วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม 2569

Login
Login

กางแผนกู้น้ำท่วมบางกุ่ม-ท่าวุ้ง คืนพื้นที่ทำนาปรัง 15 พ.ย.นี้

ชลประทานที่ 10 ลุยบางกุ่ม-ท่าวุ้ง เร่งระบายน้ำท่วมพร้อมกักน้ำค้างทุ่งเตรียมแปลง ตั้งเป้าคืนพื้นที่เริ่มทำนาปรัง 15 พ.ย

วันนี้ (12 ต.ค. 69) นายองอาจ แสนอุบล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 พร้อมคณะผู้บริหาร ประกอบด้วย นายวีระชัย จันทรบูรณ์ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม, นายอุดร พรมปา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา และนางสาวจุฑามาศ บุบผา หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดบริเวณ ทุ่งบางกุ่ม และ ทุ่งท่าวุ้ง

การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อตรวจสอบเส้นทางการระบายน้ำ ประเมินความพร้อมของอาคารชลประทานทุกแห่ง และเดินหน้าวางแผนลดระดับน้ำท่วมขังอย่างเป็นระบบ โดยการทำงานจะเน้นการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ "ระบายน้ำออกเพื่อลดน้ำท่วมขัง ควบคู่กับการจัดเก็บสำรองน้ำค้างทุ่งไว้ใช้เตรียมแปลง" เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับการเริ่มต้นทำนาปรัง โดยตั้งเป้าหมายชัดเจนที่จะเริ่มคืนพื้นที่พร้อมเพาะปลูกแปลงแรกให้กับเกษตรกรในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 และจะทยอยขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นตามความพร้อมของแต่ละจุด

1. แผนบริหารจัดการน้ำ "ทุ่งบางกุ่ม": ลดน้ำ 168.16 ล้าน ลบ.ม. สำรองน้ำเตรียมแปลง 26.56 ล้าน ลบ.ม.

สถานการณ์น้ำทุ่งบางกุ่ม ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2569

  • พื้นที่รับน้ำ 83,000 ไร่
  • ปริมาณน้ำสะสม ประมาณ 194.72 ล้านลูกบาศก์เมตร
  • ระดับน้ำ ณ จุดควบคุม +5.03 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง (รทก.)
  • อัตราระบายน้ำปัจจุบัน 1.83 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน (เทียบเท่าอัตราเฉลี่ย 21.18 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)

กางแผนกู้น้ำท่วมบางกุ่ม-ท่าวุ้ง คืนพื้นที่ทำนาปรัง 15 พ.ย.นี้

แนวทางการดำเนินงานและกรอบแผนงาน

กรอบแผนการบริหารจัดการน้ำทุ่งบางกุ่ม กำหนดเป้าหมายให้ ลดปริมาณน้ำสุทธิ 168.16 ล้านลูกบาศก์เมตร และ สำรองน้ำค้างทุ่งไว้ 26.56 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับใช้ในการเตรียมแปลงเกษตรกรรม โดยจะเลือกจัดเก็บน้ำในบริเวณที่มีความเหมาะสมและสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวก ซึ่งเป็นการรักษาสมดุลที่สำคัญระหว่างการบรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง กับการจัดเตรียมน้ำต้นทุนทางการเกษตรให้พร้อมใช้งาน

สำหรับการดำเนินงานระบายน้ำ จะเน้นการระบายผ่านอาคารชลประทานเป็นหลัก โดยต้องพิจารณารักษาสมดุลของระดับน้ำจาก 3 ส่วนร่วมกัน ได้แก่ ระดับน้ำในทุ่ง, คลองบางพระครู และแม่น้ำป่าสัก พร้อมทั้งทำการควบคุมการรับน้ำเพิ่มเติมในส่วนที่สามารถบริหารจัดการได้ และตรวจสอบศักยภาพการรองรับน้ำในพื้นที่ด้านท้ายน้ำอย่างละเอียดก่อนที่จะเพิ่มปริมาณการระบายน้ำ

กางแผนกู้น้ำท่วมบางกุ่ม-ท่าวุ้ง คืนพื้นที่ทำนาปรัง 15 พ.ย.นี้ กางแผนกู้น้ำท่วมบางกุ่ม-ท่าวุ้ง คืนพื้นที่ทำนาปรัง 15 พ.ย.นี้

หมุดหมายสำคัญและการคืนพื้นที่เพาะปลูก

จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำ พบว่าจะมีการลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนพระราม 6 ลงเหลือประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ซึ่งปัจจัยนี้จะช่วยให้คลองบางพระครูสามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำนักงานชลประทานที่ 10 จึงเตรียมใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการประเมินความพร้อมเพื่อเร่งระบายน้ำ โดยจะตรวจสอบระดับน้ำทั้งหน้าและท้ายอาคารชลประทาน พร้อมติดตามอัตราระบายจริงอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนงานให้ยืดหยุ่นสอดคล้องกับสภาพฝนและปริมาณน้ำไหลเข้าพื้นที่

การคืนพื้นที่เพาะปลูกจะเริ่มดำเนินการจากแปลงที่ระดับน้ำลดลงและสามารถควบคุมน้ำได้ก่อน โดยเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพดิน ทางเข้า - ออกพื้นที่ รวมถึงความพร้อมของเครื่องจักรกลทางการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรสามารถเริ่มต้นเพาะปลูกข้าวนาปรังแปลงแรกได้ทันตามเป้าหมายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569

2. แผนบริหารจัดการน้ำ "ทุ่งท่าวุ้ง": ลดน้ำ 66.18 ล้าน ลบ.ม. สำรองน้ำเตรียมแปลง 14.62 ล้าน ลบ.ม.

สถานการณ์น้ำทุ่งท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2569

  • พื้นที่รับน้ำ 45,700 ไร่
  • ปริมาณน้ำสะสม ประมาณ 80.80 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็นร้อยละ 96 ของศักยภาพการรับน้ำทั้งหมด)
  • ระดับน้ำ ณ จุดควบคุม +6.50 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง (รทก.)
  • ความลึกน้ำเฉลี่ย 1.11 เมตร ทั่วทั้งทุ่ง
  • อัตราระบายน้ำปัจจุบัน 0.20 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน (เทียบเท่าอัตราเฉลี่ย 2.31 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)

กางแผนกู้น้ำท่วมบางกุ่ม-ท่าวุ้ง คืนพื้นที่ทำนาปรัง 15 พ.ย.นี้

แนวทางการดำเนินงานและกรอบแผนงาน

สำหรับพื้นที่ทุ่งท่าวุ้ง กำหนดกรอบเป้าหมายให้ ลดปริมาณน้ำสุทธิประมาณ 66.18 ล้านลูกบาศก์เมตร และ สำรองน้ำค้างทุ่งไว้ประมาณ 14.62 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้ในการเตรียมแปลงทำนาปรัง โดยเน้นการจัดเก็บบริเวณจุดที่นำน้ำกลับมาใช้ได้สะดวก และต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการเพาะปลูก พร้อมปรับเปลี่ยนรายละเอียดแผนงานให้สอดคล้องกับพื้นที่แปลงปลูกจริงและปริมาณน้ำเดิมที่มีอยู่แล้วในแปลง

กลยุทธ์การขับเคลื่อน จะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพทางระบายน้ำผ่าน ประตูระบายน้ำวัดมณีชลขันธ์ และ ท่อระบายน้ำปลายคลอง 1 ซ้ายลพบุรี โดยมีการตรวจวัดระดับน้ำหน้า–ท้ายอาคาร รวมถึงประเมินความสามารถในการรับน้ำปลายทางอย่างรัดกุม ควบคู่ไปกับการพิจารณาติดตั้งเครื่องสูบน้ำเสริมในจุดยุทธศาสตร์ ได้แก่ บริเวณคลอง 5 วา และปลายคลอง 19 เพื่อเร่งสูบน้ำเข้าสู่คลองระบายใหญ่ชัยนาท–ป่าสัก 3 แล้วส่งต่อไปยังทางระบายน้ำสายหลัก ทั้งนี้ จะต้องมีการตรวจสอบความพร้อมของจุดติดตั้ง กำลังการสูบจริง และระดับน้ำในคลองรองรับอย่างละเอียดก่อนเริ่มเดินเครื่องสูบน้ำ

การกำจัดสิ่งกีดขวางและการเตรียมความพร้อม

เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ชลประทานที่ 10 ได้เร่งสำรวจและจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ากำจัดวัชพืช จอกแหน และสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณลำคลองและหน้าอาคารชลประทาน โดยจัดลำดับความสำคัญในการเร่งระบายน้ำในพื้นที่ชุมชน เส้นทางสัญจร และแปลงเกษตรที่มีความพร้อมก่อนเป็นอันดับแรก โดยตั้งเป้าหมายเริ่มคืนพื้นที่พร้อมเพาะปลูกในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 และจะทยอยขยายพื้นที่ตามผลการประเมินร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

กางแผนกู้น้ำท่วมบางกุ่ม-ท่าวุ้ง คืนพื้นที่ทำนาปรัง 15 พ.ย.นี้

สรุปแนวทาง "น้ำต้องลด คนต้องรอด" มุ่งฟื้นฟูชีวิตและอาชีพเกษตรกร

สำนักงานชลประทานที่ 10 ยืนยันความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำ โดยจะทำการติดตามสถิติและข้อมูลน้ำเข้า–น้ำออก ระดับน้ำ อัตราการระบายน้ำ ผลการสูบน้ำ ตลอดจนความก้าวหน้าในการคืนพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทุกวัน พร้อมทั้งเน้นย้ำการสื่อสารแผนการดำเนินงานและสถานการณ์น้ำล่าสุดให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้รับทราบข่าวสารอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง

หมุดหมายวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเร่งคืนพื้นที่เพาะปลูกที่พร้อม และจะทยอยดำเนินการในส่วนที่เหลือตามสภาพความเป็นจริง เพื่อเร่งฟื้นฟูการประกอบอาชีพ เสริมสร้างรายได้ และช่วยให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด ตามปณิธานการทำงานที่ว่า "น้ำต้องลด คนต้องรอด"

กางแผนกู้น้ำท่วมบางกุ่ม-ท่าวุ้ง คืนพื้นที่ทำนาปรัง 15 พ.ย.นี้