วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาน้ำเพชรบุรี ชลประทาน ปรับแผนระบายน้ำ มั่นใจไม่ท่วมเมือง

จับตา! สถานการณ์น้ำเพชรบุรี ชลประทานปรับแผนระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ลดผลกระทบเขตเศรษฐกิจ มั่นใจปริมาณฝนลดลงต่อเนื่อง ป้องกันน้ำท่วมเมือง

วันนี้ (11 ต.ค. 69) นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อประชุมและติดตามการบริหารจัดการน้ำและการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โดยมี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับอย่างใกล้ชิด ก่อนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการระบายน้ำ ณ เขื่อนเพชร อำเภอท่ายาง

รัฐบาลมอบหมาย รมต. กำกับดูแล 3 ลุ่มน้ำสำคัญภาคกลาง

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยและน้ำท่วมขังทั่วประเทศ จึงได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเข้ากำกับดูแลและแบ่งพื้นที่รับผิดชอบการบริหารจัดการ 3 ลุ่มน้ำสำคัญในพื้นที่ภาคกลาง

โดยในส่วนของ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบกำกับดูแล ลุ่มน้ำแม่กลอง และ ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

สรุปสถานการณ์น้ำท่วมเพชรบุรี และแนวโน้มฝนตกสะสม

จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พบว่าในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดเพชรบุรีมีปริมาณฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ประมาณ 100 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี อย่างไรก็ดี ด้วยการทำงานร่วมกันของหน่วยงานชลประทานและท้องถิ่น ปัจจุบันสามารถเร่งระบายน้ำออกจากเขตพื้นที่เศรษฐกิจเมืองเพชรบุรีได้แล้ว

นอกจากนี้ ข้อมูลการคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปริมาณฝนในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

  • ปริมาณฝนปัจจุบัน ค่อยๆ ลดลงจาก 60 มิลลิเมตร เหลือประมาณ 40 มิลลิเมตร
  • แนวโน้มวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ปริมาณฝนจะลดลงเหลือประมาณ 30 มิลลิเมตร

แนวโน้มธรรมชาติดังกล่าวส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมและระดับน้ำขังในจังหวัดเพชรบุรีปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ

การบริหารจัดการน้ำต้นน้ำ เขื่อนแก่งกระจาน และ เขื่อนเพชร

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักและเขื่อนสำคัญในพื้นที่เพชรบุรีเพื่อสร้างความสมดุล มีรายละเอียดดังนี้

1. เขื่อนแก่งกระจาน

  • สถานะน้ำกักเก็บ ปริมาณน้ำกักเก็บเต็มความจุ ซึ่งถือเป็นผลดีต่อการสำรองน้ำไว้ใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตรในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึง
  • การปรับแผนระบายน้ำ ปัจจุบันได้ปรับลดอัตราการระบายน้ำเหลือ 70 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง และช่วยให้เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีสามารถระบายน้ำฝนสะสมลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีได้ดียิ่งขึ้น

2. เขื่อนเพชร (อำเภอท่ายาง)

  • ความสามารถในการรองรับ ยังคงรองรับและบริหารจัดการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผลกระทบพื้นที่ พบเพียงน้ำท่วมขังบริเวณขอบตลิ่งและพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุด
  • ระดับน้ำแม่น้ำเพชรบุรี เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ ไม่ล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจหลักของจังหวัด

ชลประทานเป็นระบบ ช่วยปกป้องพื้นที่เกษตร อำเภอท่ายาง-ชะอำ

การบริหารจัดการน้ำผ่านระบบชลประทานอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตเมือง แต่ยังส่งผลดีอย่างยิ่งต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ อำเภอท่ายาง และ อำเภอชะอำ

จากการบริหารจราจรทางน้ำที่แม่นยำ ช่วยให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตและทำนาปีได้ตามกำหนดเวลา โดยไม่ได้รับความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมขังแปลงเกษตร

ข้อสั่งการสำคัญจาก รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ได้มอบข้อสั่งการแก่ สทนช., กรมชลประทาน, กรมอุตุนิยมวิทยา และจังหวัดเพชรบุรี โดยเน้นย้ำแนวทางการทำงาน 3 ด้านหลัก

  1. เฝ้าระวังและคาดการณ์ล่วงหน้า วิเคราะห์ประเมินแนวโน้มปริมาณน้ำฝนและปริมาณน้ำท่าอย่างใกล้ชิดแบบ realtime
  2. เร่งระบบแจ้งเตือนภัย แจ้งเตือนข้อมูลสถานการณ์น้ำแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างทั่วถึง รวดเร็ว และแม่นยำ
  3. ตัดยอดน้ำและหน่วงน้ำ ใช้กลไกการบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำหลัก ทั้ง เขื่อนแก่งกระจาน, อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ และ เขื่อนเพชร ให้ทำงานประสานกันอย่างมีเอกภาพ เพื่อตัดยอดน้ำสูงสุดและหน่วงน้ำไว้ในอ่างฯ ให้ได้มากที่สุด

"สทนช. ในฐานะหน่วยงานกลาง จะบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำล่วงหน้า และประสานงานร่วมกับจังหวัดเพชรบุรีในการแจ้งเตือนภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที" นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช.