ล่าสุด “กรมที่ดิน” ประกาศเดินหน้าโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ช่วยประชาชนเปลี่ยนสิทธิครอบครองให้เป็นกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจนตามกฎหมาย เจ้าของที่ดินควรรู้ขั้นตอนการดำเนินงาน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
“กรมที่ดิน” ประกาศเดินหน้าโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ช่วยประชาชนเปลี่ยนสิทธิครอบครองให้เป็นกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจนตามกฎหมาย เจ้าของที่ดินควรรู้ขั้นตอนการดำเนินงาน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง โดยบางกรณีไม่เสียค่าใช้จ่าย
การมีโฉนดที่ดินช่วยยืนยันกรรมสิทธิ์และสร้างความมั่นใจในการถือครองที่ดิน ทั้งยังสามารถใช้ประกอบการซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์ หรือเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สำหรับผู้ที่ถือเอกสารสิทธิประเภท น.ส.3 หรือ น.ส.3 ก. และต้องการทราบวิธีเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดิน กรมที่ดินมีแนวทางการออกโฉนดผ่านโครงการเดินสำรวจ โดยมีรายละเอียดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามวิธีดำเนินการ
1. วิธีออกโฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำรวจ
การออกโฉนดที่ดินมี 2 วิธีหลัก ได้แก่
วิธีที่ 1 เดินสำรวจรังวัดและปักหลักเขตที่ดิน
ดำเนินการตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่เพื่อรังวัดและสอบสวนสิทธิ โดยเจ้าของที่ดินหรือตัวแทนต้องนำเจ้าหน้าที่ไปชี้แนวเขตเพื่อกำหนดตำแหน่งและปักหลักเขตที่ดินให้ชัดเจน
การรังวัดแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
การรังวัดภาคพื้นดิน เหมาะกับพื้นที่สวน ไร่ หรือบริเวณที่ไม่สามารถมองเห็นแนวเขตได้ชัดเจนจากภาพถ่ายทางอากาศ
การใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ใช้กับพื้นที่ที่สามารถตรวจสอบแนวเขตได้จากภาพถ่าย เช่น พื้นที่นาและพื้นที่โล่ง
นอกจากนี้ กรมที่ดินยังนำระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ หรือ RTK GNSS Network มาใช้ในการรังวัด เพื่อเพิ่มความแม่นยำและช่วยให้การกำหนดตำแหน่งที่ดินมีประสิทธิภาพมากขึ้น
วิธีที่ 2 เปลี่ยนเอกสาร น.ส.3 ก. เป็นโฉนดที่ดิน
วิธีนี้ใช้กับที่ดินที่มีเอกสารสิทธิประเภท น.ส.3 ก. โดยอาศัยข้อมูลตามระวางแผนที่ในการดำเนินการ เจ้าของที่ดินไม่ต้องปักหลักเขตหรือรังวัดใหม่ตามขั้นตอนของวิธีนี้ และเมื่อดำเนินการเสร็จจะมีการประกาศกำหนดวันแจกโฉนด พร้อมยกเลิกเอกสาร น.ส.3 ก. ฉบับเดิม
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศให้ดำเนินการเดินสำรวจออกโฉนดด้วยวิธีเปลี่ยน น.ส.3 ก. เป็นโฉนดโดยตรง จึงควรตรวจสอบข้อมูลกับกรมที่ดินก่อนดำเนินการ
2. ขั้นตอนการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
แม้โครงการเดินสำรวจจะเป็นการดำเนินงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าของที่ดินควรเตรียมความพร้อมตามขั้นตอนต่อไปนี้
รับทราบกำหนดการ เจ้าหน้าที่จะประชุมหรือแจ้งนัดหมายล่วงหน้า เพื่อให้เจ้าของที่ดินเตรียมตัวก่อนการรังวัด
เตรียมพื้นที่และเอกสาร ถากถางแนวเขตให้มองเห็นชัดเจน เตรียมเอกสารสิทธิเดิม เช่น น.ส.3 หรือ น.ส.3 ก. พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน
นำเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน เจ้าของที่ดินหรือตัวแทนต้องชี้แนวเขต ให้ถ้อยคำ และลงลายมือชื่อในแบบสอบสวนตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด
รอประกาศแจกโฉนด เมื่อดำเนินการเสร็จ จะมีการปิดประกาศกำหนดวันแจกโฉนดล่วงหน้า 30 วัน ณ สำนักงานที่ดิน สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และที่ทำการกำนันในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
รับโฉนดที่ดิน เจ้าของที่ดินหรือทายาทต้องไปรับตามวันนัดหมาย หรือสามารถมอบอำนาจให้ผู้แทนรับโฉนดแทนได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
3. ค่าธรรมเนียมออกโฉนดที่ดิน
ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับวิธีการดำเนินงาน โดยกรณีเดินสำรวจรังวัดและปักหลักเขต มีอัตราตามข้อมูลที่เผยแพร่ดังนี้
- ค่าธรรมเนียมออกโฉนด: เนื้อที่ไม่เกิน 20 ไร่ คิดแปลงละ 50 บาท
- พื้นที่เกิน 20 ไร่: ส่วนที่เกินคิดไร่ละ 2 บาท โดยเศษของไร่คิดเป็น 1 ไร่
- ค่าหลักเขตที่ดิน: แปลงละ 60 บาท เหมาจ่ายไม่จำกัดจำนวนหลัก
- ค่าธรรมเนียมมอบอำนาจ: 20 บาท หากมีการมอบอำนาจ
- อากรแสตมป์มอบอำนาจ: 30 บาท ตามข้อมูลที่เผยแพร่
ส่วนการเปลี่ยน น.ส.3 ก. เป็นโฉนดที่ดินตามวิธีที่ระบุไว้ข้างต้น แจ้งว่าไม่มีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันไม่มีการประกาศให้ดำเนินการด้วยวิธีดังกล่าว จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมล่าสุดกับกรมที่ดินก่อน
4. ทำไมการมีโฉนดที่ดินจึงสำคัญ?
- การมีโฉนดที่ดินช่วยให้เจ้าของมีหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจน และมีประโยชน์หลายด้าน ได้แก่
- ยืนยันกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามกฎหมาย
- ใช้ประกอบการขอสินเชื่อหรือเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด
- ช่วยลดปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับแนวเขตและการถือครองที่ดิน
- สะดวกต่อการซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์ และจัดการมรดก
ทั้งนี้ การออกโฉนดต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย และที่ดินแต่ละแปลงต้องมีคุณสมบัติเข้าเงื่อนไข ไม่ใช่ที่ดินทุกประเภทจะสามารถออกโฉนดได้
สรุป: ผู้ที่ต้องการออกโฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำรวจ ควรติดตามประกาศกำหนดพื้นที่ดำเนินงานจากกรมที่ดิน เตรียมเอกสารสิทธิเดิมให้พร้อม และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบแนวเขต หากต้องการทราบว่าที่ดินของตนอยู่ในพื้นที่ดำเนินโครงการหรือไม่ สามารถสอบถามสำนักงานที่ดินในพื้นที่เพื่อขอข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันได้





