วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยึดไอซ์ 1,178 กก. ลุยเรือประมงกลางอ่าวไทย ค้ายาเสพติดข้ามชาติ 300 ล้าน

ปิดปฏิบัติการ “สยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร” ยึดไอซ์ 1,178 กิโลกรัม มูลค่า 300 ล้าน พร้อมเรือประมงกลางอ่าวไทย ยับยั้งเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติมุ่งหน้าฟิลิปปินส์

กรณี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการ ป.ป.ส. - DEA และภาคีเครือข่าย เปิดปฏิบัติการ “สยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร” ยึดไอซ์ 1,178 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท พร้อมเรือประมงกลางอ่าวไทย ยับยั้งเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติมุ่งหน้าฟิลิปปินส์

วันนี้ (8 ตุลาคม 2569) ที่ท่าเรือสถานีตำรวจน้ำสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พลตำรวจเอก อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการปฏิบัติการ “สยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร”

โดยเป็นการทำงานร่วมกันของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, ตำรวจน้ำ, ชุดปฏิบัติการพิเศษมัจฉานุ, ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน, ศรชล., กองทัพเรือภาคที่ 2, สำนักงาน ป.ป.ส. และสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA) ประจำประเทศไทย เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติทางทะเลรายใหญ่

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากกองบังคับการข่าวกรองยาเสพติด ได้สืบสวนพบเรือประมงชื่อ “EAST HARBOUR 1” มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านชายแดนทะเลไทย เพื่อไปถ่ายโอนให้เรือสินค้าขนาดใหญ่กลางอ่าวไทย กระทั่งเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่พบเรือลำดังกล่าวเคลื่อนที่ออกจากชายฝั่งจังหวัดสงขลาเพื่อไปรับยาเสพติด จึงนำเรือตรวจการณ์ออกติดตามสะกดรอยอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งเวลา 00.30 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมเรือได้กลางอ่าวไทยตอนล่าง ขณะกำลังนำยาเสพติดไปส่งต่อ

จากการตรวจค้นจับกุม กัปตันและลูกเรือชาวไทยรวม 6 ราย พร้อมของกลางไอซ์บรรจุในถุงชาซุกซ่อนอยู่ในช่องลับท้ายเรือ จำนวน 39 กระสอบ กับอีก 8 ก้อน น้ำหนักรวม 1,178 กิโลกรัม และยึดเรือประมง EAST HARBOUR 1 มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับยาเสพติดกลางอ่าวไทยเพื่อเตรียมนำไปส่งต่อยังประเทศฟิลิปปินส์ โดยได้ค่าจ้าง 100,000 บาท และใช้วิธีติดต่อผู้สั่งการผ่านแอปพลิเคชันไลน์

พลตำรวจเอก อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ

และพลตำรวจเอก สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ปราบปรามอย่างเด็ดขาด จากการตรวจสอบประวัติเรือพบว่าเป็นเรือสัญชาติมาลี ประเทศมาลีในทวีปแอฟริกา มีผู้ถือครองทางทะเบียนเป็นชาวลาว ซึ่งเคยมีประวัติลำเลียงยาเสพติดในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ขณะนี้ได้ส่งตัวผู้ต้องหาและของกลางให้พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 ดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลติดตามผู้บงการและนายทุนมาดำเนินคดีต่อไป

ข้อมูลและภาพ ปชส.สงขลา