กทม. ยกระดับความปลอดภัย 21 เส้นทาง รับประชุม World Bank–IMF ควบคู่เฝ้าระวังน้ำท่วมฝั่งตะวันออก และเร่งเยียวยาผู้ประสบภัยแล้วกว่า 2 แสนราย
วันนี้ (14 ต.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าการบริหารจัดการเมืองกรุงเทพมหานคร ผ่านศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์นันทนาการสวนลุมพินี ซึ่งจัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึง 2 ภารกิจหลักสำคัญ ได้แก่ การเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อรองรับ การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมระดับผู้นำและตัวแทนจากทั่วโลกกว่า 18,000 คน ควบคู่ไปกับการติดตาม สถานการณ์อุทกภัย การระบายน้ำ และการเร่งเยียวยาฟื้นฟูประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด
ยกระดับความปลอดภัยและความสะดวก คุมเข้ม 21 เส้นทางรับประชุม World Bank–IMF
ศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการพื้นที่แบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งด้านการเฝ้าระวังน้ำท่วมขังบนถนนสายหลัก การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และการรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่จัดงาน
การบริหารจัดการพื้นที่และระบบสัญจร
- เฝ้าระวัง 21 เส้นทางสำคัญ กทม. กำหนดเส้นทางเฝ้าระวังพิเศษ 21 เส้นทาง แบ่งเป็น 5 เส้นทางหลัก ที่เชื่อมโยงระหว่างโรงแรมที่พักกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และเส้นทางรองโดยรอบที่คาดว่าผู้เข้าร่วมประชุมจะใช้เดินทาง
- บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ ระดมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขต สำนักเทศกิจ และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ปฏิบัติงานลาดตระเวนและเดินตรวจตราพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง
- เชื่อมต่อเทคโนโลยี CCTV ดึงสัญญาณจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ทั่วกรุงเทพฯ เข้าสู่ศูนย์บัญชาการ เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำและการจราจรแบบทันท่วงที
- แผนเผชิญเหตุฝนตกหนัก หากมีฝนตกหนักหรือน้ำขัง เจ้าหน้าที่พร้อมเข้าพื้นที่ทันทีเพื่อเร่งระบายน้ำ และประชาสัมพันธ์แจ้งเส้นทางเลี่ยง เพื่อไม่ให้กระทบต่อทั้งผู้เข้าร่วมประชุมและประชาชนทั่วไป จนกว่าการประชุมจะเสร็จสิ้น
อัปเดตสถานการณ์น้ำ กทม. ฝั่งธนฯ–พื้นที่ชั้นในปกติ เร่งเฝ้าระวังพิเศษฝั่งตะวันออก
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า หลังจากกรุงเทพฯ เว้นว่างจากฝนตกต่อเนื่องประมาณ 6 วัน ล่าสุดเริ่มมีกลุ่มฝนตกหนักในพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยวัดปริมาณฝนสูงสุดได้ราว 67 มิลลิเมตร ที่เขตบางบอน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำในพื้นที่ชั้นในและฝั่งธนบุรีส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในระดับปกติและสามารถบริหารจัดการได้ดี
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะเขตลาดกระบังและหนองจอก ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลมาจากหลายทิศทาง ทั้งพื้นที่ตอนบน พื้นที่ด้านตะวันออก และน้ำฝนที่ตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบกับข้อจำกัดในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ จึงต้องติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำในคลองอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
ทำไมต้องเฝ้าระวังฝั่งตะวันออก (ลาดกระบัง–หนองจอก) เป็นพิเศษ?
พื้นที่กรุงเทพตะวันออก โดยเฉพาะ เขตลาดกระบัง และ เขตหนองจอก ยังคงเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นพื้นที่รับมวลน้ำสะสมที่ไหลมาจากหลายทิศทาง ได้แก่
- มวลน้ำไหลมาจากพื้นที่ตอนบน (จังหวัดข้างเคียง)
- มวลน้ำจากทิศตะวันออก
- ปริมาณน้ำฝนตกสะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานครเอง
ประกอบกับข้อจำกัดทางกายภาพในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ ทำให้ กทม. ต้องเร่งเร่งเครื่องสูบน้ำและบริหารจัดการระดับน้ำในคลองสายหลักอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนให้ได้มากที่สุด
แจ้งเตือนประชาชนแนว "คลองหลวงแพ่ง" รับมือระดับน้ำเพิ่มหลังเปิดประตูระบายน้ำ
จากการเปิดประตูระบายน้ำ คลองหลวงแพ่ง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ตอนบนที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขังสูง ส่งผลให้มวลน้ำบางส่วนไหลเข้าสู่ระบบคลองในพื้นที่ กทม. เพิ่มขึ้น
ข้อมูลจากการติดตามระดับน้ำล่าสุด
หลังจากการเปิดประตูระบายน้ำ พบว่าระดับน้ำบริเวณแนวคลองหลวงแพ่ง ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 2 เซนติเมตร แม้จะเป็นการเพิ่มขึ้นในระดับเล็กน้อย แต่จะส่งผลให้ อัตราการลดลงของน้ำในพื้นที่ข้างเคียงเป็นไปได้ช้ากว่าปกติ กทม. จึงขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแนวคลองหลวงแพ่งให้ยกของขึ้นที่สูงและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กทม. ได้ประสานงานกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมการระบายน้ำผ่านคลองสายต่างๆ ให้มีความสมดุล โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนทั้งใน กทม. และจังหวัดปริมณฑลรอบข้าง
เร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยอนุมัติแล้ว 2 แสนราย พร้อมลุยฟื้นฟูหลังน้ำลด
นอกจากการบริหารจัดการน้ำ กทม. ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการเร่งรัดความช่วยเหลือและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนหลังน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง
มาตรการเยียวยาและฟื้นฟูของ กทม.
- จ่ายเงินช่วยเหลืออุทกภัย เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติเงินเยียวยาผู้ประสบภัย ซึ่งขณะนี้ ได้รับการอนุมัติแล้วมากกว่า 200,000 ราย สำหรับผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสาร เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด
- Big Cleaning เก็บขยะหลังน้ำลด ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรลงพื้นที่เคลียร์ขยะ ข้าวของเครื่องใช้ที่เสียหาย และสิ่งปฏิกูล เพื่อคืนความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเริ่มดำเนินการแล้วในจุดที่น้ำลดลง เช่น เคหะธานี 4 เขตลาดกระบัง และกำลังขยายผลไปยัง เขตหนองจอก และ เขตมีนบุรี
- ช่วยเหลือชุมชนน้ำขัง สำหรับชุมชนหรือหมู่บ้านที่ยังมีน้ำท่วมขังเนื่องจากน้ำไหลมาจากหลายทิศทาง เจ้าหน้าที่จะทยอยนำเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือและเข้าถึงทุกพื้นที่อย่างเต็มกำลังตามข้อจำกัดของแต่ละจุด
กทม. เปิดช่องทางแจ้งเหตุเดือดร้อน ขอประชาชนร่วมแจ้งจุดน้ำท่วม–พื้นที่ตกสำรวจ
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากประชาชนในพื้นที่ใดยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขัง ขยะตกค้าง หรือยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากทางภาครัฐ สามารถแจ้งข้อมูลและปักหมุดจุดเดือดร้อนเข้ามายังช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของกรุงเทพมหานคร (เช่น แอปพลิเคชัน Traffy Fondue หรือสายด่วน กทม. 1555) เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดทีมลงพื้นที่ตรวจสอบและวางแผนแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
กรุงเทพมหานครยืนยันจะปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การเยียวยาฟื้นฟูหลังน้ำลด ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในฐานะเจ้าภาพจัด การประชุม World Bank–IMF จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจทุกด้าน





