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ประกอบ มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 300 ล้านบาท

ยึดทรัพย์ 185 ล้าน ขยายผล 25 ผตห. นอมินีแก๊งลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์

ต่อมา จากการสืบสวนสอบสวนขยายผล พบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายจีนเทาและขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายมากกว่า 5,000 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท

ยึดทรัพย์ 185 ล้าน ขยายผล 25 ผตห. นอมินีแก๊งลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์

นอกจากนี้ ยังพบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว กระทั่งตรวจพบข้อมูลการนำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สำคัญ จำนวน 2 รายการ

ล่าสุดวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ลงพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

ยึดทรัพย์ 185 ล้าน ขยายผล 25 ผตห. นอมินีแก๊งลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์

ตามหมายค้นศาลอาญาเลขที่ 610-625/2569 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับกรณีลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล ในคดีพิเศษที่ 21/2568

ผลการตรวจค้นและตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง พบอสังหาริมทรัพย์สำคัญ จำนวน 2 รายการ

ยึดทรัพย์ 185 ล้าน ขยายผล 25 ผตห. นอมินีแก๊งลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์

ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ประมาณ 525 ตารางวา พร้อมอาคารสูง 3 ชั้น มูลค่ากว่า 106 ล้านบาท โดยเป็นราคาซื้อขายเมื่อปี พ.ศ. 2566 และมีบริษัทเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าผู้เกี่ยวข้องชาวต่างชาติใช้วิธีถือหุ้นผ่านบริษัทแทนการถือครองที่ดินโดยตรง โดยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติเมียนมา จำนวน 2 ราย ถือหุ้นรวมกันร้อยละ 49 และผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย จำนวน 2 ราย ถือหุ้นรวมกันร้อยละ 51 และห้องชุดในโครงการคอนโดมิเนียม เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร จำนวน 15 ห้อง มูลค่ารวมประมาณ 79 ล้านบาท

ยึดทรัพย์ 185 ล้าน ขยายผล 25 ผตห. นอมินีแก๊งลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์

และมีบุคคลสัญชาติเมียนมา จำนวน 5 ราย เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จากการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในการซื้อห้องชุด ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือกรรมสิทธิ์กับผู้ต้องหา ตลอดจนผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากทรัพย์สินดังกล่าว กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคล การถือครองทรัพย์สิน และธุรกรรมทางการเงิน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ยึดทรัพย์ 185 ล้าน ขยายผล 25 ผตห. นอมินีแก๊งลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์

สำหรับคดีดังกล่าวมีผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 25 ราย โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้แจ้งข้อหาแล้ว จำนวน 6 ราย และออกหมายจับจำนวน 19 ราย ซึ่งรวมถึงหมายจับที่ออกเพิ่มเติมล่าสุดอีก 7 ราย จำแนกตามสัญชาติและประเภทบุคคล

พบเป็นบุคคลสัญชาติจีน จำนวน 5 ราย สัญชาติไทย จำนวน 6 ราย สัญชาติเมียนมา จำนวน 13 ราย และนิติบุคคล จำนวน 1 ราย

ซึ่งมีพฤติการณ์ ลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานผู้ให้บริการไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้เดินเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องขุดบิตคอยน์ มีการติดตั้งเครื่องขุดจำนวนมากในอาคารหรือโกดัง และเดินเครื่องจักรตลอด 24 ชั่วโมง อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป

ยึดทรัพย์ 185 ล้าน ขยายผล 25 ผตห. นอมินีแก๊งลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์

และสร้างผลตอบแทนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการวางแผน และการดำเนินการอย่างเป็นระบบ เข้าข่ายการลักทรัพย์ฯ เป็นปกติธุระ ในความผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ความผิดเกี่ยวกับการกระทำต่อระบบคอมพิวเตอร์ ฐานร่วมกันกระทำการโดยมิชอบเพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ และลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม