มท. สั่งด่วนทุกจังหวัด รับมือไทยเข้าสู่ฤดูหนาวปลาย ต.ค. 69 เฝ้าระวัง 4 โรคติดต่อทางเดินหายใจระบาด สั่งคุมเข้มศูนย์เด็กเล็ก-โรงเรียน-ชุมชน
กระทรวงมหาดไทย ขานรับข้อห่วงใยจากกระทรวงสาธารณสุข ออกมาตรการสั่งการด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือการแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางเดินหายใจและโรคฤดูหนาว ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 ชูแนวทางเฝ้าระวังเข้มข้นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานศึกษา และสถานที่รวมกลุ่ม พร้อมกำชับกลไกปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แจ้งเตือนและสร้างการรับรู้ให้ประชาชนปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง หากพบการระบาดในพื้นที่ให้เร่งประสานสาธารณสุขควบคุมทันที
มหาดไทยแจ้งเตือน ไทยจ่อเข้าสู่ฤดูหนาวปลายเดือน ต.ค. 2569
วันนี้ (15 ต.ค. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์และติดตามข้อมูลสภาพอากาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ประเทศไทยกำลังจะเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 นี้ ซึ่งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีอากาศเย็นลงและแห้งลงนั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเชื้อโรคหลายประเภทได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงมหาดไทยจึงได้รับการประสานงานจากกระทรวงสาธารณสุข ในการร่วมมือกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อที่อาจเกิดขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งมักมีความไวต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
เปิดลิสต์ 4 โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด
จากสถิติและการติดตามสถานการณ์ระบาดในปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทยได้ระบุถึงโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจและโรคที่มักพบบ่อยในช่วงฤดูหนาว ซึ่งมักจะมีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ในสถานที่ที่มีคนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ได้แก่
- โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19: ยังคงเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไวรัสสามารถปรับตัวและแพร่กระจายได้ดีในสภาพอากาศเย็น
- โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) โรคยอดฮิตประจำฤดูหนาวที่ติดต่อผ่านการไอ จมูก น้ำมูก หรือการสัมผัส สิ่งของร่วมกัน เกิดอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว
- โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) โรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเด็กเล็กและผู้สูงอายุ อาจทำให้เกิดภาวะหลอดลมให้อักเสบหรือปอดบวมได้
- โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease) มักระบาดในกลุ่มเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส ทำให้มีไข้ ตุ่มน้ำใสขึ้นตามมือ เท้า และในปาก
การระบาดของโรคเหล่านี้ หากเกิดขึ้นในสถานที่รวมกลุ่ม เช่น สถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ค่ายทหาร สถานดูแลผู้สูงอายุ และสถานพยาบาล อาจส่งผลให้เชื้อโรคแพร่กระจายออกสู่ชุมชนเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว
มท. ออกมาตรการเข้ม สั่งการผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด รับมือเชิงรุก
เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้ขยายตัว ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ให้ดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเคร่งครัด ดังนี้
- มอบหมายสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด ประสานงานและแจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ ให้เร่งเผยแพร่และประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนในสังกัด อปท. ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
- เน้นย้ำความสะอาดและสุขอนามัย กำชับให้สถานศึกษาและศูนย์เด็กเล็กมีการคัดกรองเด็กก่อนเข้าเรียนทุกวัน ทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ และของเล่นเด็กอย่างสม่ำเสมอ
- เชื่อมโยงกลไกท้องที่ ร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ผ่านกลไกนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และ อสม. เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนในระดับหมู่บ้านและชุมชน
- แจ้งเตือนและควบคุมทันที หากพบผู้ป่วยหรือการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในพื้นที่ ให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งแจ้งหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ทันที เพื่อส่งทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่สอบสวนและควบคุมการระบาดตามแนวทางของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค อย่างทันท่วงที
คำแนะนำสำหรับประชาชน วิธีปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากโรคฤดูหนาว
กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่าน ร่วมกันดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวในช่วงที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว ด้วยแนวทางปฏิบัติตนง่ายๆ ดังนี้
- สวมหน้ากากอนามัย เมื่อต้องเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น แออัด หรือในสถานที่ปิด เพื่อลดโอกาสสูดดมเชื้อโรค
- ล้างมือบ่อยๆ ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์สุ่มสัมผัสสิ่งของสาธารณะ และก่อนรับประทานอาหาร
- หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วย หลีกเลี่ยงการสัมผัส คลุกคลี หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่มีอาการไข้ ไอ น้ำมูก
- สังเกตอาการเด็กเล็ก หากเด็กมีอาการไข้ ไอ น้ำมูก หรือมีตุ่มน้ำขึ้น ให้หยุดเรียนและพาไปพบแพทย์ทันที
- ดูแลร่างกายให้อบอุ่น สวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สุก สะอาด
ความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขในครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการทำงานเชิงรุกเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนทั่วประเทศ โดยอาศัยกลไกการปกครองท้องที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกระจายข่าวสาร เฝ้าระวัง และเข้าแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
หากประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่พบเห็นการระบาดของโรคติดต่อ หรือมีผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน สถานศึกษา หรือสถานดูแลผู้สูงอายุ สามารถติดต่อประสานงานแจ้งเรื่องไปยัง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.), สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่ของท่านได้ตลอดเวลา เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการสอบสวนและควบคุมโรคตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรคต่อไป





