ตำรวจไซเบอร์ บุกจับ 8 ผู้คุมบัญชีม้า ประกบถอนเงินส่งบอสจีน เงินสะพัดบัญชีละกว่าล้านบาทต่อวัน เร่งขยายผลตัวการใหญ่
กรณีตำรวจไซเบอร์ บุกจับ 8 ผู้คุมบัญชีม้า ประกบถอนเงินส่งบอสจีน เงินสะพัดบัญชีละกว่าล้านบาทต่อวัน เร่งขยายผลตัวการใหญ่
ตำรวจไซเบอร์ พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. สั่งตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “จับเงาเหนือบัญชีม้า” ติดตามจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 8 ราย หลังพบร่วมขบวนการควบคุมบัญชีม้าหน้าใหม่ตระเวนถอนเงินสด ก่อนนำไปซื้อทองคำ
แล้วขายกลับเป็นเงินสดอีกครั้ง เพื่อฝากเข้าบัญชีบอสใหญ่ชาวจีน พบแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการใหญ่ มียอดเงินโอนเข้าแต่ละบัญชีตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาท ต่อวัน เร่งติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการอีก 7 ราย และขยายผลไปยังตัวการใหญ่ชาวจีน
สืบเนื่องจาก การกวดขันจับกุมความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกมิติ โดยเฉพาะขบวนการจัดหาบัญชีม้าซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของกลุ่มมิจฉาชีพ
ต่อมา พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี รอง ผบก.สอท.2 ร่วมกันขับเคลื่อนและสืบสวนตามนโยบายดังกล่าว
ต่อมา พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 และ พ.ต.ท.เด่นดนัย วัฒนวิจิตรนนท์ รอง ผกก.(สอบสวน)ฯช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.2 ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนจนพบเบาะแสความเคลื่อนไหวของกลุ่มควบคุมบัญชีม้าถอนเงิน
โดยมีกลุ่มบุคคลทำหน้าที่ประกบเจ้าของบัญชี รับบัตรเอทีเอ็ม และรับมอบเงินสดที่ถอนออกจากบัญชี ก่อนนำเงินไปดำเนินการต่อตามคำสั่งของเครือข่าย
จากข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แฝงตัวเพื่อหาพยานหลักฐานของขบวนการ กระทั่งพบแผนประทุษกรรมที่มีการแบ่งหน้าที่กันทำ
- ผู้สั่งการ
- ผู้ควบคุมเจ้าของบัญชีม้า
- ผู้รับและนำเงินไปฝากต่อ
ตลอดจนการจัดคนขับรถรับส่ง และคอยสังเกตการณ์ตามจุดนัดหมาย เช่น ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ในพื้นที่หลายจังหวัด
โดยพฤติการณ์ของคนร้ายกลุ่มนี้ เมื่อมีเงินจากผู้เสียหายหรือเงินที่ได้จากการกระทำผิดโอนเข้าบัญชีม้า ผู้ควบคุมก็จะประกบเจ้าของบัญชีให้ไปถอนเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคาร
แล้วรับมอบเงินมาเพื่อนำไปฝากผ่านตู้เอทีเอ็มเข้าบัญชีที่ผู้สั่งการกำหนด หรือ ใช้วิธีนำเงินไปซื้อทองคำ แล้วนำทองคำไปขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดอีกครั้ง เป็นการตัดตอนและอำพรางเส้นทางการเงิน ก่อนจะนำเงินไปฝากผ่านตู้ ATM เข้าบัญชีต่างๆ ตามคำสั่ง เพื่อเคลื่อนย้ายเงินต่อไปยังบัญชีปลายทางซึ่งเป็นของบอสชาวจีน ซึ่งแต่ละวันจะมียอดเงินเข้าบัญชีม้าตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาท ต่อบัญชี
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการได้ จำนวน 8 ราย จนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการ “จับเงาเหนือบัญชีม้า” จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด ดังนี้
1. นางสาว อ อายุ 47 ปี
2. นาย ส อายุ 42 ปี
3. นาง ส อายุ 47 ปี
4. นางสาว ร อายุ 41 ปี
5. นาง อ อายุ 34 ปี
6. นาย ว อายุ 47 ปี
7. นาย ศ อายุ 47 ปี
8. นาย ฐ อายุ 46 ปี
พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 8 เครื่อง, บัตร ATM จำนวน 22 ใบ และ สมุดบัญชีธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง
จากการซักถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ยอมรับว่า เดิมเคยรับจ้างเปิดบัญชีม้าและรับถอนเงินมาก่อน แต่ต่อมาบัญชีถูกอายัดจนไม่สามารถทำธุรกรรมได้ จึงได้ถูกชักชวนให้กลับมาทำหน้าที่คอยตามประกบและควบคุมเจ้าของบัญชีม้ารายใหม่ รวมทั้งถือเงินสดและนำไปฝากเข้าบัญชีตามคำสั่ง แล้วรายงานผลให้บอสชาวจีนผ่านแอปพลิเคชัน Telegram แลกกับค่าตอบแทนแตกต่างกันตามหน้าที่ ประมาณ 1,000 - 1,400 บาทต่อวัน หรือบางรายได้รับเป็นรายครั้ง รวมถึงมีการให้ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และผลตอบแทนอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย
นอกจากนี้ ผู้ต้องหาบางรายยังอ้างว่า ก่อนเริ่มงานจะถูกสั่งให้ส่งภาพถ่ายบ้าน พิกัดที่พัก และข้อมูลโซเชียลมีเดียของตนเองและครอบครัว แถมยังถูกข่มขู่ว่าจะทำร้ายบุคคลใกล้ชิดหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอีกด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหา “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด, ผู้ใดมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก จำนวน 7 ราย พร้อมเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและสืบสวนขยายผลไปยังผู้สั่งการชาวจีนและบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป





