วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2569

Login
Login

สตูลโมเดล ลุย Seaplane เชื่อมหลีเป๊ะ-อันดามัน กระตุ้นท่องเที่ยว

คมนาคม เดินหน้า “สตูลโมเดล” เร่งศึกษา Seaplane บินลงผิวน้ำเชื่อมเกาะหลีเป๊ะ ยกระดับท่องเที่ยวมูลค่าสูง ปลดล็อกการเดินทาง สร้างรายได้สู่ชุมชน

กระทรวงคมนาคม เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาอากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane) นำร่อง “สตูลโมเดล” ปักหมุดเชื่อมโยงการเดินทางสู่ “เกาะหลีเป๊ะ” และแหล่งท่องเที่ยวอันดามัน หวังปลดล็อกข้อจำกัดการเดินทาง ยกระดับการท่องเที่ยวมูลค่าสูง พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

คมนาคมเดินหน้า “สตูลโมเดล” ปลดล็อกการเดินทางสู่เกาะหลีเป๊ะ

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane) เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายว่า กระทรวงคมนาคมกำลังเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดให้บริการอากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ หรือ Seaplane เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางของนักท่องเที่ยวสู่ เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญตลอดชายฝั่งทะเลอันดามัน

การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ในการเดินทาง ซึ่งช่วยลดอุปสรรคและข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่เกาะที่ห่างไกล โดยมุ่งเน้นการสนับสนุน การท่องเที่ยวมูลค่าสูง (High-value Tourism) และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Airport for Regional Development ที่มุ่งเน้นการใช้ท่าอากาศยานเป็นเครื่องมือและกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระจายความเจริญ และลดความเหลื่อมล้ำไปสู่ระดับภูมิภาค

โครงการดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของแนวทาง “สตูลโมเดล” ซึ่งเป็นการศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาสนามบินน้ำ หรือจุดขึ้นลงอากาศยานบนผิวน้ำโดยภาครัฐ เพื่อจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานกลางไว้รองรับการให้บริการของผู้ประกอบการภาคเอกชนในอนาคต

ลงพื้นที่ฟังเสียงประชาชนและภาคส่วนในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ

เพื่อให้การพัฒนาตรงตามบริบทและความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง เมื่อวันที่ 19–20 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นำทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • กรมท่าอากาศยาน (ทย.)
  • สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)
  • บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.)
  • จังหวัดสตูล และหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น

ได้ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะเพื่อร่วมรับฟังความคิดเห็น สภาพปัญหา และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาใช้ประกอบการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ ให้เกิดความรอบคอบและสมบูรณ์ที่สุด

ยึดหลักมาตรฐานความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตชุมชน

นายภัทรพงศ์ เน้นย้ำว่า การพัฒนาบริการ Seaplane ไม่ได้มองแค่เพียงมิติทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยรอบด้าน โดยเฉพาะ มาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินและการเดินเรือ ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักสากล

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไปคือ

  1. การดูแลและรักษารักษารับระบบนิเวศทางทะเล ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ให้ได้รับผลกระทบ
  2. การเคารพวิถีชีวิตชุมชน ยึดมั่นในการปกป้องพื้นที่ทำกินและการประมงพื้นบ้านของชาวบ้านในพื้นที่
  3. ความคุ้มค่าทางการตลาด พิจารณาศักยภาพในการดำเนินงานอย่างคุ้มค่า ตลอดจนกำหนดแนวทางกระจายประโยชน์และรายได้ไปสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง

"เพื่อให้การพัฒนา Seaplane เกิดการยอมรับจากทุกภาคส่วน และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน การรับฟังเสียงของชุมชนและการปกป้องธรรมชาติจึงเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง" นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์

หมุดหมายเชื่อมโยงการบิน เล็ง "กระบี่ - ตรัง" เป็นเกตเวย์สู่หลีเป๊ะ

สำหรับแนวทางการเชื่อมโยงเส้นทางบิน ในขณะนี้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาศักยภาพของท่าอากาศยานต้นทางที่มีความพร้อม โดยมี ท่าอากาศยานกระบี่ และ ท่าอากาศยานตรัง เป็นตัวเลือกสำคัญในการเป็นศูนย์กลาง (Hub) เชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศลงสู่ผิวน้ำบริเวณเกาะหลีเป๊ะ

อย่างไรก็ตาม การกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น

  • การอนุมัติเส้นทางบิน (Flight Routes)
  • รูปแบบและขนาดของอากาศยานขึ้นลงผิวน้ำ
  • การเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ

ทั้งหมดนี้จะต้องขึ้นอยู่กับผลการศึกษาความเหมาะสม ความพร้อมของพื้นที่ จุดขึ้นลงบนผิวน้ำ ความพร้อมของผู้ประกอบการภาคเอกชน ตลอดจนขั้นตอนการได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มดำเนินการจริง

ต่อยอดเศรษฐกิจท้องถิ่น สู่ภารกิจการแพทย์ฉุกเฉิน

การเข้ามาของ Seaplane ไม่เพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้นักท่องเที่ยวระดับพรีเมียมเท่านั้น แต่ยังถูกออกแบบมาเพื่อ เชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าสู่ฐานราก โดยเป็นการกระจายรายได้ไปยังธุรกิจต่อเนื่องในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น

  • บริการเรือท่องเที่ยวและเรือรับส่งในท้องถิ่น
  • ธุรกิจที่พัก เกสต์เฮาส์ และรีสอร์ต
  • ร้านอาหาร ร้านค้า และธุรกิจบริการบนเกาะ

นอกจากมิติเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแล้ว โครงการนี้ยังมีแนวทางในการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ทั้งในด้านการศึกษา การสาธารณสุข รวมไปถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้อากาศยานผิวน้ำเพื่อสนับสนุน ภารกิจการแพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Medical Services) ในการลำเลียงผู้ป่วยหนักจากเกาะส่งต่อยังโรงพยาบาลบนฝั่งได้อย่างรวดเร็วในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตให้แก่ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว

กรมท่าอากาศยาน เร่งวางโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ลดภาระเอกชน

ด้าน นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวเสริมว่า กรมท่าอากาศยานพร้อมขานรับและร่วมขับเคลื่อนการศึกษาความเหมาะสมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ Seaplane ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมอย่างเต็มที่

กรมท่าอากาศยานกำลังประสานงานใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาและกำหนด

จุดขึ้นลงบนผิวน้ำ (Water Aerodrome Rules & Locations)

  • สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับผู้โดยสาร
  • การเชื่อมต่อระหว่างสนามบินน้ำกับท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยาน

แนวคิดสำคัญของรัฐคือการศึกษาให้ภาครัฐเป็นผู้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลาง (Shared Infrastructure) เพื่อช่วยลดภาระการลงทุนก้อนใหญ่ของผู้ประกอบการเอกชน ซึ่งจะช่วยดึงดูดให้เกิดการแข่งขันและการให้บริการที่เป็นธรรม อีกทั้งยังเป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐร่วมกันได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ทั้งนี้ รูปแบบการลงทุนและการดำเนินงานทั้งหมดจะต้องเป็นไปตามผลการศึกษา กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และขั้นตอนการอนุมัติอย่างถูกต้อง

กรมท่าอากาศยานจะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะมาประมวลผล ร่วมกับผลการศึกษาทางเทคนิค เพื่อให้การพัฒนา Seaplane สามารถเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างสมบูรณ์แบบ สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคใต้ และสร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนท้องถิ่นต่อไป